mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การป้องกันอาการบาดเจ็บของข้อไหล่ในกีฬาเทนนิส (prevention of shoulder pain in tennis)

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • การป้องกันอาการบาดเจ็บของข้อไหล่ในกีฬาเทนนิส (prevention of shoulder pain in tennis)

การป้องกันอาการบาดเจ็บของข้อไหล่ในกีฬาเทนนิส (prevention of shoulder pain in tennis)

ตุลาคม 27, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • balance exercise
  • pain
  • sport
  • strengthening exercise
  • tennis

เทนนิส (tennis) เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งเล่นโดยผู้เล่นฝั่งละหนึ่งคน (ประเภทเดี่ยว) หรือฝั่งละสองคน (ประเภทคู่) บนสนามที่มีเน็ตกั้นตรงกลาง ผู้เล่นใช้แร็กเก็ตตีลูกบอลผ่านเน็ต เพื่อให้ตกลงไปยังฝั่งของคู่ต่อสู้ โดยผู้เล่นใช้การตีลูกด้วยหลากหลายวิธี เช่น การตีฟอร์แฮนด์ (forehand), การตีแบ็คแฮนด์ (backhand), การตีลูกเสิร์ฟ (serve), การตีลูกวอลเลย์ (volley), การตบลูกเหนือศีรษะ (overhead smash) ซึ่งการเล่นเทนนิสต้องใช้ทักษะทางกายภาพหลายอย่าง เช่น

  1. เทคนิคในการตีลูก เกิดจากการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธี การฝึกอย่างซ้ำ ๆ ทำให้เกิดการประสานสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ (neuromuscular coordination) รวมไปถึงการทำงานประสานกันระหว่างการใช้สายตา และมือ (eye-hand coordination) ในการตีลูกเทนนิสอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความคล่องตัว (agility), ความเร็ว (velocity), ความทนทาน (endurance) เพื่อทำให้เล่นกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การเคลื่อนที่ของขาอย่างเหมาะสม ร่วมกับการรักษาสมดุลของลำตัว (balance) ส่งผลไม้สามารถส่งแรงผ่านแกนกลางลำตัวไปยังแขนขณะตีลูกเทนนิส
  4. ความแข็งแกร่งทางจิตใจ ผู้เล่นจะต้องมีความแข็งแกร่งทางจิตใจ เพื่อจัดการกับความกดดัน ความเครียด และการตัดสินใจที่ถูกต้องในระหว่างการแข่งขัน

ถ้าหากผู้เล่นเทนนิส มีทักษะ หรือการฝึกซ้อมที่ไม่เพียงพอ อาจมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ เนื่องจากเป็นกีฬาที่เกิดแรงกระทำต่อข้อต่อซ้ำ ๆ โดยเฉพาะรยางค์ส่วนบนของร่างกาย (upper extremities) ซึ่งได้แก่ข้อไหล่ (shoulder joint), ข้อศอก (elbow joint) หรือแม้กระทั่งข้อมือ (wrist joint) หรืออาจเกิดจากการที่ขาดการยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการเล่นเทนนิส (1,2)

กีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยการใช้งานรยางค์ส่วนบน โดยเฉพาะ ข้อไหล่ และท่อนแขนในส่งแรงตีลูกเทนนิส ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscle) ส่งผ่านแรงจากรยางค์ส่วนล่าง (lower extremities) ไปยังแขนและข้อมือ เพื่อใช้ในการตีลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกีฬาประเภทนี้มักจะมีจังหวะที่ต้องตีลูกเหนือศีรษะอยู่บ่อยครั้ง ร่วมกับการตีลูกที่เร็วและรุนแรง โดยมักจะเกิดในท่าการ serve หรือท่าตี overhead smash ที่มักจะทำให้ข้อไหล่ (glenohumeral joint) เกิดการหมุนออกทางด้านนอก (external rotation) หรือกางแขนออกด้านข้าง (abduction) มากจนเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกดเบียดโครงสร้างภายในข้อไหล่ (internal impingement) ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณดังกล่าวได้ เช่น กลุ่มกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ฉีกขาด (rotator cuff tears), เยื่อหุ้มข้อไหล่ด้านบนฉีกขาด (superior labrum anterior-to-posterior หรือ SLAP) หรือเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่อักเสบ (shoulder tendinitis) ได้แก่ กล้ามเนื้องอข้อไหล่ (biceps brachii muscles) กล้ามเนื้อกางข้อไหล่ (supraspinatus muscle), กล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก (infraspinatus muscle)  (1,3)

