วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Bell’s Palsy หรือโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก เป็นภาวะความผิดปกติของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facial Nerve) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า การรับรส และการทำงานของต่อมน้ำตาหรือน้ำลาย เมื่อเส้นประสาทนี้เกิดการอักเสบ บวม หรือถูกกดทับ จะส่งผลให้การส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อใบหน้าหยุดชะงัก ผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีกอย่างเฉียบพลันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน โดยลักษณะเด่นคือไม่สามารถยักคิ้วหรือย่นหน้าผากข้างที่ได้รับผลกระทบได้ หลับตาไม่สนิทซึ่งอาจทำให้ตาแห้งและระคายเคือง มุมปากตกทำให้ยิ้มไม่ได้หรือมีน้ำและอาหารไหลออกจากมุมปากขณะรับประทาน นอกจากนี้อาจมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ปวดบริเวณหลังใบหู การรับรสเปลี่ยนไป หรือได้ยินเสียงดังผิดปกติในหูข้างนั้น ความไม่สมดุลของใบหน้าที่เห็นได้ชัดอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจ และเกิดความเครียดตามมา ดังนั้น “การดูแลและฟื้นฟูอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการฟื้นตัว หรือโอกาสกลับมาใช้งานกล้ามเนื้อได้ใกล้เคียงปกติ (1)
ภายหลังจากการวินิจฉัย แนวทางการดูแลรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อใบหน้า โดยครอบคลุมทั้งการรักษาทางการแพทย์ การทำกายภาพบำบัด และการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อผลลัพธ์ของการฟื้นตัว การรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกซึ่งถือเป็นระยะสำคัญของการฟื้นตัวเริ่มต้น สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการ ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมให้การทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้ากลับมาใกล้เคียงปกติได้มากที่สุด บทความนี้จึงมุ่งเน้นการนำเสนอภาพรวมของแนวทางการดูแลรักษาในแต่ละด้าน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจทิศทางของการฟื้นฟู และเตรียมพร้อมในการดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาและการดูแลผู้ที่เป็น Bell’s palsy (2–6)
การรักษาทั่วไป
- ยาลดการอักเสบ (Steroid) เช่น Prednisolone มักใช้ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกเพื่อลดการอักเสบและการบวมของเส้นประสาท
- ยาต้านไวรัส (ในบางกรณี) หากสงสัยสาเหตุจากไวรัส
- การติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินการฟื้นตัวของเส้นประสาท
การรักษาทางกายภาพบำบัด (Physical Therapy Management)
การรักษาทางกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้ากลับมาทำงานได้เร็วขึ้น และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้อหดเกร็งหรือการกระตุกของใบหน้า
- การดูแลและบริหารใบหน้าด้วยตัวเอง (Facial Exercises)
- ส่องกระจกแล้ว ฝึกขยับกล้ามเนื้อใบหน้าเบา ๆ เช่น ยิ้ม หลับตา ย่นหน้าผาก หรือพยายามเป่าลมออกจากปาก
- ทำซ้ำวันละหลายรอบ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทและช่วยให้สมองจดจำการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการขยับแรงเกินไป เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อหดตัวผิดทิศทาง
- การนวดใบหน้า (Facial Massage)
- ใช้นิ้วมือนวดเบา ๆ บริเวณแก้ม หน้าผาก และรอบปาก วันละ 2–3 ครั้ง
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ และลดบวม
- ควรนวดในทิศทางขึ้นและออกด้านข้าง เพื่อยืดกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง
- การกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation)
- นักกายภาพบำบัดอาจใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าร่วมด้วย เพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ยังไม่ตอบสนองหรือฟื้นตัว
- การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Relaxation Exercise)
- ใช้เทคนิคการหายใจลึก หรือการประคบอุ่นเบา ๆ ที่กล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อลดอาการตึง
- การทำสมาธิหรือยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ก็ช่วยลดแรงตึงต่อเส้นประสาทใบหน้าได้
การดูแลด้วยตนเองของผู้ป่วย
-
- การดูแลดวงตา เช่น การใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียม รวมถึงการปิดตาหรือใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตา เพื่อป้องกันภาวะตาแห้งจากการหลับตาไม่สนิท
- การรับประทานอาหารอย่างระมัดระวัง ป้องกันอาหารหกหรือสำลัก
- การพักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด
- การสังเกตอาการผิดปกติ เช่น อาการแย่ลง หรือไม่ดีขึ้นในระยะเวลาที่สมควร
- การทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
การรักษา Bell’s palsy ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ยา แต่ “การรักษาทางกายภาพบำบัด” เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้า การดูแลและบริหารอย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัด จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ท่าบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าในผู้ป่วย Bell’s palsy (7)
- ท่ายกคิ้ว: กระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis m.) เพื่อช่วยเปิดตาและยกคิ้วให้เท่ากัน

- พยายามยกคิ้วขึ้น มองกระจก เช็กว่าทั้งสองข้างขึ้นใกล้เคียงกัน
- หากข้างที่อ่อนแรงไม่สามารถยกคิ้วได้ ให้ใช้นิ้วชี้วางบนแนวคิ้วแล้วช่วยกระตุ้นการยกคิ้ว
- ค้างไว้ 3–5 วินาที แล้วผ่อนลง ทำซ้ำ 8–10 ครั้ง/เซ็ต, 2–3 เซ็ต/ครั้ง, 2–3 ครั้ง/วัน
- ท่าหลับตาแน่น: ฟื้นฟูการหลับตา (Orbicularis oculi m.) และป้องกันตาแห้ง

