mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การอบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาแบดมินตัน

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • การอบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาแบดมินตัน

การอบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาแบดมินตัน

มิถุนายน 1, 2026
Categories
  • กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Plyometric exercise
  • การอบอุ่นร่างกายในนักแบด
  • วิธีป้องกันการบาดเจ็บในนักแบด

จากบทความเรื่องการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในนักกีฬาแบดมินตัน โดยกีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวทั่วทั้งร่างกายและมีรูปแบบการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายได้ง่าย ดังนั้นการเตรียมตัวเพื่อป้องกันการบาดเจ็บถือเป็นเรื่องที่สำคัญ จากการศึกษาของ Ramirez และคณะพบว่า การฝึกกล้ามเนื้อแบบ พลังระเบิดของกล้ามเนื้อ (Plyometric exercise) คือ การออกกำลังกายที่ใช้ความแข็งแรงและความเร็ว ในการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทำให้เกิดกำลังในการเคลื่อนไหว แบบฉับพลัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ความเร็วและความคล่องตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมากที่สุด โดยใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด เช่นการกระโดด การวิ่ง หรือท่าที่ต้องเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว (1) การทำงานดังกล่าวของกล้ามเนื้อมีความคล้ายคลึงกับการเคลื่อนที่ในนักกีฬาแบดมินตัน การป้องกันจะช่วยให้ข้อต่อบาดเจ็บได้ยาก (2) ปัจจุบันมีโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายในนักแบดมินตันที่พัฒนามาจากโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายในนักฟุตบอลชื่อว่า Preventibad (3) โดยจากการศึกษาพบว่าโปรแกรมดังกล่าวสามารถช่วยลดการบาดเจ็บได้สูงถึงร้อยละ 75.88 ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการศึกษาก่อนหน้า (4) ที่ใช้ในนักกีฬาฟุตบอลอยู่ที่ร้อยละ 77 ประกอบด้วยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อไหล่ ลำตัว ขา และการฝึกเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่  โดยโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายประกอบด้วยท่าต่าง ๆ ดังนี้

ท่าอบอุ่นร่างกายป้องกันการบาดเจ็บ โดยโปรแกรม PreventiBad

แผนภาพที่ 1 พื้นที่สำหรับใช้อบอุ่นร่างกาย

แผนภาพที่ 1 พื้นที่สำหรับใช้อบอุ่นร่างกาย

1.วิ่งออกกำลังกาย

1.1 วิ่งจ็อกกิ้งไปด้านหน้า 20 เมตร 2 รอบ ตามรูปที่ 1

แผนภาพที่ 2 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งจ๊อกกิ้ง

แผนภาพที่ 2 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งจ๊อกกิ้ง

รูปที่ 1 การวิ่งจ็อกกิ้ง

รูปที่ 1 การวิ่งจ็อกกิ้ง

1.2 วิ่งจ็อกกิ้งร่วมกับกางสะโพกออกทุก 4 เมตรสลับซ้าย-ขวา ยาว 20 เมตร 2 รอบ ตามรูปที่ 2

แผนภาพที่ 3 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งจ๊อกกิ้งร่วมกับกางสะโพกออกทุก 4 เมตร

แผนภาพที่ 3 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งจ๊อกกิ้งร่วมกับกางสะโพกออกทุก 4 เมตร

รูปที่ 2 การวิ่งจ็อกกิ้งร่วมกับกางสะโพกออก

รูปที่ 2 การวิ่งจ็อกกิ้งร่วมกับกางสะโพกออก

1.3 วิ่งจ็อกกิ้งร่วมกับหุบสะโพกเข้าทุก 4 เมตรสลับซ้าย-ขวา 20 เมตร 2 รอบ ตามรูปที่ 3

แผนภาพที่ 4 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งจ๊อกกิ้งร่วมกับหุบสะโพกออกทุก 4 เมตร

แผนภาพที่ 4 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งจ๊อกกิ้งร่วมกับหุบสะโพกออกทุก 4 เมตร

รูปที่ 3 การวิ่งจ็อกกิ้งร่วมกับหุบสะโพกเข้าทุก

รูปที่ 3 การวิ่งจ็อกกิ้งร่วมกับหุบสะโพกเข้าทุก

1.4 วิ่งก้าวขาด้านข้าง ทุกๆ 4 เมตร มาครึ่งทาง ทางด้านกว้างของสนาม 2 รอบ ตามรูปที่ 4

