mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง ตอนที่ 2

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง ตอนที่ 2

ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง ตอนที่ 2

กุมภาพันธ์ 21, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • บาดเจ็บไขสันหลัง
  • หลัง

ในตอนที่ 1 ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงปัญหาและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากภาวะบาดเจ็บไขสันหลังไปแล้ว 4 ข้อ สำหรับในตอนที่ 2 นี้ เนื้อหาจะเกี่ยวกับด้านกายภาพบำบัดโดยตรง โดยจะเน้นท่าออกกำลังกายด้วย ติดตามกันต่อได้เลย

1. ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง

เกิดจากการควบคุมระบบประสาทผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งระดับความรุนแรงของอาการเกร็งจะแตกต่างกันไปขึ้นกับพยาธิสภาพ และเนื่องจากผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังมีสภาพกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงทำให้ผู้ป่วยขาดการเคลื่อนไหวร่วมด้วย ส่งผลให้อาจเกิดกล้ามเนื้อหดรั้งหรือข้อต่อยึดติด ทำให้จํากัดการเคลื่อนไหวในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย การยืดกล้ามเนื้อจึงช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มมุมการเคลื่อนไหวของข้อต่อต่าง ๆ และส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ (1, 4, 5)

การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (1, 3)

  1. การจัดท่า จะช่วยลดเกร็งและป้องกันการยึดติดของข้อต่อได้ กล้ามเนื้อที่มักพบการหดเกร็ง คือ กล้ามเนื้อหุบข้อสะโพก กล้ามเนื้องอข้อสะโพก และเอ็นร้อยหวาย โดยสามารถจัดท่าได้ดังนี้
รูปที่ 1 การจัดท่าลดเกร็งกล้ามเนื้อหุบสะโพก

รูปที่ 1 การจัดท่าลดเกร็งกล้ามเนื้อหุบสะโพก

รูปที่ 2 การจัดท่าลดเกร็งเอ็นร้อยหวาย

รูปที่ 2 การจัดท่าลดเกร็งเอ็นร้อยหวาย

รูปที่ 3 การจัดท่าลดเกร็งกล้ามเนื้องอสะโพก

รูปที่ 3 การจัดท่าลดเกร็งกล้ามเนื้องอสะโพก

  1. การยืดกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายที่ต้องมีผู้อื่นช่วยทำ โดยขณะทำควรยืดกล้ามเนื้ออย่างช้า ๆ ไม่กระชาก ไม่ควรทำให้รู้สึกเจ็บ หรือรู้สึกตึงที่ส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป ควรยืดท่าละ 10 -15 ครั้ง โดยยืดค้างไว้ 5 - 10 วินาที ทำวันละ 2 - 3 รอบ โดยมีท่าทางการยืดดังนี้

ท่ายืดกล้ามเนื้อแขน

รูปที่ 4 ท่ายกแขนขึ้น - ลง

รูปที่ 4 ท่ายกแขนขึ้น - ลง

รูปที่ 5 ท่ากางแขน - หุบแขน

รูปที่ 5 ท่ากางแขน - หุบแขน

รูปที่ 6 ท่างอศอก - เหยียดศอก

รูปที่ 6 ท่างอศอก - เหยียดศอก

รูปที่ 7 ท่าหมุนแขนเข้า - ออก

รูปที่ 7 ท่าหมุนแขนเข้า - ออก

ท่ายืดกล้ามเนื้อขา

รูปที่ 8 ท่ายกขาขึ้น - ลง

รูปที่ 8 ท่ายกขาขึ้น - ลง

รูปที่ 9 ท่ากางขา - หุบขา

รูปที่ 9 ท่ากางขา - หุบขา

รูปที่ 10 ท่างอเข่า - เหยียดเข่า

รูปที่ 10 ท่างอเข่า - เหยียดเข่า

รูปที่ 11 ท่าหมุนสะโพกเข้า - ออก

รูปที่ 11 ท่าหมุนสะโพกเข้า - ออก

รูปที่ 12 ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง

รูปที่ 12 ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง

รูปที่ 13 ท่ากระดกข้อเท้าขึ้น - ลง

รูปที่ 13 ท่ากระดกข้อเท้าขึ้น - ลง

รูปที่ 14 ท่ายืดกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง

รูปที่ 14 ท่ายืดกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง

2. ภาวะข้อติด หรือมีการลดลงของช่วงการเคลื่อนไหว (decreased range of motion) (1, 3)

เกิดจากผู้ป่วยมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง ส่งผลให้เกิดภาวะข้อยึดติด การป้องกันภาวะข้อติดสามารถทำได้โดยทำการยืดกล้ามเนื้อในลักษณะเดียวกับการแก้ปัญหาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง

3. อาการปวดเรื้อรังจากระบบประสาทผิดปกติ

เป็นภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เพราะเป็นอุปสรรคต่อการฝึกเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และอาจก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา (1, 5) อาการเจ็บปวดในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ (1, 5)

  1. Nociceptive เป็นอาการปวดเนื่องจากโครงสร้างทางกล้ามเนื้อ เกิดจากการบาดเจ็บที่กระดูก/ข้อต่อ หรือกล้ามเนื้อที่มีความไม่มั่นคง หรือ กล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือใช้งานมากเกินไป
  2. Neuropathic เป็นอาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท เกิดจากกลไกที่ไขสันหลังมีการปรับวงจรประสาทใหม่ ลักษณะอาการปวดมักพบตั้งแต่บริเวณที่บาดเจ็บลงไป ลักษณะการปวดไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมใด ซึ่งอาจปวดแบบแสบร้อน หน่วง ๆ เหมือนไฟช๊อต หรือความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนใหญ่จะพบในช่วง 6 เดือนแรกที่บาดเจ็บ อาการปวดเรื้อรังจากระบบประสาทผิดปกติ จำแนกได้ตามระดับการบาดเจ็บไขสันหลัง
    • เหนือต่อระดับที่บาดเจ็บ มีสาเหตุจากเส้นประสาทถูกกดอัด
    • ระดับเดียวที่บาดเจ็บ มีสาเหตุจากการกดทับที่รากประสาท หรือ กลุ่มอาการถุงน้ำในโพรงไขสันหลัง หรือ การบาดเจ็บไขสันหลัง/ไขสันหลังขาดเลือด
    • ระดับต่ำกว่าที่บาดเจ็บ มีสาเหตุจากการบาดเจ็บไขสันหลัง/ไขสันหลังขาดเลือด

การป้องกัน (1, 5)

  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่คงเหลืออยู่
  • ให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินโรคและความเจ็บปวดของผู้ป่วย

การรักษา (1, 5)

  1. อาการปวดจากโครงสร้างกล้ามเนื้อ
    • ช่วง 24 – 48 ชม. แรกให้ลดหรือพักการใช้งานกล้ามเนื้อ/ เอ็น/ ข้อต่อส่วนนั้น ๆ ประคบเย็น และพิจารณาให้ยาตามแพทย์แนะนำ
    • หลัง 48 ชม. อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด เช่น การให้การรักษาด้วยความร้อน (ความร้อนตื้น เช่น การวางแผ่นร้อน หรือ ความร้อนลึก เช่น การใช้อัลตราซาวน์), การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (เช่น TENS), การยืดกล้ามเนื้อ
    • เมื่ออาการปวดลดลง ค่อยเริ่มปรับเพิ่มโปรแกรมบริหารข้อและเพิ่มกำลัง/ ความทนทานของกล้ามเนื้อ
    • หากอาการเจ็บปวดดังกล่าวเกิดจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง อาจพิจารณาให้ยาลดเกร็ง
    • หากอาการเจ็บปวดเกิดจากอวัยวะภายใน ควรพิจารณาแก้ไขตามสาเหตุ
  2. อาการปวดจากความผิดปกติทางระบบประสาท

4. ภาวะกระดูกบาง

เกิดจากอัตราการสลายแคลเซียมจากกระดูกไม่สมดุลกับการสร้างกระดูก ทำให้ความหนาแน่นของกระดูก และปริมาณเกลือแร่ในกระดูกลดลง หรือ มวลกระดูกน้อยลง ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (5)

แนวทางการป้องกัน (5)

  • ฝึกการลงน้ำหนักและกระตุ้นการเคลื่อนไหว หรือการออกกำลังกายที่ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อชะลอการสูญเสียมวลกระดูก รวมถึงเพิ่มการสร้างมวลกระดูกจากการไหลเวียนเลือดไปยังเซลล์กระดูกมากขึ้น

5. ภาวะที่มีแคลเซียมรวมตัวกันแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อ (heterotopic ossification)

เป็นภาวะที่มีกระดูกงอกในบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้อต่อรยางค์ของร่างกายใต้ต่อระดับพยาธิสภาพ มักเกิดรอบ ๆ ข้อต่อใหญ่ ๆ เช่น ข้อสะโพก ทำให้การเคลื่อนไหวข้อติดขัด ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่สมมติฐานเกิดจากการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ และมีการเผาผลาญแคลเซียมผิดปกติไป (5)

อาการ (5)

ในระยะแรกมักจะมีอาการแสดงไม่ชัดเจน ทำให้การวินิจฉัยค่อนข้างยาก อาจพบอาการปวด มีไข้ บวม แดง บริเวณโดยรอบข้อต่อ ช่วงการเคลื่อนไหวลดลง จนถึงจำกัดการเคลื่อนไหวในระยะต่อมา 

