ฟื้นฟูปอด หลังน้ำท่วม … ปอด


คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่
“นอนราบไม่ได้ รู้สึกหายใจไม่สะดวก” ... “ไอบ่อย รู้สึกเหนื่อยตลอด” ... “รู้สึกแน่นหน้าอกจัง”
“รู้สึกหายใจไม่อิ่มเลย” ... “เวลาหายใจจะมีเสียงหวีดหรือเสียงครืดคราด”
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ เราแนะนำให้คุณพบแพทย์ทันที เพราะนี่เป็นสัญญาณความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ในบทความนี้จะนำทุกท่านมารู้จัก อาการของน้ำท่วมปอด ซึ่งใคร ๆ ก็เป็นได้
น้ำท่วมปอด (Pulmonary edema) คือภาวะที่มีของเหลวในถุงลมปอดมากเกินไป ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง ปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการหายใจไม่ออก หายใจลำบาก หรือหายใจไม่อิ่ม (1,4)

รูปที่ 1.1 น้ำท่วมปอด

รูปที่ 1.2 น้ำท่วมปอด
ภาวะน้ำท่วมปอดเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น (1,4)
- โรคหัวใจ
- เกิดพยาธิสภาพที่สมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, การผ่าตัดสมอง หรือ เนื้องอกในสมอง
- ภาวะปอดบวม
- ภาวะร่างกายตอบสนองต่อพิษของเชื้อโรค เป็นภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อพิษหรือการติดเชื้อแทนที่จะต่อต้าน ทำให้ร่างกายยิ่งอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรงขึ้น
- ความดันโลหิตสูงขึ้นเฉียบพลัน
- ภาวะไตวาย
- การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะเลือดเป็นพิษ
- การใช้ยาเกินขนาด
- การได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ปอด หรือหัวใจ
- ภาวะรอดชีวิตจากการจมน้ำ หมายถึง ภาวะที่ร่างกายรอดจากการจมน้ำแล้ว แต่อวัยวะภายในยังคงบาดเจ็บอยู่ ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม ระดับเกลือแร่ในร่างกายเปลี่ยนแปลง
- การอยู่ในที่สูง ทำให้หลอดเลือดในปอดหดเล็กลง ความดันเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้เลือดไหลเวียนออกจากปอดตามปกติไม่ได้ และคั่งอยู่ข้างในปอด จนกลายเป็นอาการน้ำท่วมปอดในภายหลัง
อาการ (1,4)
- หายใจหอบเหนื่อยขณะที่ออกแรง หรือหายใจไม่สะดวกเวลานอนราบเมื่อโรคมีความรุนแรงมากขึ้นอาจมีอาการหอบเหนื่อยแม้ไม่ได้ออกแรง
- มีอาการไอ เหนื่อย หรือแน่นหน้าอก
- มีอาการบวมที่แขนหรือขา
- มีไข้สูง
- ผิวซีด
- ไอเรื้อรัง
- มีเสมหะเป็นฟอง
- เหงื่อออกมาก
- อ่อนเพลียอย่างหนัก
- มีอาการสำลัก
- เจ็บหน้าอก
- จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ
ถ้ามีอาการน้ำท่วมปอดบ่อย ๆ อาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นมาได้ในระยะยาว เช่น อ่อนเพลียง่าย หายใจลำบาก หายใจถี่ ๆ หายใจแล้วมีเสียงวี้ด สะดุ้งตื่นตอนกลางดึกเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ขาและเท้าบวม

