mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ปวดสะโพกร้าวลงขา เกิดจากอะไรนะ (Piriformis Syndrome)

ตุลาคม 14, 2026
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Piriformis Syndrome
  • Sciatic Nerve

อาการปวดบริเวณสะโพกร้าวลงขา หรืออาการปวดร้าวลงขาที่เกิดขึ้นขณะนั่งเป็นเวลานาน เป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักถูกเชื่อมโยงกับภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นหรือการกดทับของเส้นประสาทจากบริเวณกระดูกสันหลัง อย่างไรก็ตาม อาการปวดดังกล่าวอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลังเสมอไป แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณสะโพกชั้นลึก เช่น กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างโดยรอบที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือการกดทับเส้นประสาท Sciatic ได้ จึงเป็นที่มาของแนวคิด Deep Gluteal Syndrome (DGS) โดยครอบคลุมภาวะที่เกิดจากการกดทับหรือระคายเคืองเส้นประสาท Sciatic บริเวณสะโพกชั้นลึก โดย Piriformis Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจพบได้ภายในกลุ่มภาวะดังกล่าว

วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ กลุ่มอาการ Piriformis Syndrome หรือภาวะที่กล้ามเนื้อ Piriformis กดทับเส้นประสาท Sciatic ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณสะโพกและอาจมีอาการปวดร้าวลงไปยังขา โดยอาการจะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในท่าเดิมต่อเนื่อง นั่งเป็นเวลานาน หรือทำกิจกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อสะโพกซ้ำ ๆ ดังนั้น การประเมินอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญในการจำแนกสาเหตุของอาการ และช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

โครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ของสะโพกที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึกหนีบ เส้นประสาท มีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  1. กล้ามเนื้อ Piriformis: เป็นกล้ามเนื้อรูปร่างแบน ลักษณะคล้ายพีระมิดหรือลูกแพร์ มีจุดเกาะต้นบริเวณกระดูกกระเบนเหน็บ จากนั้นทอดผ่าน Greater Sciatic Notch ไปเกาะปลายบริเวณ Greater Trochanter ของกระดูกต้นขา ทำหน้าที่หลักในการหมุนข้อสะโพกออกด้านนอก กางข้อสะโพก และช่วยให้กระดูกต้นขาอยู่ในเบ้ากระดูกเชิงกรานได้อย่างมั่นคง (1), (2), (3)
  2. เส้นประสาท Sciatic: เป็นเส้นประสาทที่มีรากประสาทจากกระดูกสันหลังบริเวณ L4–S3 และออกจากอุ้งเชิงกรานผ่าน Greater Sciatic Foramen โดยทั่วไปจะทอดผ่านใต้กล้ามเนื้อ Piriformis ก่อนลงสู่บริเวณต้นขาด้านหลัง และจะแยกออกเป็น 2 แขนงหลัก ได้แก่ Tibial nerve และ Common fibular (peroneal) nerve (1)

การจำแนกของ Beaton และ Anson พบความแปรผันทางกายวิภาคของความสัมพันธ์ระหว่างเส้นประสาท Sciatic และกล้ามเนื้อ Piriformis โดยสามารถจำแนกได้เป็น 6 รูปแบบ ดังนี้ (1), (4)

รูปแบบ รายละเอียด ความชุก
A เส้นประสาท Sciatic ไม่แยกจากกันและลอดใต้กล้ามเนื้อ Piriformis 85.2%
B เส้นประสาทแยกกัน โดยส่วนแขนง Common Peroneal เจาะผ่านกล้ามเนื้อ 9.8%
C เส้นประสาทแยกกัน โดยส่วนแขนง Common Peroneal อ้อมเหนือกล้ามเนื้อ 1.9%
D เส้นประสาทไม่แยกจากกันและเจาะผ่านกล้ามเนื้อ 0.8%
E เส้นประสาทแยกกัน โดยส่วนแขนง Common Peroneal อ้อมบน และส่วนแขนง Tibial เจาะผ่านกล้ามเนื้อ 0.5%
F เส้นประสาทไม่แยกจากกันและอ้อมเหนือกล้ามเนื้อ 0.4%

ความชุกและปัจจัยเสี่ยง

ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึกหนีบเส้นประสาทพบได้ประมาณร้อยละ 0.3–6 ของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดบริเวณสะโพก หรือปวดร้าวลงขา โดยมักพบในวัยกลางคน และเพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย โดยมีอัตราส่วนประมาณ 3:1–6:1 ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่างเพศอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางกายวิภาค เช่น ความแตกต่างของโครงสร้างกระดูกเชิงกราน ลักษณะและมุมของข้อสะโพก รวมถึงความสัมพันธ์ทางกายวิภาคระหว่างกล้ามเนื้อ Piriformis กับโครงสร้างโดยรอบภายในอุ้งเชิงกราน (1), (2), (3), (4), (5)

ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ Piriformis เช่น ภาวะตึงตัว การหดเกร็ง การอักเสบ หรือการหนาตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดหรือการระคายเคืองต่อเส้นประสาท Sciatic ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการบาดเจ็บ โดยเฉพาะการกระแทกบริเวณสะโพก ซึ่งอาจนำไปสู่กระบวนการอักเสบและการเกิดพังผืดตามมา โดยจากการศึกษาพบว่าประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วยมีประวัติการบาดเจ็บบริเวณดังกล่าวมาก่อน

นอกจากนี้ การใช้งานกล้ามเนื้อสะโพกซ้ำ ๆ หรือมากเกินไป เช่น การเล่นกีฬา การยกน้ำหนัก และการปั่นจักรยาน อาจส่งผลให้เกิดความตึงตัวของกล้ามเนื้อและเพิ่มแรงกดต่อเส้นประสาท Sciatic การกดทับอย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบและการหลั่งสารอักเสบ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวและเส้นประสาทมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดที่เพิ่มขึ้น (1), (2), (3), (5)

