การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง

พบกับสาระความรู้ที่จะทำให้คุณรู้จักและเข้าใจผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังได้มากขึ้น สำหรับตอนนี้ก็เป็นตอนที่ 4 แล้ว เนื้อหาในตอนนี้จะเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง สำหรับเนื้อหาบทความก่อนหน้านี้ สามารถติดตามอ่านได้ที่...
ทำความรู้จัก … การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/ทำความรู้จัก-การบาดเจ็/
ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง ตอน 1
https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/spinal_cord_injury/
ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง ตอนที่ 2
https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/spinal-cord-injury-2
การเคลื่อนย้ายตัวขึ้นลงรถเข็นได้เอง จัดเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง เนื่องจากจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนตัวไปส่วนต่าง ๆ ของบ้านและออกสู่สังคมภายนอกได้ (6) แต่ก็มีผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังจำนวนไม่น้อย ที่มีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อเนื่องจากการเคลื่อนย้ายตัวที่ผิดวิธี ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้นจากการบาดเจ็บเหล่านี้ ซึ่งการบาดเจ็บนี้เกิดในผู้ดูแลด้วยเช่นกัน แล้วผู้ป่วยต้องเคลื่อนย้ายตัวอย่างไรให้ถูกต้อง เพื่อลดการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (5) ในบทความนี้มีคำตอบ
ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ การเคลื่อนย้ายตัวไปยังพื้นที่ที่มีระดับความสูงต่ำไม่เท่ากันจะทำได้ค่อนข้างยาก ผู้ป่วยจะต้องใช้กำลังแขนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวเพื่อการเคลื่อนย้ายก่อน (2,6)
-
รถเข็นต้องมีที่ล็อคล้อ ใช้แบบยกจะสะดวกกว่า

(ที่มา https://www.freepik.com/free-photo/close-up-senior-woman-hand-wheel-wheelchair-walk-hospital_2887724.htm#fromView=search&page=1&position=7&uuid=e579c50f-d457-4ae9-b5f1-86e592ff1f98)
- รถเข็นที่เปิด หรือถอดที่วางแขนออกได้ จะทำให้เคลื่อนย้ายตัวได้ง่าย ไม่กีดขวางขณะเคลื่อนย้าย
- เบาะรองนั่งไม่ควรอ่อนนุ่มจนเกินไป จะทำให้ผู้ป่วยทรงตัวลำบาก แต่ถ้าแข็งจนเกินจะทำให้เกิดแผลกดทับได้
- พนักพิงหลังควรมีที่รัดเอว เพื่อป้องกันไม่ให้ลำตัวเลื่อนลง ควรเลือกความสูงของพนักพิงให้เหมาะกับผู้ป่วยในแต่ละคน ผู้ป่วยที่นั่งทรงตัวไม่ดี ควรเลือกพนักพิงหลังให้มีความสูงประมาณกระดูกสะบักหรือสูงกว่าระดับสะบักเพื่อช่วยรองรับลำตัวขณะนั่ง ผู้ป่วยที่นั่งทรงตัวดี สามารถเลือกพนักพิงหลังสูงประมาณขอบล่างของชายโครงได้ จะทำให้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น ผู้ป่วยที่มีไขสันหลังบาดเจ็บสูงกว่าระดับ T8-T10 ควรใช้รถเข็นที่มีขอบบนของพนักพิงหลังต่ำกว่าขอบล่างของกระดูกสะบัก 2 นิ้ว
การประเมินผู้ป่วยว่าสามารถเคลื่อนย้ายตัวด้วยตัวเองได้นั้น ต้องประเมินกำลังกล้ามเนื้อแขนของผู้ป่วยก่อน ซึ่งกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยันตัว ได้แก่ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกดไหล่ (shoulder depressor muscle), กล้ามเนื้อสะบักด้านหลัง (latissimus dorsi muscle) และ กล้ามเนื้อเหยียดข้อศอก (triceps brachii muscle) โดยประเมินจากการให้ผู้ป่วยยันตัวให้สะโพกลอยจากเตียง ถ้าผู้ป่วยสามารถทำได้แสดงว่าผู้ป่วยพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายตัวด้วยตนเองได้ (ผู้ที่มีกล้ามเนื้อเหยียดข้อศอก (triceps brachii) ที่แข็งแรง จะสามารถเคลื่อนย้ายตัวด้วยตนเองได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วย)