แผนภาพที่ 5 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งก้าวขาด้านข้างทุก 4 เมตร

แผนภาพที่ 5 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งก้าวขาด้านข้างทุก 4 เมตร

รูปที่ 4 การวิ่งก้าวขาด้านข้าง

รูปที่ 4 การวิ่งก้าวขาด้านข้าง

1.5 วิ่งก้าวขาด้านข้างแบบไขว้ขา ทุกๆ 4 เมตร มาครึ่งทาง ทางด้านกว้างของสนาม 2 รอบ ตามรูปที่ 5

แผนภาพที่ 6 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งก้าวขาด้านข้างแบบไขว้ขา ทุกๆ 4 เมตร

แผนภาพที่ 6 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งก้าวขาด้านข้างแบบไขว้ขา ทุกๆ 4 เมตร

รูปที่ 5 การวิ่งก้าวขาด้านข้างแบบไขว้ขา

รูปที่ 5 การวิ่งก้าวขาด้านข้างแบบไขว้ขา

1.6 วิ่งสปรินไปด้านหน้า 8 เมตร ถอย 4 เมตร จำนวน 20 เมตร 2 รอบ ตามรูปที่ 6

แผนภาพที่ 7 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งสปรินไปด้านหน้า 8 เมตร ถอย 4 เมตร

แผนภาพที่ 7 แสดงรูปแบบและทิศทางการวิ่งสปรินไปด้านหน้า 8 เมตร ถอย 4 เมตร

รูปที่ 6 การวิ่งสปรินไปด้านหน้า 8 เมตร ถอย 4 เมตร

รูปที่ 6 การวิ่งสปรินไปด้านหน้า 8 เมตร ถอย 4 เมตร

2.ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อลำตัว 3 ระดับ ความยากเลือกท่าตามความสามารถของตนเอง

ระดับที่ 1 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ค้าง 30 วินาที 2 รอบ ตามรูปที่ 7

รูปที่ 7 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก

รูปที่ 7 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก

ระดับที่ 2 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ร่วมกับเหยียดสะโพกขึ้น 2 ด้านสลับกัน ภายใน 30 วินาที 2 รอบ ตามรูปที่ 8

รูปที่ 8 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ร่วมกับเหยียดสะโพกขึ้น 2 ด้านสลับกัน ภายใน 30 วินาที

รูปที่ 8 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ร่วมกับเหยียดสะโพกขึ้น 2 ด้านสลับกัน ภายใน 30 วินาที

ระดับที่ 3 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ร่วมกับเหยียดสะโพกขึ้นทีละข้าง ค้าง 30 วินาที สลับทำขาอีกข้าง ตามรูปที่ 9

ตามรูปที่ 9 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ร่วมกับเหยียดสะโพกขึ้นทีละข้าง ค้าง 30 วินาที

ตามรูปที่ 9 ท่าแพล็งค์ วางบนศอก ร่วมกับเหยียดสะโพกขึ้นทีละข้าง ค้าง 30 วินาที

3.ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว ความยากเลือกท่าตามความสามารถของตนเอง

ระดับที่ 1 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา ทำค้าง 30 วินาที สลับทำอีกด้าน ตามรูปที่ 10

รูปที่ 10 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา

รูปที่ 10 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา

ระดับที่ 2 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา กางขาด้านบนขึ้นลงภายใน 30 วินาที สลับทำอีกด้าน ตามรูปที่ 11

รูปที่ 11 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา กางขาด้านบนขึ้นลง

รูปที่ 11 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา กางขาด้านบนขึ้นลง

ระดับที่ 3 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา กางขาด้านบนขึ้นค้าง 30 วินาที สลับทำอักด้าน ตามรูปที่ 12

รูปที่ 12 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา กางขาด้านบนขึ้นค้าง 30 วินาที

รูปที่ 12 ท่าแพล็คด้านข้าง ลงน้ำหนักที่ศอก งอศอก 90 องศา กางขาด้านบนขึ้นค้าง 30 วินาที

4.ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Nordic curl exercise)

นั่งลงน้ำหนักที่เข่า 2 ด้าน มือกอดอก ยืดสะโพกขึ้น มีคนช่วยกดข้อเท้า 2 ด้าน หรือล็อกไว้กับเครื่องออกกำลังกาย ค่อย ๆ เคลื่อนลำตัวลงกับพื้น จำนวนครั้งทำตามความสามารถของตนเอง ตามรูปที่ 13