การจัดการภาวะอาการบาดเจ็บข้อไหล่จากการเล่นกีฬาเทนนิสที่กล่าวมาข้างต้นนั้น สามารถตรวจพบได้จากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging หรือ MRI) เพื่อสแกนดูโครงสร้างด้านในข้อไหล่ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น เส้นใยกล้ามเนื้อ (muscle fiber), เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ (tendon), เบ้ากระดูก (labrum), กระดูกอ่อน (cartilage), เยื่อหุ้มข้อต่อ (capsule) ได้อย่างแม่นยำ หลังจากตรวจพบสาเหตุของอาการบาดเจ็บข้อไหล่แล้วนั้น การรักษามักจะเริ่มจากการรักษาแบบไม่ใช้การผ่าตัด (non-surgical treatment) ซึ่งเน้นการรักษามุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ (range of motion) ให้ใกล้เคียงกับปกติ, การเพิ่มความแข็งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ rotator cuff muscles รวมไปถึงแก้ไขความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของสะบัก (scapular dyskinesia) ก่อนที่จะพิจารณาเข้ารับการผ่าตัดเป็นทางเลือกถัดไปหากอาการไม่ดีขึ้น (4)

การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนบนของลำตัว และกล้ามเนื้อสะบัก เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาทักษะในการเล่นเทนนิส อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้อีกด้วย รวมไปถึงเพื่อรักษาเพื่อเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ยังช่วยส่งเสริมให้สามารถตีลูกเทนนิสได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ตัวอย่างท่าออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ การออกกำลังกายบนส่วนบนที่เน้นในการออกกำลังกล้ามเนื้อแขน อก และสะบักด้านหลัง (5)

  1. การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ (shoulder rotation exercises) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อหมุนไหล่ออกด้านนอก (shoulder external rotator muscles) และกลุ่มกล้ามเนื้อหมุนไหล่เข้าด้านใน (shoulder internal rotator muscles) โดยแบ่งออกเป็นสองท่าย่อย ได้แก่
    1. 1 การออกกำลังกายหมุนข้อไหล่ในมุมท่อนแขนแนบลำตัว
      • ท่าเริ่มต้นให้ท่านนั่งเก้าอี้พิงพนักพิงหลัง ลำตัวตรง พร้อมนำแขนหนีบผ้าขนหนูไว้กับลำตัว จากนั้นงอข้อศอก 90 องศา กำมือหลวม ๆ ตั้งข้อมือขึ้น (นิ้วโป้งหันขึ้นด้านบน) สายตามองตรงไปข้างหน้า ดังรูป 1.1.1
      • จากนั้นทำการหมุนข้อไหล่ออกด้านนอกลำตัว ดังรูป 1.1.2 หรือหมุนข้อไหล่เข้าด้านในลำตัว ดังรูป 1.1.3 (ไปจนสุดองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ โดยไม่มีอาการปวด) ค้างไว้ 5 ถึง 10 วินาที/ครั้ง ทำซ้ำ 3 ครั้ง/รอบ จากนั้นทำซ้ำในแขนอีกข้างนึง ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน โดยขณะทำท่าออกกำลังกายให้ท่านเกร็งแขม่วหน้าท้อง และเก็บคางเข้าด้านในเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบิดหมุนของลำตัวหรือเกร็งกล้ามเนื้อบ่าขณะออกแรง

