โรคสมองเสื่อมก่อนวัย ภัยเงียบใกล้ตัว

เราคงรู้จักภาวะสมองเสื่อม ว่าเป็นภาวะที่มักเกิดในผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะสมองเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในคนวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงาน เรียกว่า “โรคสมองเสื่อมก่อนวัย” (1)
ภาวะสมองเสื่อม คือ ความเสื่อมประสิทธิภาพของสมอง ซึ่งทำหน้าที่ เป็นศูนย์กลางควบคุมการสั่งการของร่างกาย มีหน้าที่จดจำ ตัดสินใจ จึงส่งผลไปถึงอารมณ์ ความคิด บุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปของผู้ป่วยได้ ภาวะนี้โดยมากจะเกิดกับผู้สูงอายุ เนื่องจากความเสื่อมลงของร่างกายตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันกลับพบภาวะนี้ได้เพิ่มขึ้นในคนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี หรือที่เรียกว่า “โรคสมองเสื่อมก่อนวัย” ซึ่งพบมากประมาณ 8 % ของผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด (2) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยอยู่ในวัยทำงาน ทำให้มักละเลยไม่ได้สังเกตความผิดปกติ อีกทั้งวิถีชีวิตการทำงาน ที่เจอกับภาวะเครียดได้ง่าย ยิ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคนี้เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นภัยเงียบใกล้ตัว หากไม่ได้รับรู้ถึงการรักษาหรือวิธีปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมของตนเองและครอบครัว อาจทำให้การดำเนินโรคไปในทางแย่ลงอย่างรวดเร็วได้ ประกอบกับอาการของโรคนี้ไม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด (3) ดังนั้น หากผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในโรคสมองเสื่อมก่อนวัยนี้ จะช่วยให้ตระหนักถึงโรคที่อาจเกิดขึ้น รู้จักป้องกัน และไม่เสียโอกาสในการเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง (4,5)
สาเหตุที่ทำให้โรคสมองเสื่อมก่อนวัย คล้ายกับสาเหตุโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ได้แก่ (1,6,7)
- โรคอัลไซเมอร์ 34%
- สมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง (Vascular cognitive impairment) 18%
- สมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal lobar degeneration: FTLD) 12%
- สมองเสื่อมจากลิววีบอดี (Dementia with Lewy bodies: DLBD) 7%
- จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 10%
- และจากสาเหตุอื่น ๆ 19%
อาการของโรคสมองเสื่อมก่อนวัย (8)
โรคสมองเสื่อมก่อนวัย มีอาการเหมือนกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมตามวัยโดยทั่วไป กล่าวคือผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการสูญเสียความจำ การรับรู้ ลืมเรื่องง่าย ๆ เช่น วัน เดือน ปี สิ่งที่เพิ่งทำ สถานที่ที่เพิ่งไป ลืมนัดสำคัญ หรือมีพฤติกรรม บุคลิกที่เปลี่ยนแปลงไปโดยจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น พูดจับใจความไม่ได้ พูดติด ๆ ขัด ๆ พูดเรื่องซ้ำ ๆ หรือนึกคำพูดไม่ออก การตัดสินใจถดถอย ตัดสินใจได้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ควรเป็น หรือใช้เวลานานกว่าปกติในการตัดสินใจ นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ไม่มีสมาธิในการจดจ่อกับการทำงาน ซึ่งอาการของโรคสมองเสื่อมก่อนวัยนี้ ต้องแยกออกจากภาวะอื่นด้วย เช่น ภาวะซึมเศร้า, ภาวะเครียด, โรคทางจิตเวชอื่น ๆ, โรคหลอดเลือดหรือเนื้องอกในสมองและภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น

