mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ปวดข้อศอกด้านใน(Medial Epicondylitis) อย่าปล่อยไว้ให้เรื้อรัง

พฤศจิกายน 6, 2026
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Golfer’s elbow
  • Medial epicondylitis

ภาวะเอ็นข้อศอกอักเสบ (epicondylitis) เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดข้อศอก ทั้งในกลุ่มนักกีฬาและประชาชนทั่วไปที่มีการใช้งานข้อมือและข้อศอกเป็นประจำ ภาวะดังกล่าว สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งบริเวณข้อศอกด้านในและด้านนอก วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับภาวะเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ ซึ่งภาวะนี้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงานและการเล่นกีฬา

ภาวะเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ (medial epicondylitis) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Golfer’s elbow เป็นภาวะผิดปกติของเส้นเอ็นบริเวณจุดเกาะต้นของกล้ามเนื้อกลุ่มงอข้อมือ นิ้ว และคว่ำแขนท่อนล่าง (Common flexor-pronator tendon) ที่ยึดเกาะบริเวณปุ่มกระดูกข้อศอกด้านใน (Medial epicondyle) แม้ชื่อภาวะนี้จะระบุว่าเป็นการอักเสบ แต่ในทางพยาธิสภาพพบว่าโดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับความเสื่อม และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเส้นเอ็น (tendinopathy) ที่เกิดจากการใช้งานของข้อศอกและแขนท่อนล่างซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บสะสมและนำไปสู่อาการปวดเรื้อรังได้ (1), (2)

รูปภาพที่ 1 โครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ของข้อศอก

รูปภาพที่ 1 โครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ของข้อศอก

โครงสร้างกล้ามเนื้อทางกายวิภาคศาสตร์ของข้อศอกด้านในที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ มีรายละเอียดสำคัญ ดังแสดงในรูปภาพที่ 1 ดังนี้

  1. ข้อต่อข้อศอก (elbow joint): เป็นข้อต่อแบบบานพับ ประกอบด้วยกระดูกต้นแขน (humerus) เชื่อมต่อกับกระดูกปลายแขน ได้แก่ ulna และ radius
  2. ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านใน (medial epicondyle): คือปุ่มกระดูกที่อยู่บริเวณด้านในของกระดูกต้นแขนส่วนปลาย (distal humerus) ซึ่งเป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นหลายมัดรวมถึง common flexor-pronator tendon
  3. เอ็นกล้ามเนื้อกลุ่มงอข้อมือและคว่ำปลายแขนร่วม (common flexor-pronator tendon): เป็นเส้นเอ็นร่วมที่เกิดจากการรวมตัวของกล้ามเนื้อกลุ่มที่ทำหน้าที่งอข้อมือและคว่ำปลายแขน โดยมีจุดเกาะต้นอยู่บริเวณ Medial epicondyle และมีความยาวประมาณ 3 เซนติเมตร กล้ามเนื้อสำคัญที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย 5 มัด ดังนี้
กล้ามเนื้อ หน้าที่หลัก
• Pronator teres (PT) คว่ำปลายแขนและช่วยงอข้อศอก
• Flexor carpi radialis (FCR) งอข้อมือและเอียงข้อมือไปทางฝั่งนิ้วโป้ง
• Palmaris longus (PL) ช่วยงอข้อมือไปทางด้านหน้า
• Flexor carpi ulnaris (FCU) งอข้อมือและหันข้อมือไปทางฝั่งนิ้วก้อย
• Flexor digitorum superficialis (FDS) งอข้อต่อนิ้วมือส่วนต้น

ความชุกและปัจจัยเสี่ยง

ภาวะเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ สามารถพบในประชาชนทั่วไปประมาณร้อยละ 0.4-1 ต่อปี และในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงสูงประมาณร้อยละ 3.8–8.2 ต่อปี โดยภาวะนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40–64 ปี ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงในอัตราส่วนประมาณ 2:1 และเป็นในแขนข้างถนัดประมาณร้อยละ 75–94 (1), (2), (3), (4), (5)

ปัจจัยด้านอาชีพและการเล่นกีฬาที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะดังกล่าว คืออาชีพที่มีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกำหรือแรงบีบมือ งอเหยียดข้อศอกเป็นเวลานานต่อเนื่อง การยกของหนัก หรือการใช้เครื่องมือที่มีแรงสั่นสะเทือนเป็นประจำ สำหรับด้านกีฬา มักพบในกิจกรรมที่ต้องอาศัยการขว้าง การหวด หรือการงอข้อมือข้อศอกซ้ำ ๆ เช่น กอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน และยกน้ำหนัก เป็นต้น (1), (2), (4), (5)

