mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

เมื่อเป็น เบาหวาน แล้วอยาก ออกกำลังกาย

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • เมื่อเป็น เบาหวาน แล้วอยาก ออกกำลังกาย

เมื่อเป็น เบาหวาน แล้วอยาก ออกกำลังกาย

กรกฎาคม 26, 2019
Categories
  • กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • เบาหวาน
  • เป็นเบาหวาน
  • เป็นเบาหวานออกกำลังกายได้ไหม

เบาหวาน หนี่งในโรคกลุ่ม NCDs ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งในปัจจุบัน จากรายงานการสำรวจสุขภาพประเทศไทยโดยการตรวจร่างกาย พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านคน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (1) และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เราจะทำอย่างไรดี? เคยได้ยินคำรณรงค์ต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อลดการเกิดโรคกลุ่ม NCDs ไหม ไม่ว่าจะเป็น “ขยับเท่ากับการออกกำลังกาย” หรือ “แค่แกว่งแขนก็ลดพุง” ทุกอันล้วนเน้นให้เกิดกิจกรรมทางกาย นั่นก็คือการขยับเคลื่อนไหว แต่จะขยับอย่างไรดีให้ได้ประโยชน์สูงสุด  เหมาะกับโรคที่เป็น โดยเฉพาะ “เบาหวาน”

การออกกำลังกาย มีประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานอย่างไร? อันดับแรกคือ การลดระดับน้ำตาลในเลือด กล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานขณะออกกำลังจะกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานจากน้ำตาลในกระแสเลือด ร่วมกับน้ำตาลที่เก็บสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อันดับที่สอง ผู้ที่เป็นเบาหวานเกิดจากปัญหาของอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปเก็บเป็นพลังงานของร่างกายที่ตับและกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายจะเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของอินซูลินในการเก็บน้ำตาลในกระแสเลือดไปเป็นแหล่งพลังงานของร่างกายที่กล้ามเนื้อและตับ อันดับที่สาม ช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นโรคร่วมที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ และอันดับสุดท้าย เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายจะสร้างสารเคมีที่ “สร้างความสุข” ขึ้นในสมอง สำหรับผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังมานาน ทำให้รู้สึกเศร้า หดหู่ เมื่อออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกอารมณ์ดี และผ่อนคลายมากขึ้น (3)

ออกกำลังกายอย่างไรดี? ควรเป็นการออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องและมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นจากขณะพัก ที่เรารู้จักกันทั่วไปคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เป็นเวลา 30-45 นาที แต่สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่สามารถทำต่อเนื่องได้ สามารถออกกำลังกาย 10 นาที แล้วพัก และทำจนครบ 30 นาที ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ความหนัก วัดจากอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น 60%-85% ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ (2) ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดคำนวณได้จาก 220-อายุ

ยกตัวอย่าง อายุ 60 ปี อัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ เท่ากับ 160 (220-60) ครั้ง/นาที ออกกำลังกายให้หนัก 60%-85% เท่ากับ 96 (160×0.60) ถึง 136 (160×0.85) ครั้ง/นาที สรุปได้ว่า หากผู้ที่มีอายุ 60 ปี ต้องการออกกำลังกายเพื่อให้มีประสิทธิภาพ จะต้องออกกำลังกายให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วง 96-136 ครั้ง/นาที และควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 3-5 ครั้ง/สัปดาห์ หรือจะสลับกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น การยกน้ำหนัก หรือออกกำลังกายด้วยยางยืด ก็ได้ เพราะว่ากล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้น การนำน้ำตาลในเลือดมาใช้ก็จะมากขึ้นตาม

มีข้อควรระวังหรือไม่? สำหรับการออกกำลังกายของผู้ที่เป็นเบาหวาน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การวัดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังการออกกำลังกาย โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดอินซูลิน เพราะฉะนั้น หากต้องการออกกำลังกายให้ปลอดภัย ควรปฏิบัติดังนี้

  1. วัดระดับน้ำตาลก่อนออกกำลังกาย ถ้าต่ำกว่า 100 มก./ดล. ให้ทานของว่างที่มีคาร์โบไฮเดรตอย่างน้อย 15-20 กรัม (5) เช่น กล้วยหอม ½ ผล แอปเปิ้ล 1 ผลเล็ก หรือส้ม 2 ผลกลาง ก่อน 15-30 นาที หรือถ้าน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 250 มก./ดล. ให้งดออกกำลังกาย

