mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ธาราบำบัดในภาวะเด็กพิเศษ ตอนที่ 2 เด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ตุลาคม 9, 2026
Categories
  • กายภาพบำบัดทางเด็ก
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Aquatic therapy
  • Hydrotherapy
  • Spinal muscular atrophy

จากตอนที่ผ่านมา ได้อธิบายถึงการใช้ธาราบำบัดในการฝึกเด็กออทิซึมหรือออทิสติกไปแล้ว ซึ่งประโยชน์ของการฝึกธาราบำบัดให้มากกว่าการส่งเสริมสุขภาพทางกาย โดยเข้ามามีส่วนในการปรับการรับรู้ และสร้างความมั่นใจในการเข้าสังคมให้กับเด็กกลุ่มดังกล่าวด้วย ในตอนที่ 2 นี้ขอขยับเข้ามาใกล้ชิดกับเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาโดยตรงด้านการเคลื่อนไหวและมีความยากลำบากในการออกกำลังกายบนบกกันบ้าง ก็คือเด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงค่ะ

กลุ่มโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กเป็นเช่นไร

ถ้าให้กล่าวถึงกลุ่มโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก คงต้องยกให้โรคไขสันหลังฝ่อหรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Spinal muscular atrophy หรือ SMA) เป็นโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยเด็กเป็นมากที่สุดในกลุ่มโรคทางประสาทกล้ามเนื้อ (neuromuscular disease) โดยมีอุบัติการณ์เมื่อแรกเกิดที่ 1 ต่อ 10,000 ราย (1) โดยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีสาเหตุมาจากความบกพร่องของยีน SMN1 (servival of motor neuron 1) ส่งผลให้ระดับโปรตีนของ SMN ลดลง ทำให้เซลล์ประสาทควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ (motor neuron) เสื่อมสภาพและตาย สุดท้ายทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป (1-2) นอกจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะทำให้เกิดปัญหาสำคัญด้านการเคลื่อนไหวในเด็กแล้วนั้น ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาหลักด้านการเคลื่อนไหวได้อีก ได้แก่ กลุ่มโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular dystrophies) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่กำเนิด (congenital myopathies) โรคเกี่ยวกับการส่งสัญญาณประสาทและกล้ามเนื้อที่เป็นแต่กำเนิด (congenital myasthenic syndromes) โรค pompe (glycogen storage disease type II) และ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกี่ยวกับไมโทคอนเดรีย (mitochondrial myopathies) (3)

อาการแสดงของกลุ่มโรคดังกล่าว

อาการร่วมกันของกลุ่มโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คือ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทั้งกล้ามเนื้อโครงสร้าง (กล้ามเนื้อลาย) กล้ามเนื้ออวัยวะภายใน (กล้ามเนื้อเรียบ) และกล้ามเนื้อหัวใจ ความรุนแรงของอาการอ่อนแรงขึ้นกับสาเหตุและประเภทของแต่ละโรค บางรายอาจมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ บางรายกระทบต่อการหายใจ บางรายอาจอ่อนแรงเพียงเล็กน้อย รวมถึงช่วงอายุในการแสดงอาการของโรคอาจไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น

1. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทย่อย (1)

    • SMA Type I (Werdnig-Hoffmann Disease) พบในช่วงทารกแรกเกิดหรือภายใน 6 เดือนแรกของชีวิต เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด ทำให้เด็กมีอาการอ่อนแรงอย่างรุนแรง ทั้งด้านการเคลื่อนไหวและการหายใจ จนบางรายไม่สามารถหายใจด้วยตนเองได้
    • SMA Type II พบในเด็กวัยแรกเกิดจนถึงวัยเด็กตอนต้น เด็กในกลุ่มนี้อาจสามารถนั่งได้เองแต่ไม่สามารถยืนหรือเดินด้วยตนเองได้เต็มที่ เนื่องจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออยู่ในระดับปานกลาง
    • SMA Type III (Kugelberg-Welander Disease) มักเริ่มแสดงอาการในวัยเด็กตอนกลางหรือวัยรุ่น โดยทั่วไปอาการจะค่อยเป็นค่อยไป เด็กสามารถเดินได้และมีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่ออายุมากขึ้นอาจประสบปัญหาในการเคลื่อนไหวมากขึ้น
    • SMA Type IV เป็นชนิดที่มีอาการเริ่มต้นเกิดในช่วงวัยผู้ใหญ่ จึงไม่พบในเด็ก

2. Duchenne Muscular Dystrophy (DMD): มักพบในเด็กชายเนื่องจากมีรูปแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ X-linked recessive (4)

3. Becker Muscular Dystrophy (BMD): มีลักษณะคล้ายกับ DMD แต่มีความรุนแรงน้อยกว่าและเริ่มแสดงอาการในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น (4)

จากอาการอ่อนแรงซึ่งแตกต่างกันในแต่ละโรค ทำให้การเลือกใช้วิธีการรักษารวมถึงการออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟูต้องพิจารณาถึงช่วงวัยที่เกิดอาการ และความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองรวมถึงความสามารถในการออกกำลัง โดยเป็นโปรแกรมแบบเฉพาะรายบุคคลมากกว่าเป็นรูปแบบทั่วไป

ธาราบำบัดมีส่วนช่วยอย่างไร

บทบาทของธาราบำบัดในเด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงค่อนข้างเด่นชัดในเรื่องการฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เนื่องจากการฝึกปกติบนบกทำให้เกิดความยากลำบากในการออกกำลังกาย การฝึกในน้ำช่วยลดภาระของแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อข้อต่อและกล้ามเนื้อด้วยแรงลอยตัวของน้ำ (buoyancy) รวมถึงสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยอาศัยแรงหนืด (viscosity) ซึ่งสามารถปรับเพิ่มหรือลดแรงหนืดได้ตามความเหมาะสมต่อความสามารถของเด็ก ในเรื่องของการควบคุมร่างกาย การฝึกในน้ำช่วยกระตุ้นการควบคุมการทรงตัวและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีส่วนในการช่วยพัฒนาทักษะการหายใจอีกด้วย (5-6)