ระดับที่ 1 ทำ 3-5 ครั้ง

ระดับที่ 2 ทำ 7-10 ครั้ง

ระดับที่ 3 ทำ 12-15 ครั้ง

รูปที่ 13 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง

รูปที่ 13 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง

5.ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงข้อไหล่

5.1 งอศอก 90 องศา เริ่มต้นจากแขนแนบลำดับดึงยางยืดหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก 10 ครั้ง ตามรูปที่ 14

ระดับที่ 1 ยางยืดระดับบาง

ระดับที่ 2 ยางยืดระดับกลาง

ระดับที่ 3 ยางยืดระดับหนา

รูปที่ 14 ดึงยางยืดหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก

รูปที่ 14 ดึงยางยืดหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก

5.2 งอศอก 90 องศา เริ่มต้นหมุนแขนออกให้สุดดึงยางยืดหมุนข้อไหล่เข้าด้านใน 10 ครั้ง ตามรูปที่ 15

ระดับที่ 1 ยางยืดระดับบาง

ระดับที่ 2 ยางยืดระดับกลาง

ระดับที่ 3 ยางยืดระดับหนา

รูปที่ 15 ดึงยางยืดหมุนข้อไหล่เข้าด้านใน

รูปที่ 15 ดึงยางยืดหมุนข้อไหล่เข้าด้านใน

6.ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขา ยืนขาเดียว ความยากเลือกท่าตามความสามารถของตนเอง

ระดับที่ 1 ยืนขาเดียว ค้าง 30 วินาที สลับทำอีกด้าน ตามรูปที่ 16

รูปที่ 16 ยืนขาเดียว

รูปที่ 16 ยืนขาเดียว

ระดับที่ 2 ยืนขาเดียว ให้เพื่อนโยนลูกแบตไปในทิศทางต่าง ๆ เป็นเวลา 30 วินาที สลับขาอีกด้าน ตามรูปที่ 17

รูปที่ 17 ยืนขาเดียวรับลูกในทิศทางต่างๆ

รูปที่ 17 ยืนขาเดียวรับลูกในทิศทางต่างๆ

ระดับที่ 3 ยืนขาเดียว ให้เพื่อนดันด้านหลังในตำแหน่งต่างๆของหลัง เป็นเวลา 30 วินาที สลับขาอีกด้าน ตามรูปที่ 18

รูปที่ 18 ยืนขาเดียวต้านแรงในทิศทางต่างๆ

รูปที่ 18 ยืนขาเดียวต้านแรงในทิศทางต่างๆ

7.ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขา ยืน 2 ขา ความยากเลือกท่าตามความสามารถของตนเอง

ระดับที่ 1 ยืนกางขาเท่ากับระดับไหล่ ย่อขาลง งอเข่า 90 องศา เป็นเวลา 30 วินาที จำนวน 2 รอบ ตามรูปที่ 19

รูปที่ 19 ย่อขาค้าง 30 วินาที

รูปที่ 19 ย่อขาค้าง 30 วินาที

ระดับที่ 2 ก้าวขาย่อไปด้านหน้า เป็นเวลา 30 วินาที จำนวน 2 รอบ ตามรูปที่ 20

รูปที่ 20 ก้าวขาย่อไปด้านหน้า

รูปที่ 20 ก้าวขาย่อไปด้านหน้า

ระดับที่ 3 ยืนย่อขาเดียว เป็นเวลา 30 วินาที จำนวน 2 รอบ ตามรูปที่ 21

รูปที่ 21 ยืนย่อขาค้าง 30 วินาที

รูปที่ 21 ยืนย่อขาค้าง 30 วินาที

8.ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้วยการกระโดด

ระดับที่ 1 ยืนกางขาเท่ากับระดับไหล่ย่อเข่า 90 องศา ยืดกระโดดขึ้นตรงๆ ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วินาที จำนวน 2 รอบ ตามรูปที่ 22

รูปที่ 22 ยืนย่อขากระโดด

รูปที่ 22 ยืนย่อขากระโดด

ระดับที่ 2 ยืนขาเดียวกระโดดไปขาฝั่งตรงข้ามกลับไปมา ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วินาที จำนวน 2 รอบ ตามรูปที่ 23

รูปที่ 23 ยืนขาเดียวกระโดดไปมา 30 วินาที

รูปที่ 23 ยืนขาเดียวกระโดดไปมา 30 วินาที

ระดับที่ 3 ยืนกางขาเท่ากับระดับไหล่กระโดดไปด้านหน้าและกลับ ในทิศทางรอบๆ เป็นเวลา 30 วินาที จำนวน 2 รอบ ตามรูปที่ 24