อาการแสดงทางคลินิก

ผู้ป่วยมักมีอาการปวดลึกบริเวณสะโพก โดยอาจมีอาการปวดร้าวตามแนวด้านหลังของต้นขา น่อง และอาจลามไปถึงเท้า ลักษณะอาการปวดอาจแตกต่างกัน ได้แก่ ปวดแปล๊บ ปวดแสบร้อน หรือปวดตื้อ นอกจากนี้ อาจพบอาการชาร่วมด้วย โดยอาการมักมีลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ และอาจเปลี่ยนแปลงตามท่าทางหรือกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ (1), (2), (3)

การตรวจทางภาพวินิจฉัย

  1. Ultrasound: สามารถใช้ประเมินลักษณะทางกายวิภาคและความหนาของกล้ามเนื้อ Piriformis รวมถึงโครงสร้างเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณโดยรอบ อย่างไรก็ตาม การตรวจอาจมีข้อจำกัดในการประเมิน เนื่องจากรูปร่างและตำแหน่งของกล้ามเนื้อ Piriformis อาจมีความแปรผันระหว่างบุคคล (1)
  2. Magnetic Resonance Imaging (MRI) / Computed Tomography (CT): สามารถใช้ประเมินโครงสร้างบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก และอุ้งเชิงกราน รวมถึงช่วยแยกสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับรากประสาท หรือก้อนเนื้อ เป็นต้น (1)
  3. Magnetic Resonance Neurography (MRN): สามารถใช้ประเมินความผิดปกติของเส้นประสาท โดยอาจพบการเปลี่ยนแปลงของเส้นประสาท Sciatic เช่น การเพิ่มขนาดของเส้นประสาทหรือการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณบริเวณแนวเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณ Greater Sciatic Notch ทั้งนี้ สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินในผู้ป่วยบางราย (1), (5), (6)

แนวทางการรักษา

มีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวดและการระคายเคืองของเส้นประสาท Sciatic รวมถึงช่วยลดปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ โดยแนวทางการรักษาจะพิจารณาตามความรุนแรงของอาการและการตอบสนองต่อการรักษาโดยทั่วไปมักเริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาการใช้ยา การฉีดยา หรือการผ่าตัดตามความเหมาะสม

การรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

    1. การรักษาทางกายภาพบำบัด: เป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ ด้วยการประคบอุ่นในกรณีที่เป็นเรื้อรัง หรือประคบเย็นในระยะที่บาดเจ็บเฉียบพลัน การยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว การนวดคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น TENS, Ultrasound และ ESWT (1), (3)
    2. การพักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ควรลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานานหรือการอยู่ในท่าเดิมต่อเนื่อง เพื่อลดแรงกดและการระคายเคืองบริเวณสะโพกและเส้นประสาท Sciatic (2), (3)

การรักษาด้วยยาและการฉีดยา

    1. ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดจากเส้นประสาท (1), (2), (3)
    2. การฉีดยาสเตียรอยด์: อาจช่วยลดการอักเสบและอาการปวดบริเวณที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยลดการระคายเคืองของเส้นประสาทและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ (2)
    3. Botulinum Toxin (Botox): เป็นสารที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว โดยยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ จึงอาจช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดแรงกดต่อเส้นประสาทได้ ผลของการรักษาอาจคงอยู่ประมาณ 12–16 สัปดาห์ (1), (2), (5)

การรักษาด้วยการผ่าตัด อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น

    1. Endoscopic Sciatic Neurolysis and Piriformis Release: เป็นการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเพื่อลดการกดทับของเส้นประสาท Sciatic และคลายกล้ามเนื้อ Piriformis หรือพังผืดที่อยู่รอบเส้นประสาท (1), (2), (3), (7)

เรียบเรียงโดย กภ.สุรพจน์ แช่จึง

เอกสารอ้างอิง

  1. Lo JK, Robinson LR. Piriformis syndrome. In: Handbook of Clinical Neurology. Vol. 201. Elsevier; 2024. p. 203–226.
  2. Chang A, Ly N, Varacallo MA. Piriformis Injection. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023.
  3. Hicks BL, Lam JC, Varacallo MA. Piriformis Syndrome. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023.
  4. Poutoglidou F, Piagkou M, Totlis T, Tzika M, Natsis K. Sciatic nerve variants and the piriformis muscle: a systematic review and meta-analysis. Cureus. 2020 Nov 17;12(11): e11531.
  5. Alrabai HM, Alrashidi Y, AlEtebi RAA, et al. Piriformis syndrome is often overlooked as a cause of gluteal pain and sciatica: diagnostic challenges and the role of imaging—a narrative review. HSS J. 2025 Nov 28. 
  6. Kim HJ, Lee SY, Park HJ, Kim KW, Lee YT. Accessory belly of the piriformis muscle as a cause of piriformis syndrome: a case report with magnetic resonance imaging and magnetic resonance neurography imaging findings. Investig Magn Reson Imaging. 2019 Jun;23(2):142-147.
  7. Quesada-Jimenez R, Walsh EG, Kahana-Rojkind AH, et al. Comprehensive Management of Piriformis Syndrome with Endoscopic Release and Sciatic Neurolysis Provides Favorable Outcomes and Low Complication Rate. Arthroscopy. 2025 Nov;41(11):4596-4603.
  8.  
Post Views: 21
Share
30

Related posts

ตุลาคม 9, 2026

ธาราบำบัดในภาวะเด็กพิเศษ ตอนที่ 2 เด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรง


Read more
มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.