สามารถเพิ่มความยากของท่าออกกำลังกายโดยใช้ขวดน้ำ, ดัมเบล (dumbbell), ยางยืดออกกำลังกาย (elastic band) เป็นแรงต้านได้ โดยขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความตึงตัวบริเวณกล้ามเนื้อฐานสะบักด้านหลัง และกล้ามเนื้ออกด้านหน้า และควรระมัดระวังการออกแรงที่มากและเร็วจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือเอ็นฉีกขาดได้

รูปที่ 1.1.1 ท่าเริ่มต้น

รูปที่ 1.1.1 ท่าเริ่มต้น

รูปที่ 1.1.2 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก (shoulder external rotator muscles)

รูปที่ 1.1.2 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก (shoulder external rotator muscles)

รูปที่ 1.1.3 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านใน (shoulder internal rotator muscles)

รูปที่ 1.1.3 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านใน (shoulder internal rotator muscles)

    1. 2 การออกกำลังกายหมุนข้อไหล่ในมุมกางแขนออกด้านข้างทำมุม 90 องศา
      • ท่าเริ่มต้น ให้ท่านกางแขนออกด้านข้างลำตัวทำมุม 90 องศา งอศอก 90 องศา กำมือหลวม ๆ (นิ้วโป้งหันเข้าหาลำตัว) c ดังรูป 1.2.1
      • จากนั้นทำการหมุนข้อไหล่ออกด้านนอกลำตัว ดังรูป 1.2.2 หรือหมุนข้อไหล่เข้าด้านในลำตัว ดังรูป 1.2.3 (ไปจนสุดองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ โดยไม่มีอาการปวด) ค้างไว้ 5 ถึง 10 วินาที/ครั้ง ทำซ้ำ 3 ครั้ง/รอบ จากนั้นทำซ้ำในแขนอีกข้างนึง ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน โดยขณะทำท่าออกกำลังกายให้ท่านเกร็งแขม่วหน้าท้อง และเก็บคางเข้าด้านในเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบิดหมุนของลำตัวหรือเกร็งกล้ามเนื้อบ่าขณะออกแรง

สามารถเพิ่มความยากของท่าออกกำลังกายโดยใช้ขวดน้ำ, ดัมเบล (dumbbell), ยางยืดออกกำลังกาย (elastic band) เป็นแรงต้านได้ โดยขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความตึงตัวบริเวณกล้ามเนื้อฐานสะบักด้านหลัง และกล้ามเนื้ออกด้านหน้า และควรระมัดระวังการออกแรงที่มากและเร็วจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือเอ็นฉีกขาดได้

รูปที่ 1.2.1 แสดงท่าเริ่มต้น

รูปที่ 1.2.1 แสดงท่าเริ่มต้น

รูปที่ 1.2.2 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านนอกขณะกางแขนทำมุม 90 องศา (shoulder external rotator muscles)

รูปที่ 1.2.2 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านนอกขณะกางแขนทำมุม 90 องศา (shoulder external rotator muscles)

รูปที่ 1.2.3 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านในขณะกางแขนทำมุม 90 องศา (shoulder internal rotator muscles)

รูปที่ 1.2.3 ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ออกด้านในขณะกางแขนทำมุม 90 องศา (shoulder internal rotator muscles)

  1. การออกกำลังกายท่า dumbbell shoulder press (ดังรูปที่ 2) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหน้า และด้านข้าง (anterior and lateral deltoid muscles), กล้ามเนื้อเหยียดข้อศอก (triceps brachii muscles), กล้ามเนื้อหนีบสะบักด้านหลัง (rhomboid muscles, middle and lower trapezius muscles) และกล้ามเนื้อสะบักด้านข้างลำตัว (serratus anterior muscle)
    • ท่าเริ่มต้น ให้ท่านนั่งเก้าอี้พิงพนักพิงหลัง ลำตัวตรง กางไหล่ออกด้านข้าง 90 องศา งอศอก 90 องศา พร้อมกำมือหลวม ๆ สายตามองไปข้างหน้า
    • จากนั้นให้ท่านดันแขนขึ้นด้านบนจนสุดองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ค้างไว้ 3 ถึง 5 วินาที จากนั้นนำแขนลงสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน โดยขณะทำท่าออกกำลังกาย ให้ท่านเกร็งแขม่วหน้าท้อง และเก็บคางเข้าด้านในเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบิดหมุนของลำตัว และเกร็งกล้ามเนื้อบ่าขณะออกแรง