นอกจากนี้ ปัจจัยทางด้านกายภาพและพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเอ็นข้อศอกด้านใน อักเสบ ได้แก่ การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน การมีโรคร่วมหลายโรค รวมถึงความเครียดจากการทำงาน เป็นต้น (1), (2), (4)

อาการและอาการแสดงแสดงทางคลินิก

อาการปวด: ผู้ป่วยมักมีอาการปวดตื้อบริเวณข้อศอกด้านใน ซึ่งมักค่อย ๆ เริ่มเป็นและมีอาการเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง อาการปวดอาจร้าวลงมาตามแนวปลายแขนท่อนล่างได้ (1), (2), (4), (5)

กิจกรรมที่กระตุ้นอาการ: อาการปวดมักรุนแรงขึ้นขณะทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกำมือ การงอข้อมือ การคว่ำปลายแขน หรือการออกแรงต้าน เช่น การยกของหนัก การบิดลูกบิดประตู การบิดผ้า และการหวดอุปกรณ์กีฬา เป็นต้น (1), (2), (4), (5)

อาการอื่น ๆ: ผู้ป่วยบางรายอาจมีแรงกำมือลดลง มีอาการตึงบริเวณข้อศอกด้านใน รู้สึกอ่อนแรงบริเวณข้อมือหรือฝ่ามือ นอกจากนี้หากมีภาวะอักเสบที่เส้นประสาทร่วมด้วย (ulnar neuritis) อาจพบอาการชา เสียวแปล๊บ บริเวณนิ้วนางและนิ้วก้อยได้ โดยมีรายงานว่าสามารถพบอาการดังกล่าวในผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20 (1), (2), (4)

การตรวจร่างกาย

  1. การสังเกต: ในระยะเฉียบพลันอาจพบอาการบวม แดง หรือมีความร้อนเฉพาะที่บริเวณ ข้อศอกด้านใน อย่างไรก็ตามในภาวะที่เป็นเรื้อรังมักไม่พบความผิดปกติที่สังเกตได้ชัดเจน (2), (4)
  2. การคลำ: มักพบจุดกดเจ็บบริเวณด้านหน้าและด้านล่างของ Medial epicondyle ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สัมพันธ์กับ Common flexor-pronator tendon (1), (2), (4), (5)
  3. การประเมินองศาการเคลื่อนไหว: โดยทั่วไปองศาการเคลื่อนไหวของข้อศอกมักอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่อาจพบการจำกัดการเหยียดข้อศอกเล็กน้อยในผู้ที่มีอาการเรื้อรัง หรือมีอาการเจ็บขณะเคลื่อนไหวข้อศอกได้ (1), (2), (4), (5)
  4. การประเมินความยาวของกล้ามเนื้อ: อาจพบการจำกัดของการกระดกข้อมือและหงายปลายแขน เนื่องจากจะไปเพิ่มแรงตึงตัวต่อกลุ่มกล้ามเนื้อ flexor-pronator และอาจส่งผลไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านในขึ้นได้ (2), (4)
  5. การประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: อาจพบกำลังของกล้ามเนื้อลดลงจากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อศอกด้านใน ในขณะที่ให้ผู้ป่วยงอข้อมือและคว่ำปลายแขนต้านแรง (Resisted wrist flexion and forearm pronation) (2), (4), (5)

แนวทางการรักษา

(1) การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Nonoperative Management): เป็นทางเลือกแรกของการรักษาและมีประสิทธิภาพในการรักษาสูงถึง 85-95% โดยการปรับพฤติกรรมร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่จะเน้นไปที่การซ่อมแซมฟื้นฟูเส้นเอ็นที่มีพยาธิสภาพ รวมถึงป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งแบ่งการรักษาออกเป็น 3 ระยะ ดังต่อไปนี้ (1), (2), (4), (5)

  1. ระยะที่ 1: การควบคุมอาการปวดและการป้องกัน

เน้นการพักการใช้งานกลุ่มกล้ามเนื้องอข้อมือและคว่ำปลายแขน, ปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงาน, การประคบเย็นหากมีอาการอักเสบ, การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดในการลดปวด รวมถึงการใส่อุปกรณ์จำกัดการเคลื่อนไหวข้อศอกซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ ในรายที่ปวดรุนแรงสามารถใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และอาจพิจารณาฉีดสเตียรอยด์ (1), (2), (4), (5)

