mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

อายุน้อยเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ (stroke in the young)

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • อายุน้อยเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ (stroke in the young)

อายุน้อยเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ (stroke in the young)

กันยายน 7, 2022
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Stroke
  • stroke in the young
  • โรคหลอดเลือดสมองในเด็ก

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มักพบในช่วงวัยกลางคนถึงวัยสูงอายุ โดยอุบัติการณ์มักเพิ่มขึ้นตามอายุที่สูงขึ้น และยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของประชากรทั่วโลก สามารถพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี ซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด เรียกว่าโรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย (stroke in the young) 1-2

สาเหตุของการเกิดโรค

การเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้ที่มีอายุน้อยมีปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุในการเกิดโรค ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ โรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นทีหลัง (congenital and acquired heart problems) โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางด้านโลหิตวิทยา (hematologic conditions) โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของหลอดเลือด (vasculopathies) หรือจากความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม (metabolic disorders) เป็นต้น 1 ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งโรคหลอดเลือดสมองแบบตีบและแตก โดยร้อยละ 65 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุน้อยทั้งหมดเป็นโรคหลอดเลือดสมองแบบตีบ (ischemic stroke) ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการมีลิ่มเลือดหัวใจอุดตัน (cardioembolic) และหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่แข็ง (large artery atherosclerosis) 3,6

อาการของโรค

อาการแสดงของโรคหลอดเลือดสมองที่สามารถสังเกตได้ คือ

  1. F (Face) มีอาการปากเบี้ยว หรือมีน้ำลายไหลออกที่มุมปาก
  2. A (Arm) มีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก
  3. S (Speech) มีอาการลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด หรือนึกคำพูดไม่ออก
  4. T (Time) ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคในผู้ที่มีอายุน้อย

1.ปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรม

  • พบว่าปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมที่พบสูงสุด 2 อันดับแรก คือ การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงลักษณะการใช้ชีวิต (lifestyle) หรือการไม่ได้ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สามารถเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนทั่วไป 1,2

2.ปัจจัยเสี่ยงจากโรคประจำตัว

  • โรคความดันโลหิตสูง พบประมาณร้อยละ 35 จากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุน้อยทั้งหมด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เพราะมีผลกระทบโดยตรงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด 2
  • โรคเบาหวาน พบประมาณร้อยละ 10 จากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุน้อยทั้งหมด เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เลือดมีความหนืดและอาจเกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมองได้ 2
  • ไขมันในเลือดสูง พบประมาณร้อยละ 50 – 60 จากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุน้อยทั้งหมด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีไขมันสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดได้ 2

3.ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคในผู้หญิง

  • ไมเกรนชนิดมีอาการนำ (migraine with aura) สามารถพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งตามผลวิจัยพบว่าผู้ที่มีภาวะไมเกรน สามารถเป็นโรคหลอดเลือดสมองแบบตีบได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า ซึ่งมีผลเชื่อมโยงกับสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดหัวใจอุดตัน (cardioembolic) การมีรูที่ผนังห้องหัวใจ(patent foramen ovale) การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (prothrombotic) 3
  • การใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 2.75 เท่า ส่วนยาคุมกำเนิดแบบที่มีแต่ฮอร์โมนโปรเจสติน ยังไม่พบว่าสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 1,3
  • การตั้งครรภ์ เป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยพบแต่ก็สามารถทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ อาจพบได้ 30 ราย จากผู้หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 100,000 ราย เนื่องจากภาวะ hypertensive disorder ทำให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวง่ายขึ้นขณะตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งในช่วงระยะก่อนคลอด (Antepartum) ขณะคลอด (Peripartum) หรือ หลังคลอด (Postpartum) 1,3

4.ปัจจัยเสี่ยงจากโรคหัวใจ 2,3

  • การมีรูที่ผนังห้องหัวใจ (patent foramen ovale)
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (atrial fibrillation)

5.ปัจจัยเสี่ยงจากภาวะที่หลอดเลือดแข็งตัวง่าย 3

  • ภาวะที่หลอดเลือดแข็งตัวง่ายกว่าปกติ โดยสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การเกิดการกลายพันธุ์ของยีน (gene mutation), การขาดโปรตีน antithrombin, กลุ่มอาการต้านฟอสโฟลิพิด (antiphospholipid syndrome), ภาวะกรดอะมิโนในเลือดสูง (hyperhomocysteinemia), โรคเม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว (sickle cell disease) หรือจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิด ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง การตั้งครรภ์ หรือภาวะ metabolic syndrome ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือดง่ายมากขึ้น โดยมีการยับยั้ง fibrinolytic pathway

