กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)

กลุ่มอาการแองเจิลแมนคืออะไร(1-3)
กลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome) หรือที่รู้จักในไทยว่า โรคนางฟ้า คือ กลุ่มอาการที่มีความผิดปกติของพันธุกรรมที่พบได้ยาก พบได้ในอัตราประมาณ 1:20,000 คน สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของยีน UBE3A ซึ่งอยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 15 บนตำแหน่ง q11-q13 โดยความผิดปกติของยีน UBE3A เกิดขึ้นได้ 4 แบบ ได้แก่
- การหายไปบางส่วนของโครโมโซมที่มาจากฝั่งแม่ (maternal deletion) พบได้ 65-75%
- การกลายพันธุ์ของยีน (UBE3A gene mutations) พบได้ 5-11%
- การได้รับโครโมโซมคู่ที่ 15 มาจากพ่อทั้งสองแท่งโดยไม่ได้รับจากแม่ (paternal uniparental disomy) พบได้ 1-9%
- เกิดความผิดปกติของกระบวนการประทับตราทางพันธุกรรม (imprinting center defect) พบได้ 1-8% ซึ่งการประทับตราทางพันธุกรรม คือ การกำหนดว่าจะให้ยีนหนึ่งแสดงออกหรือไม่แสดงออก ซึ่งยีนที่ถูกประทับตราจะแสดงออกก็ต่อเมื่อได้รับมาจากแม่หรือพ่อเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ยีน H19 ซึ่งเป็นยีนที่ทำหน้าที่หลักเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเจริญของตัวอ่อน ซึ่งตามปกติร่างกายจะเลือกแสดงออกแค่เฉพาะฝั่งแม่เท่านั้น ถ้าหากเกิดความผิดปกติของกระบวนการประทับตราทางพันธุกรรมจะทำให้ร่างกายแสดงออกยีนดังกล่าวจากฝั่งพ่อร่วมด้วย ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้น เป็นต้น
หากเกิดความผิดปกติของยีน UBE3A ขึ้น จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ซึ่งทำให้ส่วนที่รับสัญญาณของเซลล์ประสาทผิดปกติ ส่งผลต่อการเรียนรู้และการจดจำระยะยาวและส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ จะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของเด็กได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 0-12 เดือนแรก โดยมักพบอาการดูดกลืนลำบาก ลิ้นดันฟัน และตัวนุ่มนิ่ม
การตรวจวินิจฉัยโรค(1, 4)
แพทย์จะทำการตรวจพันธุกรรมของเด็กเพื่อหาความผิดปกติของพันธุกรรมด้วยเทคนิคต่าง ๆ ดังนี้
- การตรวจระดับโครงสร้างโครโมโซม ได้แก่
1.1) การตรวจโครโมโซมแบบมาตรฐาน (conventional karyotyping)
1.2) การตรวจด้วยเทคนิค Array comparative genomic hybridization หรือ Array CGH
1.3) การตรวจด้วยเทคนิค Fluorescence in situ hybridization หรือ FISH
1.4) การตรวจด้วยเทคนิค Multiplex ligation-dependent probe amplification หรือ MLPA ที่จำเพาะสำหรับยีน UBE3A
- การวิเคราะห์สถานะเมทิลเลชัน (methylation) ได้แก่
2.1) การตรวจด้วยเทคนิค Methylation-specific multiplex ligation-dependent probe amplification หรือ MS-MLPA ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมสำหรับการใช้วินิจฉัย
2.2) การตรวจด้วยเทคนิค Methylation-specific polymerase chain reaction หรือ MS-PCR
- การวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรม
3.1) การตรวจยีนเดี่ยว (sanger sequencing)
3.2) การตรวจกลุ่มยีนด้วยเทคนิค Next-generation sequencing panel หรือ NGS panel
3.3) การตรวจลำดับพันธุกรรมทั้งหมด (Whole exome sequencing)
ทุกเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น มีตรวจในโรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทยแล้ว เช่น โรงพยาบาลรัฐและเอกชนชั้นนำ โรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เป็นต้น
อาการ อาการแสดงและคุณลักษณะเฉพาะที่แสดงออก(1, 5, 6)
- บุคลิกภาพที่มีความสุขอย่างเด่นชัด
- พัฒนาการการเคลื่อนไหวล่าช้าและพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เช่น เด็กช่วงอายุ 6-12 เดือน อาจสังเกตเห็นเด็กลุกนั่งได้ช้ากว่าวัย หรือนั่งได้แล้วแต่หลังงอหรือเอียงเป็นส่วนมาก ไม่สามารถยืดตัวตรงได้ ยังไม่เริ่มคลานหรือยังไม่เกาะยืน เป็นต้น ส่วนการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอาจสังเกตเห็นอาการส่ายสั่นของลำตัวได้
