พาร์กินสันกับการออกกำลังกาย

Closeup of a support hands
โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) หรือโรคสันนิบาต เกิดจากความเสื่อมไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเซลล์สมองบริเวณ substantia nigra ส่งผลให้ผลิตสารสื่อนำประสาทที่ชื่อว่า “โดปามีน” ลดลง ซึ่งโดปามีนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย1 ทำให้ผู้ป่วยมักมีอาการผิดปกติทางด้านการเคลื่อนไหว โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ อาจพบได้ในผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป2 บางรายอาจเกิดได้จากสารเคมีหรือยาบางชนิดทำให้มีอาการเหมือนโรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์
ลักษณะอาการแสดงหลักของโรค1,2
| 1. อาการสั่น (tremor)
ลักษณะสั่นมักเกิดขึ้นที่มือหรือขาในขณะที่อยู่นิ่งๆ และเพียงช้างเดียวในระยะเริ่มแรกของโรค รูปแบบการสั่นคล้ายปั้นยาลูกกลอน ต่อมาอาจมีอาการสั่นของระยางค์ทั้งสองข้าง คางหรือศีรษะได้ อาการสั่นมักหายไปเมื่อมีการเคลื่อนไหว และสั่นมากขึ้นเมื่อมีภาวะตึงเครียด การรับประทานยาช่วยลดอาการสั่นได้ |
| 2. อาการเกร็ง (rigidity)
กล้ามเนื้อมีความตึงตัวสูง เกร็งแข็งตลอดเวลา มักเกร็งที่กล้ามเนื้อคอ หลัง และส่วนต้น ๆ ของแขนหรือขา ก่อน ต่อมาเมื่ออาการมากขึ้นจะเกร็งส่วนปลายมือและเท้า |
| 3. อาการเคลื่อนไหวช้า (bradykinesia)
ใช้ระยะเวลานานในการเริ่มเคลื่อนไหว มักเกิดข้างเดียวกับข้างที่มีอาการสั่น เมื่อมีการดำเนินของโรคมากขึ้นอาการเคลื่อนไหวช้าจะเพิ่มมากขึ้นไปถึงลำตัว ศีรษะและระยางค์อีกข้างส่งผลให้การทำกิจวัตรช้าลง เช่น เดินช้า พูดช้า รับประทานอาหารช้า เป็นต้น |
| 4. สูญเสียการทรงตัว (postural instability)
ผู้ป่วยมักจะทรงตัวลำบาก ก้าวขาไม่ออกขณะเดิน ร่วมกับการเกิดความผิดปกติของร่างกาย เช่น ศีรษะก้มไปด้านหน้า หลังค่อม ศอก สะโพก และเข่างอ ทำให้เสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย มักเริ่มมีอาการหลังเกิดโรค 2-5 ปี |
อาการดังกล่าวยังส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกาย ดังนี้1,2
| ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ | ข้อยึดติดหรือผิดรูป กล้ามเนื้ออ่อนแรง |
| ระบบทางเดินหายใจและหัวใจ | การขยายทรวงอก,ปอดและประสิทธิภาพการไอจามลดลง จนเกิดการคั่งของเสมหะ |
| ระบบการสื่อสาร สัมพันธ์กับผู้อื่น | พูดช้า เสียงเบา น้ำเสียงโทนเดียว ไม่แสดงสีหน้า เขียนหนังสือตัวเล็กลงเรื่อยๆ |
| ระบบการขับถ่าย | น้ำลายไหล กลืนลำบาก เคี้ยวช้า กระเพาะอาหารย่อยไม่ดี ลำไส้บีบตัวลดลง ท้องผูก ปัสสาวะกระปริดกระปรอย เกิดการคั่งของกระเพาะปัสสาวะ ติดเชื้อได้ |
| ระบบจิตใจ | ท้อแท้ ซึมเศร้า เบื่อหน่าย กระวนกระวายใจ |
| ระบบประสาทอัตโนมัติ | เหงื่อออกมาก |