(ที่มา https://www.freepik.com/free-vector/movement-process-arm-muscle-biceps-triceps_12735581.htm#fromView=search&page=1&position=0&uuid=5be149bb-a896-4020-9477-c1e243114c82)
ผู้ป่วยที่มีไขสันหลังบาดเจ็บตั้งแต่ระดับ C7 ลงไปกล้ามเนื้อเหยียดข้อศอก (triceps brachii) แข็งแรงพอที่จะยันตัวเองได้ แต่ถ้าผู้ป่วยมีระดับไขสันหลังที่บาดเจ็บสูงกว่าระดับ C6 จะต้องให้ใช้กระดานไม้ช่วยในการเคลื่อนย้ายตัว หรือ ให้ผู้ดูแลช่วยในการเคลื่อนย้าย ทั้งนี้หากเป็นผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังแบบไม่สมบูรณ์ (incomplete spinal cord injury) จะมีวิธีการเคลื่อนย้ายที่ง่ายกว่า ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังแบบสมบูรณ์ (complete spinal cord injury )(6) ซึ่งมีวิธีดังนี้
การเคลื่อนย้ายตัวระหว่างเตียงกับรถเข็น (2, 3, 4)
สิ่งสำคัญที่สุดในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คือ การลดระยะทางที่ผู้ป่วยต้องเคลื่อนตัว โดยการนำรถเข็นมาชิดเตียงมากที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัยและมั่นคง
- การเคลื่อนย้ายโดยการหันหน้าเข้าและถอยหลังออกจากเตียง (เหมาะสำหรับ ผู้ป่วยที่แขนแข็งแรง สามารถยกตัวในท่านั่งได้ แต่นั่งทรงตัวยังไม่ดี)
ขั้นตอนการเคลื่อนย้าย
- นำรถเข็นเข้าหาเตียงในระยะที่สามารถวางเท้าบนเตียงได้ จากนั้นล็อคล้อแล้วยกขาไปวางบนเตียงทีละข้าง

- ปลดล็อคล้อ เลื่อนรถเข็นเข้าไปชิดเตียง จากนั้นล็อคล้อ แล้วใช้มือกดที่วางแขนเพื่อเลื่อนตัวออกจากรถเข็นไปยังเตียง

- เมื่อต้องการกลับไปยังรถเข็น ให้นำรถเข็นมาชิดเตียง โดยผู้ป่วยจะเลื่อนตัวโดยหันหลังเข้าหารถเข็น จากนั้นเลื่อนมือไปจับที่วางแขนของรถเข็น กดมือทั้งสองข้างลงบนที่วางแขนแล้วยกตัวพร้อมโน้มตัวไปทางด้านหน้า แล้วถอยก้นไปนั่งบนรถเข็น

- ปลดล็อคล้อ เลื่อนรถเข็นให้ออกห่างจากเตียง จนปลายเท้าอยู่ขอบเตียง จากนั้นล็อคล้อแล้วยกขาไปวางที่พักขา

- การเคลื่อนย้ายโดยรถเข็นนั่งทำมุมกับเตียง (เป็นวิธีที่รวดเร็ว เหมาะกับผู้ป่วยที่มีกำลังแขนที่ดี และนั่งทรงตัวดี (1, 4)
ขั้นตอนการเคลื่อนย้าย
- นำรถเข็นจอดทำมุม 45 องศากับเตียง หากเป็นรถเข็นชนิดเปิดที่วางแขนได้ ให้จอดขนานและชิดขอบเตียง แล้วเปิดที่วางแขนก่อนเคลื่อนย้าย จากนั้นล็อคล้อ
- ผู้ป่วยยกเท้าตนเองออกจากที่วางเท้า เพื่อวางบนพื้นรถเข็น เอื้อมมือที่อยู่ใกล้เตียงไปวางบนเตียง มือที่ข้างจับที่วางแขน

- กดมือทั้งสองข้าง แล้วยกตัวขึ้นพร้อมโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วเคลื่อนตัวไปยังเตียง โดยระวังอย่าให้สะโพกขูดกับที่วางแขนหรือล้อ

- หากต้องการกลับไปยังรถเข็น ให้ผู้ป่วยนั่งห้อยขาข้างเตียงชิดกับรถเข็น เอื้อมมือฝั่งรถเข็นไปจับที่วางแขนที่อยู่ไกลตัว อีกมือวางชิดสะโพก

- กดมือทั้งสองข้าง แล้วยกตัวขึ้นพร้อมโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วเคลื่อนตัวไปยังรถเข็น โดยระวังอย่าให้สะโพกขูดกับที่วางแขนหรือล้อ