6.ปัจจัยเสี่ยงจากความผิดปกติของหลอดเลือด 3

  • ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณด้านหน้าคอหรือด้านหลังคอเกิดการฉีกขาด ซึ่งอาจเกิดจากการบิดหมุนคออย่างรุนแรง ทั้งจากการนวด การจัดกระดูก หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นต้น
  • ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่อักเสบ (giant cell arteritis)
  • ภาวะที่มีการแคบลงของหลอดเลือดแดง (fibromuscular dysplasia)
  • ภาวะหลอดเลือดแดงหดตัวชั่วคราว (reversible vasoconstriction syndrome)

7.ปัจจัยเสี่ยงจากโรคทางพันธุกรรม 3

  • โรคแฟเบร (fabry disease) โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของยีนไปสู่การขาดเอนไซม์บางชนิด ที่มีผลต่ออวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอด ช่องท้องระบบประสาท และสมอง
  • โรค mitochondrial encephalopathy โรคที่มีความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน ทำให้มีภาวะกรดแลคติกคั่งในเลือดมากผิดปกติ ทำให้มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคโมยาโมยา (moyamoya disease) เป็นหนึ่งในโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเกิดจากการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดแดงหลักที่ไปเลี้ยงสมอง ซึ่งสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง 4

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองแบบตีบ

  • การให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ (recombinant tissue plasminogen activator; rt-PA) ภายในเวลา 4.5 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ ช่วยทำให้อาการกลับมาเป็นปกติและดีขึ้นมากกว่า90% แต่ก็มีผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดสามารถกลับมาดีขึ้นเป็นปกติได้เช่นกันหากมีอาการน้อยหรืออาการดีขึ้นเร็ว 1,4
  • การให้ยาต้านเกล็ดเลือดและยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • การผ่าตัดด้วยการใส่สายสวนเพื่อเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออก (mechanical thrombectomy) 
  • การผ่าตัดเปิดกะโหลก (craniectomy)

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองแบบแตก

  • การควบคุมความดันและให้ยาลดความดัน
  • การผ่าตัดในกรณีที่มีเลือดออกมาก

การพยากรณ์โรค

โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเองและไม่มีความผิดปกติรุนแรง แต่ก็มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตหลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จากสาเหตุการติดเชื้อ (infection) ได้แก่ ปอดอักเสบติดเชื้อในโรงพยาบาล (hospital acquired pneumonia) การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection) 1 และยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการพยากรณ์โรคของผู้ป่วยแต่ละราย โดยขึ้นกับระดับความรุนแรงของความบกพร่องทางระบบประสาท รวมถึงปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น อายุ เพศ ดัชนีมวลกาย โรคประจำตัว สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น 5

วิธีป้องกันการเกิดโรค 6

  • ควบคุมระดับความดันให้อยู่ในระดับปกติ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์ปกติ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เลือกรับประทานอาหาร โดยลดอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง และเลือกรับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการใช้สารเสพติด

เมื่อเราทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองในคนที่มีอายุน้อยแล้ว ดังนั้นควรหันมาสนใจและดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ตามมาค่ะ

เรียบเรียงโดย กภ.เมธาพร มั่นคง

เอกสารอ้างอิง

  1. Chantaraprapabkun S, Mayotarn S, Chompoonuch S, Pongpakdee S. Prevalence and etiologies of ischemic stroke in young patients in Bhumibol Adulyadej Hospital. J Thai Stroke Soc. 2018;17(3):5-14.

  2. Boot E, Ekker MS, Putalala J, Kittner S, Leeuw FD, Tuladhar AM. Ischaemic stroke in young adults: a global perspective. J Neurol Neurosurg Psychiaty. 2020;91:411-417.

  3. Grorge MG. Risk factor for ischemic stroke in younger adults a focused update. Stroke. 2020;51:729-735.

  4. Davies L, Delcourt C. Current approach to acute stroke management. Intern Med J. 2021;51(4):481-487.

  5. จารุกูล ตรีไตรลักษณะ, ชุติมา ชลายเดชะ, สุนีย์ บวรสุนทรชัย, วนาลี กล่อมใจ, จตุพร สุทธิวงษ์, ผกามาศ พิริยะประสาธน์ และคณะ. ตำราการจัดการทางกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยทางระบบประสาท. พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร: บริษัทพริ้นเทอรี่ จำกัด. 2563.

  6. Yahya M, Jilani MH, Khan SU, Mszar R, Hassan SZ, Blaha MJ, et al. Stroke in young adults: current trends, opportunities for prevention and pathways forward. Am J Prev Cardiol. 2020;9(3):100085.

Post Views: 7,859
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.