  1. ระยะที่ 2: การฟื้นฟูและสร้างความแข็งแรง

เน้นการออกกำลังกายแบบเพิ่มแรงต้าน การออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่มีการหดตัวแบบยืดยาวออก เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความสามารถในการรับแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น การใช้เทคนิคบำบัดด้วยมือตามความเหมาะสมและการฝึกการรับรู้ตำแหน่งข้อต่อ  (2), (3), (4), (5)

  1. ระยะที่ 3: การกลับไปใช้งานและป้องกันการเกิดซ้ำ

เน้นให้ผู้ป่วยเริ่มกลับไปทำกิจกรรมและเล่นกีฬาได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้ความรู้ผู้ป่วยในเรื่องการอบอุ่นร่างกายก่อนทำกิจกรรม และการพักผ่อนที่เพียงพอ (2), (4)

(2) การรักษาด้วยการผ่าตัด (Operative Management): สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่นเป็นระยะเวลา 3–12 เดือน หรือในนักกีฬาที่มีการฉีกขาดของเส้นเอ็นอย่างสมบูรณ์ โดยมีแนวทางการรักษา ที่สำคัญดังนี้ (1), (2), (4), (5)

  1. การผ่าตัดแบบเปิด: เป็นวิธีที่ใช้เป็นหลัก โดยเล็มเนื้อเยื่อเส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพหรือมีพยาธิสภาพออก และอาจทำ Microfracture บริเวณปุ่มกระดูกเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และ กระบวนการซ่อมแซม จากนั้นจึงเย็บซ่อมกลุ่มเส้นเอ็น Flexor-Pronator กลับเข้ากับปุ่มกระดูก (1), (4), (5)
  2. การผ่าตัดอื่น ๆ: ได้แก่ การผ่าตัดส่องกล้อง และการตัดหรือสลายเส้นเอ็นผ่านผิวหนัง ซึ่งสามารถพิจารณาตามลักษณะพยาธิสภาพและความเหมาะสมของผู้ป่วย และหากมีภาวะอักเสบที่เส้นประสาทร่วมด้วย (ulnar neuritis) อาจทำการผ่าตัดคลายการกดทับเส้นประสาท หรือย้ายแนวเส้นประสาท ร่วมกับการรักษาเส้นเอ็น (1), (4), (5)
  3. การฟื้นฟูหลังผ่าตัด: ในช่วงแรกอาจใช้อุปกรณ์พยุงหรือเฝือกอ่อนเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวประมาณ 1–2 สัปดาห์ จากนั้นจึงเริ่มเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อศอกอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเริ่มการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงประมาณ สัปดาห์ที่ 6–8 โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้งานหรือเล่นกีฬาได้เต็มที่ภายในประมาณ 3–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวและลักษณะกิจกรรมของผู้ป่วยแต่ละราย (1), (4), (5)

เรียบเรียงโดย กภ. สุรพจน์ แซ่จึง

เอกสารอ้างอิง

  1. DeLuca MK, Cage E, Stokey PJ, Ebraheim NA. Medial epicondylitis: Current diagnosis and treatment options. J Orthop Rep. 2023;2(3):100172.
  2. Tahir A, Chanian N, Tiwana S, Sahu MA, Blackwell J. Medial Epicondylitis: A Review of Clinical Presentation, Diagnosis, and Management in the United Kingdom. Cureus. 2026 Jan 25;18(1): e102264
  3. See ZH, Loo CE, Jaafar Z. Eccentric exercise therapy for medial epicondylitis: A systematic review of clinical outcomes. Complement Ther Med. 2026 Jun;98:103364. 
  4. Li D, Hammad A, Kaiser K. Medial Epicondylitis (Golfer's Elbow). In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2026 Jan.
  5. Alrabaa RG, Dantzker N, Ahmad CS. Injuries and Conditions Affecting the Elbow Flexor/Pronator Tendons. Clin Sports Med. 2020 Jul;39(3):549-563.
Views: 208
Share
32

Related posts

ตุลาคม 16, 2026

ภาวะปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (chronic pelvic pain syndrome) กายภาพบำบัดช่วยได้อย่างไร ?


Read more
ตุลาคม 14, 2026

ปวดสะโพกร้าวลงขา เกิดจากอะไรนะ (Piriformis Syndrome)


Read more
ตุลาคม 9, 2026

ธาราบำบัดในภาวะเด็กพิเศษ ตอนที่ 2 เด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรง


Read more
มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.