 

ผลไม้ 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี (2)
ชนิด ปริมาณ
กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

กล้วยหอม

แตงโม

ส้มเขียวหวาน

ลูกเกด

เงาะ

แอปเปิล

ส้มโอ

1 ผลขนาดกลาง

½ ผล

12 ชิ้นคำ

2 ผลกลาง

2 ช้อนโต๊ะ

4 ผล

1 ผลเล็ก

4 กลีบ

  1. กรณีที่ฉีดอินซูลิน ให้ฉีดเข้าที่หน้าท้อง เนื่องจากหากฉีดเข้าที่แขนและขาซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ออกแรง (3) การดูดซึมยาจะมากและเร็วขึ้น ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และควรออกกำลังหลังฉีดอินซูลินไปแล้วอย่างน้อย 1 ช.ม
  2. หากมีอาการผิดปกติ ได้แก่ เวียนศีรษะ หน้ามืด จุกแน่นหน้าอก ควรหยุดพักทันที และวัดระดับน้ำตาลในเลือด หากพบว่า ต่ำกว่า 70 มก./ดล. ให้ทานอาหารที่มีน้ำตาล 15 กรัมทันที เช่น ลูกอม 3 เม็ด น้ำผลไม้ 120-180 ซีซี หรือ เฮลบลูบอย 1 ช้อนโต๊ะ และวัดระดับน้ำตาลซ้ำ หากไม่เพิ่มควรไปพบแพทย์ทันที
  3. การระวังการบาดเจ็บที่เกิดกับเท้า และสวมรองเท้าที่พอดี ใส่สบาย ไม่เสียดสี ในรายที่มีการผิดรูปของเท้า และควรตรวจเท้าด้วยตนเองทุกวัน ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่
  4. ในกรณีที่มีปัญหา เท้าชา ไม่รู้สึก เป็นแผล ถือเป็นข้อห้ามในการออกกำลังกาย

นอกจากการออกกำลังกายด้วยระยะเวลา ความหนัก และความถี่ ที่เหมาะสมแล้ว ควรออกกำลังกายให้ปลอดภัย  และเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น หยุดทันทีเมื่อรู้สึกผิดปกติ พกของว่างติดตัวป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มีเพื่อนร่วมออกกำลังกายเผื่อกรณีฉุกเฉิน และอย่าลืมปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเองและได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

เรียบเรียงโดย กภ. พรพิรุณ ฝึกศิลป์ 

เอกสารอ้างอิง

  1. Ddc.moph.go.th [Internet]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2561 [เข้าถึงเมื่อ 6 พ.ค. 2562]. เข้าถึงจาก: https://ddc.moph.go.th/th/site/newsview/view/1978
  2. รศ. นพ.ประเสริฐ, บรรณาธิการ. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและการป้องกัน. กรุงเทพฯ: ยูเนี่ยน ครีเอชั่น; 2554.
  3. รศ. คลินิก นพ.วีระศักดิ์ ศรินนภากร, ศ. คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์, รศ. นพ.ทองคำ สุนทรเทพวรากุล, นพ.สถิตย์ นิรมิต มหาปัญญา, บรรณาธิการ. โรคเบาหวาน (Cases approach for diabetes mellitus management). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์กรุงเทพวารสาร; 2553.
  4. รศ. ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล, ผศ. พญ.เทวี วัฒนา, นพ.กิจจา ฤดีขจร, ภช.วิฑูรย์ ภูริปัญญวานิช, ปิยะมล มณีวัต, และคณะ. หยุดยั้งและควมคุมเบาหวาน. กรุงเทพฯ: รีดเดอร์ส ไดเจสท์; 2552.
  5. Diabetes.org [Internet]. Arlington: American diabetes association; c1995-2019 [updated 2017 Sep 25; cited 2019 May 7]. Available from: http://www.diabetes.org/food-and-fitness/fitness/get-started-safely/blood-glucose-control-and-exercise.html
Post Views: 1,268
Share
1

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.