- ความตึงตัวของกล้ามเนื้อลำตัวต่ำกว่าปกติ
- กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง
- ภาวะเชิงกรานคว่ำไปทางด้านหน้าหรือที่คนทั่วไปมักเรียกหลังแอ่น
- พบการเดินแบบย่อตัว (crouch gait)
- ภาวะที่กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานสัมพันธ์กันในขณะเคลื่อนไหว (ataxia) ส่งผลทำให้เกิดอาการเดินเซ ทรงตัวลำบาก กะระยะผิดพลาด พูดไม่ชัดและกลืนลำบาก
- กระดูกสันหลังคด (scoliosis) ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของปอด
- กล้ามเนื้อตึงหรือหดสั้นในบางราย ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของบุคคลนั้น ๆ เช่น บางรายชอบเดินเขย่งเท้าเล่นเป็นประจำ สามารถทำให้กล้ามเนื้อน่องตึงหรือหดสั้นได้ เป็นต้น
- เมื่อเวลาผ่านไปพบว่าพิสัยของข้อต่อเคลื่อนไหวได้มุมที่น้อยลง
- บกพร่องทางการพูด
- บกพร่องทางสติปัญญาระดับรุนแรง
- พบความผิดปกติของผลการตรวจคลื่นสมองมากกว่าร้อยละ 80
- ชัก (seizure)
- การตอบสนองของรีเฟล็กซ์เส้นเอ็นลึกในแขนและขาไวหรือแรงกว่าปกติ
- ศีรษะเล็กและแบน คิดเป็นร้อยละ 80
- เม็ดสีในร่างกายน้อย (hypopigmentation) ส่งผลทำให้ผิวขาว เส้นผมสีอ่อน รวมถึงสีตาอ่อนร่วมด้วย
- ใบหน้ามีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ ตาลึก คางแหลมแต่กว้าง ปากทรงยิ้มและปากกว้างกว่าปกติ
- พฤติกรรมมีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ หัวเราะหรือยิ้มบ่อย มีลักษณะท่าทางหรืออารมณ์ที่มีความสุขร่าเริงแจ่มใสและชอบเอาของเข้าปากมากกว่าปกติ
- พบปัญหาการกินในช่วงเป็นทารก
- การนอนหลับผิดปกติ
- หลงใหลหรือสนใจ “น้ำ” เป็นพิเศษ มักเข้าหาแหล่งน้ำโดยไม่กลัว ซึ่งส่งผลทำให้มีความเสี่ยงต่อการจมน้ำและสามารถเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ เนื่องจากเด็กขาดความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของแหล่งน้ำ
- ภายในช่องปากมีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ ช่องว่างระหว่างฟันห่างมากกว่าปกติ ลิ้นยื่นออกมานอกปากมากกว่าปกติหรือยื่นออกมาบริเวณฟัน
- ตื่นเต้นง่ายหรือไวต่อสิ่งกระตุ้นและมีพฤติกรรมการสะบัดมือหรือกระพือมือขึ้นลงซ้ำ ๆ
- ในเด็กโตมีรายงานพบว่า สายตาสั้น ร่วมกับมีอาการตากระตุกแกว่ง ท้องผูกและโรคอ้วน
- ทางระบบกระดูกพบว่ามีแนวโน้มความหนาแน่นของกระดูกลดลง อาจเนื่องมาจากพัฒนาการล่าช้าไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้กระดูกหักจากการกระแทกเพียงเล็กน้อยได้
กายภาพบำบัดช่วยได้อย่างไร(5, 7-9)
- กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย
- ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ในที่นี้จะยกตัวอย่างท่าออกกำลังกายกลุ่มกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยเด็กต้องสามารถนั่งทรงตัวได้เอง ซึ่งท่าออกกำลังกาย มีดังนี้
2.1) การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้อง
ท่าเริ่มต้น : นอนหงาย
วิธีการออกกำลังกาย : ให้เด็กทำท่าลุกนั่ง (sit-up) จำนวน 10 ครั้งต่อเซต ทำ 2-3 เซตต่อวัน

รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายกล้ามเนื้อท้อง
2.2) การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลัง
ท่าเริ่มต้น : นอนคว่ำ แขนทั้งสองข้างวางข้างศีรษะ
วิธีการออกกำลังกาย : ให้เด็กออกกำลังกายในท่าแอ่นหลัง ยกศีรษะและแขนทั้งสองข้างขึ้นโดยให้อกพ้นพื้น และวางตัวลงที่พื้นอย่างนุ่มนวล จำนวน 10 ครั้งต่อเซต ทำ 2-3 เซตต่อวัน

รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลัง
2.3) ออกกำลังกายกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง
ท่าเริ่มต้น : นั่งบนยิมบอล/ลูกบอลออกกำลังกาย หรือหมอนข้างแข็ง