- การเคลื่อนย้ายตัวโดยใช้แผ่นเลื่อนตัว (เหมาะกับผู้ป่วยที่แขนไม่แข็งแรง นั่งทรงตัวได้ไม่ดี สามารถใช้แผ่นเลื่อนลดช่องว่างระหว่างเตียงกับรถเข็น ช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น)
ขั้นตอนการเคลื่อนย้าย
- จอดรถชิด ขนานกับเตียง แล้วเปิดที่วางแขนออก ล็อคล้อ
- ให้ผู้ป่วยเอียงตัวเพื่อยกสะโพกด้านที่ชิดกับเตียงขึ้น ใส่แผ่นเลื่อนตัวข้าไปใต้สะโพก วางพาดแผ่นเลื่อนตัวให้อยู่กึ่งกลางเบาะรถเข็นและเตียง

- วางมือฝั่งที่อยู่ใกล้เตียงบนแผ่นเลื่อนตัว โดยให้ห่างจากสะโพกเล็กน้อย เพื่อให้มีพื้นที่ในการเคลื่อนตัว มืออีกข้างจับอยู่ที่วางแขน จากนั้นออกแรงกดแล้วค่อย ๆ ยกตัว ไถลตัวไปตามแผ่นเลื่อนตัว ไปนั่งบนเตียง
- เมื่อขึ้นนั่งบนเตียงแล้ว ให้เอียงตัวไปด้านตรงข้ามเพื่อดึงแผ่นเลื่อนตัวออกจากใต้สะโพก
- เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายตัวกลับไปยังรถเข็น ให้นำแผ่นเลื่อนตัวมาไว้ใต้สะโพก โดยให้ปลายอีกข้างอยู่กึ่งกลางเบาะรถเข็น จากนั้นออกแรงกดที่แขนทั้งสองข้าง ค่อยๆยกตัว ไถลตัวไปยังรถเข็น แล้วนำแผ่นเลื่อนตัวออก

- การเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยโดยมีผู้ช่วยเหลือแบบสองคน (2,3)
(สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของแขนขาและลำ ตัว หรืออ่อนแรงแต่ขา ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวได้เอง)
- ให้ผู้ป่วยกอดอก หากกอดอกเองไม่ได้ให้ผู้ช่วยเหลือเป็นผู้จับให้ ผู้ช่วยเหลือที่อยู่ด้านบนนำมือสอดระหว่างรักแร้ เข้ามาจับแขนของผู้ป่วยที่กอดอกไว้ และผู้ช่วยเหลือด้านล่างจับที่เข่าทั้งสองข้างของผู้ป่วย ให้ผู้ช่วยเหลือด้านบนเป็นผู้ให้จังหวะ 1 2 3 และยกพร้อมกัน

- การเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยโดยมีผู้ช่วยเหลือแบบหนึ่งคน (1,4)
(สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงแต่สามารถช่วยยืนได้ หรือ ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังแบบไม่สมบูรณ์ (incomplete cord)
- จัดรถเข็นวางแนบกับเตียงทางด้านข้าง เปิดที่วางแขนออก ให้ผู้ช่วยเหลือ จับที่สะบักของผู้ป่วย หรือใส่เข็มขัดแล้วให้จับที่หูเข็มขัด และประคองผู้ป่วยขึ้นยืน โดยให้ผู้ป่วยจับที่ตัวผู้ช่วยเหลือเช่นกัน จากนั้นให้ผู้ป่วยช่วยยืนและช่วยหมุนตัวลงนั่ง


เรียบเรียงโดย กภ.สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์
เอกสารอ้างอิง
- สุกัลยา อมตฉายา. กายภาพบำบัดกับการบาดเจ็บไขสันหลัง: บูรณาการงานวิจัยและประสบการณ์ทางคลินิก. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2563. หน้า 253-257.
- สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางปฏิบัติ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการที่บาดเจ็บไขสันหลัง. กรุงเทพฯ: บริษัทสหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับสิสชิ่ง จำกัด; 2556. หน้า 78-81, 94-98.
- สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดูแลคนพิการบาดเจ็บไขสันหลัง สำหรับผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง อัมพาตครึ่งล่าง. กรุงเทพฯ: บริษัทสหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับสิสชิ่ง จำกัด; 2560. หน้า 89-101.
- อภิชนา โฆวินทะ.คู่มือสำหรับผู้ป่วยบาดเจ็บที่ไขสันหลัง. เชียงใหม่: สุทินการพิมพ์; 2557. หน้า 60-63
- Rice LA, Smith L, Kelleher AR, Greenwald K, Hoelmer C, Boninger ML. Impact of the Clinical Practice Guideline for Preservation of Upper Limb Function on Transfer Skills of Persons With Acute Spinal Cord Injury. Archives of Physical Medicine and Rehabilitation. 2013; 94(7):1230-46.
- กิ่งแกัว ปาจรีย์. ไขสันหลังบาดเจ็บ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2558. หน้า 113-117, 404-409.




