mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

โรคสมองเสื่อมก่อนวัย ภัยเงียบใกล้ตัว

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • โรคสมองเสื่อมก่อนวัย ภัยเงียบใกล้ตัว

โรคสมองเสื่อมก่อนวัย ภัยเงียบใกล้ตัว

ตุลาคม 4, 2022
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Alzheimer's
  • premature dementia
  • สมองเสื่อม
  • สมองเสื่อมก่อนวัยอันควร

เราคงรู้จักภาวะสมองเสื่อม ว่าเป็นภาวะที่มักเกิดในผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะสมองเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในคนวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงาน เรียกว่า “โรคสมองเสื่อมก่อนวัย” (1)

ภาวะสมองเสื่อม คือ ความเสื่อมประสิทธิภาพของสมอง ซึ่งทำหน้าที่ เป็นศูนย์กลางควบคุมการสั่งการของร่างกาย มีหน้าที่จดจำ ตัดสินใจ จึงส่งผลไปถึงอารมณ์ ความคิด บุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปของผู้ป่วยได้  ภาวะนี้โดยมากจะเกิดกับผู้สูงอายุ เนื่องจากความเสื่อมลงของร่างกายตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันกลับพบภาวะนี้ได้เพิ่มขึ้นในคนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี หรือที่เรียกว่า “โรคสมองเสื่อมก่อนวัย” ซึ่งพบมากประมาณ 8 % ของผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด (2) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยอยู่ในวัยทำงาน ทำให้มักละเลยไม่ได้สังเกตความผิดปกติ อีกทั้งวิถีชีวิตการทำงาน ที่เจอกับภาวะเครียดได้ง่าย ยิ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคนี้เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นภัยเงียบใกล้ตัว หากไม่ได้รับรู้ถึงการรักษาหรือวิธีปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมของตนเองและครอบครัว อาจทำให้การดำเนินโรคไปในทางแย่ลงอย่างรวดเร็วได้ ประกอบกับอาการของโรคนี้ไม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด (3)  ดังนั้น หากผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในโรคสมองเสื่อมก่อนวัยนี้ จะช่วยให้ตระหนักถึงโรคที่อาจเกิดขึ้น รู้จักป้องกัน และไม่เสียโอกาสในการเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง (4,5)

สาเหตุที่ทำให้โรคสมองเสื่อมก่อนวัย  คล้ายกับสาเหตุโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ได้แก่ (1,6,7)

  • โรคอัลไซเมอร์ 34%
  • สมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง (Vascular cognitive impairment) 18%
  • สมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal lobar degeneration: FTLD) 12%
  • สมองเสื่อมจากลิววีบอดี (Dementia with Lewy bodies: DLBD) 7%
  • จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 10%
  • และจากสาเหตุอื่น ๆ 19%

อาการของโรคสมองเสื่อมก่อนวัย (8)

โรคสมองเสื่อมก่อนวัย มีอาการเหมือนกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมตามวัยโดยทั่วไป กล่าวคือผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการสูญเสียความจำ การรับรู้ ลืมเรื่องง่าย ๆ เช่น วัน เดือน ปี สิ่งที่เพิ่งทำ สถานที่ที่เพิ่งไป ลืมนัดสำคัญ หรือมีพฤติกรรม บุคลิกที่เปลี่ยนแปลงไปโดยจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ  เช่น พูดจับใจความไม่ได้ พูดติด ๆ ขัด ๆ พูดเรื่องซ้ำ ๆ หรือนึกคำพูดไม่ออก การตัดสินใจถดถอย ตัดสินใจได้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ควรเป็น หรือใช้เวลานานกว่าปกติในการตัดสินใจ นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ไม่มีสมาธิในการจดจ่อกับการทำงาน ซึ่งอาการของโรคสมองเสื่อมก่อนวัยนี้ ต้องแยกออกจากภาวะอื่นด้วย เช่น ภาวะซึมเศร้า, ภาวะเครียด, โรคทางจิตเวชอื่น ๆ, โรคหลอดเลือดหรือเนื้องอกในสมองและภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น

การตรวจประเมินเพื่อแยกโรคสมองเสื่อม (1)