| อื่น ๆ | นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน หลงลืม |
หลักการดูแลตัวเอง
1. ยารักษาโรคพาร์กินสัน แม้ว่ายาที่ได้รับจะไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถควบคุมอาการของโรคให้ลดลงหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับยาตลอด ต่อเนื่อง และตรงเวลา นอกจากนี้ยังต้องหมั่นสังเกตดูผลการออกฤทธิ์ยาหรือหมดฤทธิ์ยา อาการผิดปกติเมื่อยาออกฤทธิ์ อาจจัดทำเป็นตารางบันทึกการทานยา อาการของโรคในเวลาต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์สามารถใช้ในการปรับยา1
2. การออกกำลังกายเพื่อการบำบัดรักษา มีความสำคัญต่อการชะลอการดำเนินของโรค ได้ผลดีมากโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเป็นในระยะแรก ๆ ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ระยะเวลา 15-45 นาทีต่อครั้ง (เริ่มต้นที่ 15 นาทีก่อนจนกระทั่งถึง 45 นาที ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน) ขณะออกกำลังกายต้องไม่มีอาการเจ็บปวด เวียนศีรษะ ทำช้า ๆ สม่ำเสมอ ออกกำลังในที่อากาศถ่ายเท สวมใส่เสื้อผ้าสบาย2,3
ชุดตัวอย่างการออกกำลังกาย1,2
| จุดประสงค์ | ท่าออกกำลัง | ||
| การออกกำลังแบบแอโรบิก (45 นาที) | อบอุ่นร่างกาย | 1. ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าท้องและสะโพกด้านหน้า | ท่าเริ่ม: นอนคว่ำ
ฝ่ามือทั้งสองข้างวางบนเตียงระดับไหล่ ขาเหยียดตรง ปฏิบัติ: ดันตัวขึ้นจนศอกเหยียดตรง สะโพกติดเตียงมากที่สุดจนตึงบริเวณ หน้าท้องและหน้าสะโพก ค้างท่านี้ไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนตัวลง ทำซ้ำ 5 ครั้ง |
| 2. ท่ายืดกล้ามเนื้อลำตัว | ท่าเริ่ม: นอนหงาย
กางแขนทั้งสองข้างระดับไหล่ ชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง ปฏิบัติ: หมุนลำตัวไปด้านขวา ให้เข่าใกล้เตียง มากที่สุดจนตึงบริเวณลำตัวและหน้าอก ข้างซ้าย แขนทั้งสองข้างติดเตียง ค้างท่านี้ไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง ก่อนสลับไปทางซ้าย |
||
| 3. ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง | ท่าเริ่ม: นั่งหลังตรง
แขนข้างลำตัว ปฏิบัติ: ก้มหลังลง มือลูบไปตามหน้าแข้งให้มากที่สุดจน ตึงบริเวณด้านหลัง ค้างท่านี้ไว้ 10 วินาที แล้วกลับนั่งตรง ทำซ้ำ 5 ครั้ง |
||
| 4. ท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง | ท่าเริ่ม: ยืนหลังตรง
มือจับเก้าอี้ด้านหน้า ปฏิบัติ: ก้าวขาขวาไปข้างหน้า งอเข่าขวาลง เข่าซ้ายเหยียดตรง พยายามให้ส้นเท้าติดพื้น จนตึงบริเวณน่องข้างซ้าย ค้างท่านี้ไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง และสลับข้าง |
||
| แอโรบิก | 5. ท่าบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า | ท่าเริ่ม: ยืนหลังตรง
แขนแนบข้างลำตัว ปฏิบัติ: งอเข่าลงทั้งสองข้างจนสะโพกอยู่ระดับ เดียวกับเข่า แล้วกลับตรง แขม่วหน้าท้อง หลังตรงตลอด ทำซ้ำ 30 ครั้ง |