การตรวจประเมินเพื่อแยกโรคสมองเสื่อม (1)
- การซักประวัติ ได้แก่ อาการและอาการแสดงทางคลินิก ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาของการเกิดโรค สาเหตุ อาการแสดง บุคลิกนิสัย อารมณ์ กิจวัตรประจำวัน วิถีชีวิตก่อนและหลังเป็นโรค ประวัติการใช้ยา ความเครียด โรคประจำตัว โรคทางจิตเวชหรือโรคทางสมองเดิม โดยข้อมูลนี้ ควรสอบถามจากบุคคลรอบตัวผู้ป่วยร่วมด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น เนื่องจากคนไข้มักไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติอย่างไร
- การตรวจทั่วไป เช่น การตรวจประเมินทางระบบประสาท (neurological examination) การประเมินทางจิตประสาท (neurocognitive assessment) เช่น แบบประเมิน Montreal Cognitive Assessment (MoCA), แบบประเมิน Mini-Mental state Examination (MMSE) และแบบประเมินThai Mental State Examination (TMSE) ซึ่งหัวข้อที่ใช้ในการประเมินประกอบไปด้วย การทดสอบด้านการรับรู้ทั้งเรื่องเวลา (Time orientation) การรับรู้เรื่องสถานที่ (Place orientation) การรับข้อมูลใหม่ (Registration) ด้านสมาธิ (Attention) การคำนวณ (Calculation) การใช้ภาษา (Language) และด้าน ด้านความจำ (recall memory) เป็นต้น โดยการตรวจนี้มีเพื่อประเมินแยกปัญหาจากโรคร่วมอื่น ๆ อาทิ ภาวะทางจิตเวช เช่น โรคเครียด ( stress disorder) , โรควิตกกังวล (anxiety disorder), โรคซึมเศร้า (depressive disorder) และภาวะ/โรคทางระบบประสาทอื่น ๆ เช่น โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease), โรคหลอดเลือดสมอง (stroke), ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง (hydrocephalus), อุบัติเหตุศีรษะถูกกระแทก (traumatic brain injury : TBI) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้นนี้ อาจไม่สามารถคัดกรองวินิจฉัยแยกโรคในกลุ่มบุคคลวัยทำงานได้อย่างชัดเจนเหมือนกับกลุ่มผู้สูงอายุทั่วไป
- การตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
- การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูการฝ่อของสมอง
- การตรวจน้ำไขสันหลัง หรือ Cerebrospinal fluid (CSF) examination
- อื่น ๆ เช่น ตรวจทางพันธุกรรม (genetic testing), ตรวจโรคทางเมตาบอลิก เช่น ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน, ตรวจการทำงานของเอนไซม์ในเม็ดเลือดขาว และการตรวจชิ้นเนื้อ เป็นต้น

วิธีป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมก่อนวัย (9)
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้เซลล์สมองเสื่อมเร็วขึ้น
- ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ สมองถูกกระแทก เช่น ระวังการหกล้ม
- ลดความเครียดและระวังภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดภาวะสมองเสื่อม โดยอาจหากิจกรรมต่าง ๆ ทําเพื่อคลายเครียด เช่น นั่งสมาธิ ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ หางานอดิเรกที่ชอบทำ
- ลดอาหารจำพวกไขมันมาก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพราะอาหารที่มีไขมันนี้ จะไปอุดกั้นผนังหลอดเลือด นำไปสู่การไหลของเลือดที่ไม่ปกติ ทำให้แรงดันสูงขึ้น หรืออาจเกิดเป็นก้อนเลือดหลุดไปอุดตันเส้นเลือดในสมองได้
- ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
- นอนหลับอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
- ออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง
- ตรวจสุขภาพประจําปี หากมีโรคประจําตัว ต้องติดตามการรักษา กินยาอย่างสม่ำเสมอ เช่น ควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท, รักษาระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด เป็นต้น
โรคสมองเสื่อมนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผู้ป่วย แต่ยังส่งผลต่อครอบครัว คนรอบข้าง โดยเฉพาะทางด้านพฤติกรรม อารมณ์ ดังนั้นหากเราพบความผิดปกติเกิดขึ้นกับคนรอบตัว เช่น สับสนทิศทาง สถานที่ รวมถึงการคิด ตัดสินใจไม่ดีเหมือนเก่า ทั้งนี้หากมีอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย รวมถึงการรับการรักษาทางการแพทย์หรือคำแนะนำในการดูแลต่อไป
เรียบเรียงโดย กภ.สุชญา สถาวรานนท์
เอกสารอ้างอิง
- Boban M. A practical approach to patient with young-onset dementia. Rad Hrvat Akad Znan Umjet. 2021;54–55:86–92.
- Pawlowski M, Johnen A, Duning T. Früh beginnende Demenzen. Nervenarzt. 2020;91(10):936–45.
- Olivieri P, Hamelin L, Lagarde J, Hahn V, Guichart-Gomez E, Roué-Jagot C, et al. Characterization of the initial complaint and care pathways prior to diagnosis in very young sporadic Alzheimer’s disease. Alzheimers Res Ther. 2021;13(1):90.
- Kvello-Alme M, Brathen G, White LR, Sando SB. Time to diagnosis in young onset Alzheimer’s disease: A population-based study from central norway. J Alzheimers Dis. 2021;82(3):965–74.
- Hendriks S, Peetoom K, Tange H, van Bokhoven MA, van der Flier WM, Bakker C, et al. Pre-diagnostic symptoms of young-onset dementia in the general practice up to five years before diagnosis. J Alzheimers Dis. 2022;88(1):229–39.
- Sampson EL. Young onset dementia. Postgrad Med J. 2004;80(941):125–39.
- Harvey RJ. The prevalence and causes of dementia in people under the age of 65 years. J Neurol Neurosurg Psychiatry. 2003;74(9):1206–9.
- Rossor MN, Fox NC, Mummery CJ, Schott JM, Warren JD. The diagnosis of young-onset dementia. Lancet Neurol. 2010;9(8):793–806.
- Rouch, Withall A, Gonski P, Cations M, Draper B, Brodaty H, et al. Non-genetic risk factors for degenerative and vascular young onset dementia: results from the INSPIRED and KGOW studies. J Alzheimers Dis. 2018;62(4):1747–58.