รูปที่ 24 กระโดด 2 ขา ไปกลับ 4 ทิศทาง

รูปที่ 24 กระโดด 2 ขา ไปกลับ 4 ทิศทาง

9.ท่าออกกำลังกายเปลี่ยนทิศทาง

9.1 การเขย่งก้าวกระโดด (Bounding) ไปด้านหน้า 6-8 ก้าว ทำซ้ำ 2 รอบ ตามรูปที่ 25

รูปที่ 25 เขย่งก้าวกระโดด

รูปที่ 25 เขย่งก้าวกระโดด

9.2 การเปลี่ยนทิศทางในการรับลูกแบต 6-8 ทิศทาง ทำซ้ำ 2 รอบ ตามรูปที่ 26

รูปที่ 26 การเปลี่ยนทิศทางรับลูกแบต

รูปที่ 26 การเปลี่ยนทิศทางรับลูกแบต

โปรแกรมการอบอุ่นร่างกาย Preventibad ควรทำ 2 ครั้ง/สัปดาห์ (3) โดยพบว่าการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังแบบยืดยาวออก (Eccentric contraction) และการฝึกความเร็วในการเคลื่อนที่ (Agility) จะช่วยเพิ่มให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อของร่างกายสามารถทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น (5) ขณะเดียวกันการมีความมั่นคงแกนกลางลำตัวที่ดีสามารถช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวลำตัวและช่วยลดแรงเครียดต่อรยางค์ขาได้ เนื่องจากแบดมินตันมีการถือไม้แขนข้างที่ถนัดข้างเดียวส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของลำตัว (6) อีกทั้งกล้ามเนื้อลำตัวที่แข็งแรงยังช่วยเพิ่มความสามารถในการเล่นให้ดีขึ้นทั้งในนักกีฬาแบดมินตันรวมไปถึงผู้ที่เล่นกีฬาประเภทอื่น ๆ อีกด้วย (7) นอกจากการอบอุ่นร่างกายที่ดีและการฝึกฝนเทคนิคการเล่นที่เหมาะสมแล้ว การเลือกอุปกรณ์ที่ดีก็เป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในการเล่นแบดมินตันได้ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าและไม้แบดมินตัน (8)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายในนักกีฬาแบดมินตัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโปรแกรมนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้เล่นกีฬาแบดมินตันไม่มากก็น้อย

“รู้ก่อนป้องกันได้ ดีกว่ารักษาครับ”

เรียบเรียงโดย กภ.(ชำนาญการพิเศษ) เดชวิน หลายศิริเรืองไร

เอกสารอ้างอิง

  1. Ramirez CR, Moran J, Chaabene H, Granacher U, Behm D, Garcia HA, et al. Methodological characteristics and future directions for plyometric jump training research: a scoping review update. Scand J Med Sci Sports. 2020;30:983–97.
  2. Kaminski TW, Needle AR, Delahunt E. Prevention of lateral ankle sprains. J Athl Train. 2019;54(6):650–661.
  3. Phomsoupha M, Tran A, Guermont H. A prospective randomised controlled trial investigating the impact of a musculoskeletal injury prevention warm-up program for youth badminton: A preliminary study. JSport Sci. 2025;43(5):440-7.
  4. Soligard T, Nilstad, A, Steffen K, Myklebust G, Holme I, Dvorak J, et al. Compliance with a comprehensivewarm-up programme to prevent injuries in youth football. Br J Sports Med, 2010;44(11):787–793.
  5. Impellizzeri FM, Bizzini M, Dvorak J, Pellegrini B, Schena F, Junge A. Physiological and performance responses to the FIFA 11+(part 2): A randomised controlled trial on the training effects. J Sport Sci. 2013;31(13):1491–1502.
  6. Kimura et al., 2014 : Huang MT, Lee HH, Lin CF, Tsai YJ, Liao JC. (2014). How does knee pain affect trunk and knee motion during badminton forehand lunges? J Sport Sci. 2014;32(7):690–700.
  7. Ozmen T, Aydogmus M. Effect of core strength training on dynamic balance and agility in adolescent badminton players. J Bodyw Mov Ther. 2016;20(3):565–70.
  8. Pardiwala DN, Subbiah K, Rao N, Modi R. Badminton Injuries in Elite Athletes: A Review of Epidemiology and Biomechanics. Indian J Orthop. 2020;54(3):237–245.
Post Views: 697
Share
29

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.