รูปแบบวิธีของธาราบำบัดที่ใช้ในเด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรง (7)

การจัดโปรแกรมธาราบำบัดเป็นไปโดยเฉพาะบุคคลตามเหตุผลข้างต้น โดยสามารถจัดสถานที่ อุปกรณ์ที่เอื้อต่อการฝึกโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ก็ได้ ให้พิจารณาถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความแข็งแรงและปรับสมดุลของร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ธาราบำบัดที่เลือกใช้สามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมและท่าทางการออกกำลังที่สอดคล้องกับระดับความสามารถของเด็กแต่ละราย โดยเริ่มต้นจาก

  1. การอุ่นเครื่องในน้ำ (water warm-Up) เริ่มต้นโปรแกรมการฝึกด้วยการพาเด็กลอยตัวต้านกระแสน้ำเบาๆ ไปทางซ้ายและขวา หรือหากเด็กเดินในน้ำได้ ให้ผู้ฝึกพาเด็กเดินเบา ๆ ในน้ำในระดับที่มีความลึกพอเหมาะ (เช่น น้ำระดับหน้าอกของเด็ก) เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในน้ำและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด การอุ่นเครื่องในสภาพแวดล้อมที่ลดแรงโน้มถ่วงจะช่วยลดภาระให้กับกล้ามเนื้อและข้อต่อ
  2. การทำกิจกรรมในน้ำ สามารถเลือกรูปแบบการทำกิจกรรมที่หลากหลายตามความสามารถ เช่น
    • การเดินและวิ่งในน้ำระดับสูงกว่าเอว (aqua walking & jogging) ในรายที่สามารถทำได้ เมื่อร่างกายอบอุ่นแล้ว เด็กจะฝึกเดินหรือวิ่งในน้ำ ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากแรงต้านของน้ำที่ช่วยในการเสริมสร้างและพัฒนาความทนทานของกล้ามเนื้อ เมื่อเทียบกับการเดินหรือวิ่งบนพื้นดิน น้ำจะช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความมั่นคงให้กับทุกก้าวที่เคลื่อนไหว
    • เทคนิคฮอลลิควิค (Halliwick Concept) และการควบคุมท่าทาง เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในธาราบำบัดสำหรับเด็ก โดยเน้นไปที่การฝึกให้เด็กควบคุมการลอยตัว การหมุนร่างกาย และการทรงตัวในน้ำ การฝึกท่าเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core stability) พร้อมทั้งพัฒนาการทำงานประสานงานระหว่างมือและเท้า
    • กิจกรรมเชิงเล่นและสร้างสรรค์ (play-based activities) เพื่อให้การออกกำลังกายในน้ำไม่น่าเบื่อและเพิ่มความมีส่วนร่วมในตัวเด็ก โปรแกรมธาราบำบัดมักผสมผสานเกมและกิจกรรมที่เป็นธรรมชาติ เช่น การเล่นจับลูกบอลในน้ำ หรือกิจกรรมที่ให้เด็กได้ทดลองเคลื่อนไหวในรูปแบบใหม่ ๆ โดยเกมเหล่านี้นอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้วยังส่งเสริมด้านจิตใจและพัฒนาความมั่นใจในตนเองอีกด้วย
ภาพตัวอย่างการพาเด็กที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA type I ฝึกธาราบำบัด (open AI, 2026)

ภาพตัวอย่างการพาเด็กที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA type I ฝึกธาราบำบัด (open AI, 2026)

  1. การคลายความเครียดและคูลดาวน์ (cool-down) ปิดท้ายการฝึกด้วยกิจกรรมเบา ๆ เช่น การลอยตัวแบบผ่อนคลายหรือการทำกายบริหารง่าย ๆ ในน้ำ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้นและลดความตึงเครียดหลังจากที่ได้ออกกำลังกายเข้มข้นมา

"ทั้งหมดนี้เป็นธาราบำบัดสำหรับเด็กกลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงค่ะ"

เรียบเรียงโดย กภ.ขวัญตะวัน เอกสิทธิไพศาล

เอกสารอ้างอิง

  1. D'Amico A, Mercuri E, Tiziano FD, Bertini E. Spinal muscular atrophy. Orphanet J Rare Dis. 2011;6:71.
  2. Schroth M, Deans J, Arya K, Castro D, De Vivo DC, Gibbons MA, et al. Spinal Muscular Atrophy Update in Best Practices: Recommendations for Diagnosis Considerations. Neurol Clin Pract. 2024;14(4):e200310.
  3. Rathore G, Kang PB. Pediatric Neuromuscular Diseases. Pediatr Neurol. 2023;149:1-14.
  4. Okubo M. Molecular genetics of dystrophinopathy. J Hum Genet. 2025:1-6.
  5. Rahman J. A review on the effectiveness of aquatic therapy in Pediatric Rehabilitation. J Adv Physiother. 2024;1(1):26-34.
  6. Chaughule S. Hydrotherapy and the science of water-based rehabilitation. J Phys Med Rehabil Stud. 2023;5:1–4.
  7. Hind D, Parkin J, Whitworth V, Rex S, Young T, Hampson L, et al. Aquatic therapy for children with Duchenne muscular dystrophy: a pilot feasibility randomised controlled trial and mixed-methods process evaluation. Health Technol Assess. 2017;21(27):1-120.
Post Views: 48
Share
30

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.