- หลับตาช้า ๆ พยายามหลับให้แน่นเท่ากัน พร้อมวางปลายนิ้วแตะมุมตาเบา ๆ เพื่อช่วยกระตุ้น
- ค้างไว้ 3–5 วินาที แล้วเปิดตาช้า ๆ ทำซ้ำ 8–10 ครั้ง/เซ็ต, 2–3 เซ็ต/ครั้ง, 2–3 ครั้ง/วัน
- ท่ายิ้ม: กระตุ้นกล้ามเนื้อรอบปากและแก้ม (Zygomaticus m., Orbicularis oris m.)

- ยิ้มเบา ๆ โดยพยายามยกมุมปากทั้งสองข้างให้เท่ากัน อาจใช้นิ้วประคองมุมปากข้างอ่อนแรงให้ยกขึ้นเล็กน้อย
- ค้างไว้ 3–5 วินาที แล้วผ่อนลง ทำซ้ำ 8–10 ครั้ง/เซ็ต, 2–3 เซ็ต/ครั้ง, 2–3 ครั้ง/วัน

- จูบริมฝีปากเหมือนส่งจูบ หรือทำท่าจะ “เป่าลม” โดยไม่ให้ลมรั่ว
- ค้างไว้ 3–5 วินาที แล้วผ่อนลง ทำซ้ำ 8–10 ครั้ง/เซ็ต, 2–3 เซ็ต/ครั้ง, 2–3 ครั้ง/วัน
- ท่าพองแก้ม: ฝึกกล้ามเนื้อ buccinator เพื่อควบคุมลมหายใจและแรงภายในช่องปาก

- สูดลมหายใจเข้าปากเล็กน้อย พองแก้มทั้งสองข้าง
- พยายามไม่ให้ลมรั่วจากข้างอ่อนแรง
- ค้างไว้ 3–5 วินาที แล้วผ่อนลง ทำซ้ำ 8–10 ครั้ง/เซ็ต, 2–3 เซ็ต/ครั้ง, 2–3 ครั้ง/วัน
- ท่าขยับปากออกเสียง: ช่วยให้การพูดและการออกเสียงกลับมาใกล้ปกติ

- ออกเสียงช้า ๆ เช่น “อา–อี–อู” โดยเน้นให้ริมฝีปากขยับสมมาตร
- สังเกตการเคลื่อนไหวในกระจก
- ทำซ้ำ 8–10 ครั้ง/เซ็ต, 2–3 เซ็ต/ครั้ง, 2–3 ครั้ง/วัน
- การนวดกล้ามเนื้อใบหน้า: ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอาการตึง หรือเกร็ง
- ใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ จากหน้าผาก → ขมับ → แก้ม → รอบปาก
- นวดแบบวนเบา ๆ 3–5 นาที
- ทำก่อนหรือหลังการออกกำลังกายใบหน้าได้
ข้อควรระวัง!
- ห้ามออกแรงกล้ามเนื้อมากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้เกิด “การเคลื่อนไหวร่วมผิดปกติ (synkinesis)”
- หากเริ่มมีการเกร็งหรือปวด ให้หยุดพัก
- ควรทำภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัดหากอาการยังไม่ดีขึ้น
เรียบเรียงโดย กภ.สุภาสินี จตุรภัทร
เอกสารอ้างอิง
- Baugh RF, Basura GJ, Ishii LE, Schwartz SR, Drumheller CM, Burkholder R, et al. Clinical Practice Guideline: Bell’s Palsy. Otolaryngology–Head and Neck Surgery. 2013;149(3 Suppl):S1–27.
- Madhok VB, Gagyor I, Daly F, Somasundara D, Sullivan M, Gammie F, et al. Corticosteroids for Bell’s palsy (idiopathic facial paralysis). Cochrane Database Syst Rev. 2016 Jul 18;2016(7):CD001942.
- Dave S, Khant A. Effectiveness of Combination of Electrical Stimulation, Facial Massage and Mirror Exercises on Patients with Bell’s Palsy on Facial Disability. J Chem Health Risks. 2024 Apr 2;14(2):2141–5.
- Pereira LM, Obara K, Dias JM, Menacho MO, Lavado EL, Cardoso JR. Facial exercise therapy for facial palsy: systematic review and meta-analysis. Clin Rehabil. 2011 Jul;25(7):649–58.
- Di Pietro A, Cameron M, Campana V, Leyes L, Cinat JAIZ, Lochala C, et al. Efficacy of adding selective electrical muscle stimulation to usual physical therapy for Bell’s palsy: immediate and six-month outcomes. Eur J Transl Myol. 2023 Oct 24;33(4):11630.
- Khan AJ, Szczepura A, Palmer S, Bark C, Neville C, Thomson D, et al. Physical therapy for facial nerve paralysis (Bell’s palsy): An updated and extended systematic review of the evidence for facial exercise therapy. Clin Rehabil. 2022 Nov;36(11):1424–49.
- Hohman MH, Warner MJ, Varacallo MA. Bell Palsy. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 [cited 2025 Oct 10]. Available from: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK482290/