|
| 6. ท่าบริหารกล้ามเนื้อรอบสะโพก | ท่าเริ่ม: ยืนหลังตรง
มือจับเก้าอี้ด้านหน้า ปฏิบัติ: เตะขาขวาไป ข้างหน้า ข้างหลัง กางขาขวาออก หุบเข้า เข่าเหยียดตรงตลอด สลับเป็นข้างซ้าย ทำซ้ำ 10 ครั้ง |
||
| 7. ท่าบริหารถ่ายเทน้ำหนักในทิศทางต่างๆ | ท่าเริ่ม: ยืนหลังตรง
มือจับเก้าอี้ด้านหน้า ปฏิบัติ: ก้าวขาขวาไปข้างหน้า งอเข่าขวาถ่ายน้ำหนักตัวไปข้างหน้า กลับยืนตรง ก้าวขาขวาไปข้างหลัง งอเข่าขวาถ่ายน้ำหนักตัวไปข้างหลัง กลับยืนตรง ก้าวขาขวาไปด้านข้าง งอเข่าขวาถ่ายน้ำหนักตัวไปด้านข้าง กลับยืนตรง สลับเป็นข้างซ้าย ทำซ้ำ 10 ครั้ง |
||
| 8. ท่าบริหารการหมุนตัว | ท่าเริ่ม: ยืนหลังตรง
ปฏิบัติ: เปิดปลายเท้าขวาขึ้น บิดไปวางทางขวา หมุนลำตัวตามพร้อมเท้าซ้ายตามไป วางคู่กัน ทำไปเรื่อย ๆ จนหันหน้ากลับมา ทางเดิม สลับเป็นข้างซ้าย ทำซ้ำ 5 ครั้ง |
||
| 9. ท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง | ท่าเริ่ม: นอนหงาย
แขนทั้งสองวางข้างลำตัว ชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง ปฏิบัติ: ยกลำตัวขึ้นจนสะบักพ้นเตียง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง แล้วผ่อนลง ทำซ้ำ 30 ครั้ง ระวังปวดกล้ามเนื้อต้นคอ |
||
| ผ่อนคลาย | 10. ท่าผ่อนคลายกล้ามเนื้อ | ท่าเริ่ม: นอนคว่ำ
แขนเหยียดตรงขึ้นข้างบน ขาเหยียดตรง ปฏิบัติ: หายใจเข้า-ออก ให้ลึกและยาว ช้า ๆ จนกระทั่งหายใจเป็นปกติหรือหายเหนื่อย |
นอกจากนี้อาจจะเลือกออกกำลังกายที่เป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบได้ เช่น เดินทน ว่ายน้ำ ปั่นกิจกรรม เป็นต้น
3. การฟื้นฟูสภาพจิตใจและสังคม เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการบำบัดรักษา ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและผู้ดูแลหรือญาติต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ นักกายภาพ นักบำบัดต่าง ๆ ต้องให้ความเชื่อมั่นในการรักษาต่อผู้ป่วย รวมทั้งกำลังใจ ความเข้าใจ จากบุคคลในครอบครัว เมื่อมีจิตใจที่เข้มแข็งก็ส่งผลต่อร่างกายให้แข็งแรงด้วย การรักษาบำบัดก็จะได้ประสิทธิผลสูงสุด1
เรียบเรียงโดย กภ.กาญจนา เนียมรุ่งเรือง
Credit ภาพ : Freepik
เอกสารอ้างอิง
- อรฉัตร โตษยานนท์. Rehabilitation management in Parkinson’s disease. ใน: นิพนธ์ พวงวรินทร์, บรรณาธิการ. โรคพาร์กินสัน. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์; 2536. หน้า 553-75.
- รุ่งโรจน์ พิทยศิริ. คู่มือพาร์กินสัน. กรุงเทพฯ: ศูนย์รักษาโรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย; 2553.
- Ergun Y.Uc, Doerschug KC, Magnotta V, Dawson JD, Thomsen TR, Kline JN, et al. Phase I/II randomized trial of aerobic exercise in Parkinson disease in a community setting. Neurology 2014; 83(5):413-25.