การป้องกัน  (5)

เพิ่มการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วย ในรูปแบบเดียวกับการยืดกล้ามเนื้อในภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง

6. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ (respiratory complication):

ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังที่ต่ำกว่าระดับคอที่ 4 (C4) จะสามารถหายใจเองได้ แต่หากสูงกว่าระดับคอที่ 4 จะต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ ถึงอย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บไขสันหลังที่มีบาดเจ็บของไขสันหลังระดับคอและอก จะมีการทำงานของกล้ามเนื้อหายใจบกพร่อง หรือมีภาวะอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถหายใจและไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เสมหะอุดกั้น ปอดอักเสบ (pneumonia) ภาวะปอดแฟบ (atelectasis) ระบบหายใจล้มเหลว (respiratory failure) (1, 4)

การดูแลระบบทางเดินหายใจทางกายภาพบำบัด (2, 4)

  1. การกำจัดเสมหะ สามารถทำได้โดยการจัดท่าระบายเสมหะ การเคาะปอด การสั่นปอด และการดูดเสมหะ
รูปที่ 15 การจัดท่าระบายเสมหะ

รูปที่ 15 การจัดท่าระบายเสมหะ

รูปที่ 16 การเคาะปอด

รูปที่ 16 การเคาะปอด

รูปที่ 17 การสั่นปอด

รูปที่ 17 การสั่นปอด

  1. การฝึกหายใจ โดยจะเน้นการขยายตัวของทรวงอก เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ หรืออาจใช้เครื่องมือช่วยในการฝึกหายใจ (incentive spirometer) (1, 4)
รูปที่ 18 การฝึกหายใจเข้า - ออก

รูปที่ 18 การฝึกหายใจเข้า - ออก

รูปที่ 19 อุปกรณ์ฝึกการหายใจ

รูปที่ 19 อุปกรณ์ฝึกการหายใจ

  1. การช่วยไอ เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้แรงจากภายนอกช่วยในการขับเสมหะออกมา การช่วยไอจึงเป็นการใช้แรงอัดเป็นจังหวะ ในช่วงการหายใจออกในทิศทางต่าง ๆ โดยให้ผู้ดูแลวางมือไว้บริเวณใต้ต่อลิ้นปี่หรือซี่โครง แล้วออกแรงกดให้เร็วและแรง ในททิศศดันขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยหายใจออก (รูปที่ 20) (1, 4)

ในกรณีที่ผู้ป่วยพอช่วยเหลือตัวเองได้ ให้ผู้ป่วยนั่งบนรถเข็นใช้มือคล้องไว้กับพนักพิง เพื่อช่วยในการทรงตัว วางมืออีกข้างที่หน้าท้องใต้ต่อลิ้นปี่ ขณะไอให้ก้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ออกแรงดันในทิศดันเข้าและยกขึ้น (รูปที่ 21)

รูปที่ 20 การช่วยไอ

รูปที่ 20 การช่วยไอ

รูปที่ 21 การช่วยไอด้วยตัวเอง

รูปที่ 21 การช่วยไอด้วยตัวเอง

กภ.สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์

เอกสารอ้างอิง

  1. สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางปฏิบัติ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการที่บาดเจ็บไขสันหลัง. กรุงเทพฯ: บริษัทสหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับสิสชิ่ง จำกัด; 2556. หน้า 70, 148-149.
  2. อภิชนา โฆวินทะ. ตำราบาดเจ็บไขสันหลัง การฟื้นสภาพอย่างครอบคลุม เล่ม 1 ไขสันหลัง- กระดูกสันหลัง- การเคลื่อนไหว. เชียงใหม่: สุทินการพิมพ์; 2555. หน้า 12-32.
  3. สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดูแลคนพิการบาดเจ็บไขสันหลัง สำหรับผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง อัมพาตครึ่งล่าง. กรุงเทพฯ: บริษัทสหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับสิสชิ่ง จำกัด; 2560. หน้า 19-21,55-64.
  4. พัชรี บุตรแสนโคตรและจุฑามาศ คงกลาง. การพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยบาดเจ็บกระดูกสันหลังและ ไขสันหลังในระยะฟื้นฟู. ศรีนครินทร์เวชสาร 2564; 36(5)
  5. สุกัลยา อมตฉายา. กายภาพบำบัดกับการบาดเจ็บไขสันหลัง: บูรณาการงานวิจัยและประสบการณ์ทางคลินิก. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2563. หน้า 60-61,66-70.
Post Views: 4,973
Share
0

Related posts

มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.