  1. การซักประวัติ ได้แก่ อาการและอาการแสดงทางคลินิก ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาของการเกิดโรค สาเหตุ อาการแสดง บุคลิกนิสัย อารมณ์ กิจวัตรประจำวัน วิถีชีวิตก่อนและหลังเป็นโรค ประวัติการใช้ยา ความเครียด โรคประจำตัว โรคทางจิตเวชหรือโรคทางสมองเดิม โดยข้อมูลนี้ ควรสอบถามจากบุคคลรอบตัวผู้ป่วยร่วมด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น เนื่องจากคนไข้มักไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติอย่างไร
  2. การตรวจทั่วไป เช่น การตรวจประเมินทางระบบประสาท (neurological examination) การประเมินทางจิตประสาท (neurocognitive assessment) เช่น แบบประเมิน Montreal Cognitive Assessment (MoCA), แบบประเมิน Mini-Mental state Examination (MMSE) และแบบประเมินThai Mental State Examination (TMSE) ซึ่งหัวข้อที่ใช้ในการประเมินประกอบไปด้วย การทดสอบด้านการรับรู้ทั้งเรื่องเวลา (Time orientation) การรับรู้เรื่องสถานที่ (Place orientation) การรับข้อมูลใหม่ (Registration) ด้านสมาธิ (Attention) การคำนวณ (Calculation) การใช้ภาษา (Language) และด้าน ด้านความจำ (recall memory) เป็นต้น  โดยการตรวจนี้มีเพื่อประเมินแยกปัญหาจากโรคร่วมอื่น ๆ อาทิ ภาวะทางจิตเวช เช่น โรคเครียด ( stress disorder) , โรควิตกกังวล (anxiety disorder), โรคซึมเศร้า (depressive disorder) และภาวะ/โรคทางระบบประสาทอื่น ๆ เช่น โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease), โรคหลอดเลือดสมอง (stroke), ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง (hydrocephalus), อุบัติเหตุศีรษะถูกกระแทก (traumatic brain injury : TBI) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้นนี้ อาจไม่สามารถคัดกรองวินิจฉัยแยกโรคในกลุ่มบุคคลวัยทำงานได้อย่างชัดเจนเหมือนกับกลุ่มผู้สูงอายุทั่วไป
  3. การตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูการฝ่อของสมอง
  • การตรวจน้ำไขสันหลัง หรือ Cerebrospinal fluid (CSF) examination
  • อื่น ๆ เช่น ตรวจทางพันธุกรรม (genetic testing), ตรวจโรคทางเมตาบอลิก เช่น ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน, ตรวจการทำงานของเอนไซม์ในเม็ดเลือดขาว และการตรวจชิ้นเนื้อ เป็นต้น

วิธีป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมก่อนวัย (9)

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้เซลล์สมองเสื่อมเร็วขึ้น
  • ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ สมองถูกกระแทก เช่น ระวังการหกล้ม
  • ลดความเครียดและระวังภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดภาวะสมองเสื่อม โดยอาจหากิจกรรมต่าง ๆ ทําเพื่อคลายเครียด เช่น นั่งสมาธิ ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ หางานอดิเรกที่ชอบทำ
  • ลดอาหารจำพวกไขมันมาก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพราะอาหารที่มีไขมันนี้ จะไปอุดกั้นผนังหลอดเลือด นำไปสู่การไหลของเลือดที่ไม่ปกติ ทำให้แรงดันสูงขึ้น หรืออาจเกิดเป็นก้อนเลือดหลุดไปอุดตันเส้นเลือดในสมองได้
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • นอนหลับอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
  • ออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง
  • ตรวจสุขภาพประจําปี หากมีโรคประจําตัว ต้องติดตามการรักษา กินยาอย่างสม่ำเสมอ เช่น ควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท, รักษาระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

โรคสมองเสื่อมนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผู้ป่วย แต่ยังส่งผลต่อครอบครัว คนรอบข้าง โดยเฉพาะทางด้านพฤติกรรม อารมณ์ ดังนั้นหากเราพบความผิดปกติเกิดขึ้นกับคนรอบตัว เช่น สับสนทิศทาง สถานที่ รวมถึงการคิด ตัดสินใจไม่ดีเหมือนเก่า ทั้งนี้หากมีอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย รวมถึงการรับการรักษาทางการแพทย์หรือคำแนะนำในการดูแลต่อไป

เรียบเรียงโดย กภ.สุชญา สถาวรานนท์

เอกสารอ้างอิง

  1. Boban M. A practical approach to patient with young-onset dementia. Rad Hrvat Akad Znan Umjet. 2021;54–55:86–92.
  2. Pawlowski M, Johnen A, Duning T. Früh beginnende Demenzen. Nervenarzt. 2020;91(10):936–45.
  3. Olivieri P, Hamelin L, Lagarde J, Hahn V, Guichart-Gomez E, Roué-Jagot C, et al. Characterization of the initial complaint and care pathways prior to diagnosis in very young sporadic Alzheimer’s disease. Alzheimers Res Ther. 2021;13(1):90.
  4. Kvello-Alme M, Brathen G, White LR, Sando SB. Time to diagnosis in young onset Alzheimer’s disease: A population-based study from central norway. J Alzheimers Dis. 2021;82(3):965–74.
  5. Hendriks S, Peetoom K, Tange H, van Bokhoven MA, van der Flier WM, Bakker C, et al. Pre-diagnostic symptoms of young-onset dementia in the general practice up to five years before diagnosis. J Alzheimers Dis. 2022;88(1):229–39.
  6. Sampson EL. Young onset dementia. Postgrad Med J. 2004;80(941):125–39.
  7. Harvey RJ. The prevalence and causes of dementia in people under the age of 65 years. J Neurol Neurosurg Psychiatry. 2003;74(9):1206–9.
  8. Rossor MN, Fox NC, Mummery CJ, Schott JM, Warren JD. The diagnosis of young-onset dementia. Lancet Neurol. 2010;9(8):793–806.
  9. Rouch, Withall A, Gonski P, Cations M, Draper B, Brodaty H, et al. Non-genetic risk factors for degenerative and vascular young onset dementia: results from the INSPIRED and KGOW studies. J Alzheimers Dis. 2018;62(4):1747–58.
Post Views: 1,895
Share
0

Related posts

เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more
มีนาคม 31, 2026

เรียนรู้เรื่อง “เจ็บปวด” ตอนที่ 3 PRICE, POLICE, PEACE&LOVE


Read more
มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.