สามารถเพิ่มความยากของท่าออกกำลังกายโดยใช้ขวดน้ำ, dumbbell, elastic band เป็นแรงต้านได้ โดยขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความตึงตัวบริเวณกล้ามเนื้อฐานสะบักด้านหลัง, หัวไหล่ด้านข้าง และกล้ามเนื้อเหยียดศอกด้านหลัง และระมัดระวังออกแรงมาก และเร็วจนเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือเอ็นฉีกขาดได้

รูปที่ 2 ท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกาย dumbbell shoulder press

รูปที่ 2 ท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกาย dumbbell shoulder press

  1. การออกกำลังกายท่า seat row (ดังรูปที่ 3) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะบักด้านหลัง ได้แก่ กล้ามเนื้อหนีบสะบักด้านหลัง rhomboid, middle และ lower trapezius, กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหลัง (posterior deltoid muscle), และกล้ามเนื้อเหยียดข้อไหล่ด้านหลัง (latissimus dorsi muscle)
    • ท่าเริ่มต้นให้ท่านนั่งเก้าอี้ เหยียดหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อย แขนทั้งสองแนบลำตัว งอศอก 90 องศา พร้อมกำมือหลวม ๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า
    • จากนั้นให้ท่านออกแรงหนีบสะบัก ร่วมกับดันไหล่ไปด้านหลัง เพื่อให้สะบักหนีบเข้ากันตรงกลางลำตัว ค้างไว้ 5 ถึง 10 วินาที จากนั้นนำแขนสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 3 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน โดยขณะทำท่าออกกำลังกาย ให้ท่านเกร็งแขม่วหน้าท้อง และเก็บคางเข้าด้านในเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบิดหมุนของลำตัว และเกร็งกล้ามเนื้อบ่าขณะออกแรง

สามารถเพิ่มความยากของท่าออกกำลังกายโดยใช้ขวดน้ำ, dumbbell, elastic band เป็นแรงต้านได้ โดยขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความตึงตัวบริเวณกล้ามเนื้อฐานสะบักด้านหลัง, หัวไหล่ด้านหลัง และระมัดระวังออกแรงมาก และเร็วจนเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือเอ็นฉีกขาดได้

รูปที่ 3 ท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกาย seat row

รูปที่ 3 ท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกาย seat row

เรียบเรียงโดย กภ. บุริศร์ ผาสุกสมิต

เอกสารอ้างอิง

  1. Chung KC, Lark ME. Upper extremity injuries in tennis players: diagnosis, treatment, and management. Hand Clin. 2017 Feb 1;33(1):175-86.
  2. Moreno-Pérez V, Elvira JL, Fernandez-Fernandez J,et al. A comparative study of passive shoulder rotation range of motion, isometric rotation strength and serve speed between elite tennis players with and without history of shoulder pain. Int J Sports Phys.Ther. 2018 Feb;13(1):39.
  3. Lädermann A, Chague S, Kolo FC, Charbonnier C. Kinematics of the shoulder joint in tennis players. J Sci Med Sport. 2016 Jan 1;19(1):56-63.
  4. Alrabaa RG, Lobao MH, Levine WN. Rotator cuff injuries in tennis players. Curr Rev Musculoskelet Med. 2020 Dec;13:734-47.
  5. Saini SS, Shah SS, Curtis AS. Scapular dyskinesis and the kinetic chain: recognizing dysfunction and treating injury in the tennis athlete. Curr Rev Musculoskelet Med. 2020 Dec;13:748-56.
Post Views: 2,180
Share
13

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.