รูปที่ 2.1 หายใจเหนื่อยหอบ

รูปที่ 2.2 ไอ แน่นหน้าอก
การรักษาน้ำท่วมปอด (3,4,5)
การรักษาภาวะน้ำท่วมปอดจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่ในเบื้องต้นหากผู้ป่วยมีปัญหาในการหายใจและมีระดับออกซิเจนในร่างกายต่ำ แพทย์อาจให้ออกซิเจนโดยให้ผู้ป่วยใช้หน้ากากออกซิเจนหรือสอดท่อออกซิเจนเข้าไปในรูจมูก ซึ่งแพทย์จะเฝ้าดูอาการและรักษาระดับออกซิเจนในร่างกายของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และหากน้ำท่วมปอดจากสาเหตุอื่น ๆ แพทย์ก็จะรักษาภาวะดังกล่าวและรักษาน้ำท่วมปอดไปพร้อมกัน
การป้องกันน้ำท่วมปอด
เนื่องจากน้ำท่วมปอดเป็นภาวะที่ไม่สามารถป้องกันได้ ดังนั้น ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดอาการ
อย่างไรก็ตาม การป้องกันในเบื้องต้นที่พอจะช่วยได้สามารถทำได้โดยรับวัคซีนป้องกันปอดบวม หรือวัคซีนป้องกันไข้หวัด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือผู้สูงอายุ ซึ่งหลังจากเกิดอาการ ผู้ป่วยควรใช้ยาขับปัสสาวะตามที่แพทย์สั่งเพื่อป้องกันการเกิดอาการซ้ำ
นอกจากนั้น สามารถลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจวายหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมปอดที่พบได้บ่อย ด้วยการดูแลตนเอง ดังนี้
- รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ครบ 5 หมู่ และลดปริมาณไขมัน
- ลดการรับประทานอาการรสจัด รวมถึงลดปริมาณโซเดียม หรือ เกลือ
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมระดับความดันโลหิต และตรวจระดับคอเลสเตอรอลอยู่เสมอ
- สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ให้พยายามลดน้ำหนักตัว หรือรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- หลีกเลี่ยงการเผชิญความเครียด
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือการใช้ยาเสพติด
- หากมีปัญหาสุขภาพ ให้ไปพบแพทย์ตามนัดหมายเป็นประจำ
การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยวิธีกายภาพบำบัด ช่วยลดอาการเหนื่อยและเพิ่มความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน โดยมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ (2,3,5)
เทคนิคการบรรเทาอาการเหนื่อย
การหายใจเพื่อลดอาการเหนื่อย
- หายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ
- ห่อริมฝีปาก (เหมือนกำลังผิวปาก)
- หายใจออกช้า ๆ ผ่านทางริมฝีปากที่กำลังห่ออยู่ (เป่าลมออกทางปาก) โดยเวลาในการหายใจออกให้มากกว่าการหายใจเข้าสองเท่า

รูปที่ 3 การหายใจลดอาการเหนื่อย
การหายใจโดยใช้กระบังลม
- ผ่อนคลายหัวไหล่
- วางมือข้างหนึ่งบริเวณหน้าท้อง
- หายใจเข้าผ่านจมูก ให้บริเวณหน้าท้องขยายออก
- หายใจออกทางปากด้วยวิธีการห่อริมฝีปาก และหดกล้ามเนื้อหน้าท้อง บริเวณหน้าท้องจะแฟบ
- ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง
- สามารถฝึกได้หลายรอบต่อวัน และสามารถฝึกในท่านอน นั่ง ยืน หรือขณะเดิน

รูปที่ 4 การหายใจโดยใช้กระบังลม
การบริหารปอด (Lung Expansion Exercise) (2,5)
การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด ที่ได้ผลดีทำได้โดยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ที่เรียกว่า Triflow (Incentive spirometry)

รูปที่ 5 Incentive spirometry หรือ Triflow

รูปที่ 6 วิธีการใช้ Triflow
โดยให้คนไข้ดูดลูกบอลที่มีทั้งหมด 3 ลูก ใน 3 ช่อง ซึ่งจะลอยขึ้นกี่ลูกก็ขึ้นอยู่กับปริมาณลมที่สูดเข้าไป ยิ่งสูดลมเข้าไปมาก ลูกบอลก็จะลอยขึ้นเยอะ การดูดลมเข้าปอดโดยใช้เครื่อง Triflow นั้น จึงถือเป็นเทคนิคการบริหารปอดรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ปอดขยายเต็มที่ ช่วยให้ปอดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และค่อย ๆ ฟื้นตัวได้
เรียบเรียงโดย กภ. สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์
เอกสารอ้างอิง
- Well CL. Pulmonary Pathology. In:Frownfelter D, Dean E. Cardiovascular and pulmonary physical therapy : evidence to practice. 5th ed. Missouri: Mosby; 2023. p.183-186.
- Frownfelter D. Facilitating Ventilation Pattern and Breathing Strategies. In:Frownfelter D, Dean E. Cardiovascular and pulmonary physical therapy : evidence to practice. 5th ed. Missouri: Mosby; 2023. p.359-364.
- Hill CJ, Lazzari M, D’Abrosca F. Clearance Techniques in Pulmonary Rehabilitation. In:Clini E, Holland AE, Pitta F. Textbook of pulmonary rehabilitation. 1st ed. New York: Springer Berlin Heidelberg; 2018. p.205-210.
- Camp PG, Reid WD, Chung F, Hill K. Respiratory condition. In:DeTurk WE, Cahalin LP. Cardiovascular and pulmonary physical therapy : An Evidence-Based Approach. 3rd ed. New York: McGraw-Hill Professional; 2018. p.33-35.
- Hill K, Chung F, Reid WD. Breathing Strategies and Exercise. In:DeTurk WE, Cahalin LP. Cardiovascular and pulmonary physical therapy : An Evidence-Based Approach. 3rd ed. New York: McGraw-Hill Professional; 2018.