วิธีการออกกำลังกาย : ให้เด็กนั่งอยู่บนยิมบอล/ลูกบอลออกกำลังกาย หรือนั่งคร่อมหมอนข้างแข็ง ผู้ปกครองจับประคองบริเวณเอวทั้งสองมือจากนั้นเคลื่อนไปทางซ้ายและขวา สลับไปมาด้วยจังหวะที่ช้าและนุ่มนวล ให้เด็กนั่งทรงตัวโดยไม่ให้ล้ม โดยการเคลื่อนไปทางซ้ายและขวานับเป็น 1 ครั้ง ทำ 10 ครั้ง/เซต ทำ 2-3 เซตต่อวัน

รูปที่ 3 แสดงตัวอย่างท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้างด้วยยิมบอล
- ส่งเสริมการเคลื่อนไหวปกติ
- ฝึกการทรงตัวในท่านั่งและท่ายืน
- ส่งเสริมการเดินให้เหมาะสม
- ออกกำลังกายเพื่อแก้ไขภาวะกระดูกสันหลังคด
- ยืดกล้ามเนื้อในรายที่มีกล้ามเนื้อตึงหรือหดสั้น
- รักษาพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อต่อให้เป็นปกติ
- ใช้เทคนิคหรืออุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงน้ำหนักตามข้อต่อในแนวตั้งหรือท่ายืนเพื่อลดปัจจัยที่ส่งผลทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง
- ธาราบำบัด
- วอยตาบำบัด
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายรวมถึงท่าทางที่เหมาะสมในอิริยาบถต่าง ๆ เฉพาะบุคคล
นอกจากได้รับการส่งเสริมทางกายภาพบำบัดแล้ว เด็กที่มีภาวะแองเจิลแมนควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาการและทักษะการดำรงชีวิตรอบด้าน รวมถึงปัญหาด้านอื่น ๆ ที่เด็กควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจากสหวิชาชีพอื่น ๆ ได้แก่ แพทย์เฉพาะทางสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการของเด็ก นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการสื่อความหมายทางภาษาและการพูด นักโภชนาการ และอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับอาการแสดงของเด็ก หากผู้ปกครองท่านใดต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถพาเด็กไปพบผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อให้เด็กได้รับการประเมินอย่างถูกต้องตรงประเด็นและได้รับการส่งเสริมพัฒนาการและทักษะต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
เรียบเรียงโดย กภ.องครักษ์ ธรรมมิกะ
เอกสารอ้างอิง
- Butler MG. Clinical presentation, genetics, and aboratory testing with integrated genetic analysis of molecular mechanisms in Prader–Willi and Angelman syndromes: A Review. Int J Mol Sci. 2026;27(3):1270.
- Godler DE, Singh D, Butler MG. Genetics of Prader–Willi and Angelman syndromes: 2024 update. Curr Opin Psychiatr. 2025;38(2):95-100.
- Madaan M, Morales A. Angelman syndrome. StatPearls [Internet]: StatPearls Publishing; 2026.
- Buoncuore G, Salvatore M, Rocchetti A, Facciaroni L, Veneselli E, Elia M, et al. The Italian Angelman syndrome registry (IReAS): a tool for standardized data collection and genotype-phenotype analysis. Eur J Med Genet. 2026:105067.
- Duis J, Nespeca M, Summers J, Bird L, Bindels‐de Heus KG, Valstar M, et al. A multidisciplinary approach and consensus statement to establish standards of care for Angelman syndrome. Mol Genet Genom Med. 2022;10(3):e1843.
- Duca DG, Craiu D, Chirieac SM, Arghir A, Tutulan-Cunita A, Barca D, et al. Diagnostic approach of Angelman syndrome. Maedica. 2013;8(4):321.
- Ha S-Y, Sung Y-H. Vojta therapy affects trunk control and postural sway in children with central hypotonia: a randomized controlled trial. Children. 2022;9(10):1470.
- Sommese M, Corrado B. A comprehensive approach to rehabilitation interventions in patients with Angelman syndrome: a systematic review of the literature. Neurol int. 2021;13(3):359-70.
- Borghi A, Toffoli L, Duma GM, Danieli A, Randazzo G, Nappi S, et al. Developmental profile in Angelman syndrome and its relationship with genotype, epilepsy, sleep, pharmacological and non-pharmacological interventions. Int J Dev Disabil. 2025:1-12.




