mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

พฤษภาคม 10, 2024
Categories
  • กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • knee pain
  • Patella Chondromalacia
  • Running
  • sport

ทำความรู้จักกับโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ (Patella Chondromalacia) หรือ Runner’s knee เป็นกลุ่มอาการปวดเสียวและเจ็บที่บริเวณหน้าเข่า หรือที่เรียกว่า Patellofemoral Pain Syndrome ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนของลูกสะบ้า อาจทำให้เกิดอาการเข่าทรุดอ่อนลงเป็นระยะ โดยโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบนี้พบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า มักเกิดในช่วงอายุ 20-40 ปี หรือในนักกีฬาที่มีการออกกำลังกายที่ผิดวิธี ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บขณะการนั่งยอง การวิ่ง การขึ้น-ลงบันได และกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีการงอเข่า (1,2)

สาเหตุ

สาเหตุการโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบมีได้หลายประการ ได้แก่ การบาดเจ็บ โดยเฉพาะการบาดเจ็บโดยตรงต่อกระดูกสะบ้า, การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางและกล้ามเนื้อรยางค์ส่วนล่าง, ความเปราะบางของกระดูกอ่อนที่เพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือภายหลังการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม เป็นต้น, ความไม่มั่นคงของกระดูกสะบ้า เช่น การเคลื่อนหรือการหลุดของลูกสะบ้าเข่า, การเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาคของกระดูก เช่น กระดูกต้นขาด้านข้างที่แบนแต่กำเนิด เป็นต้น, การวางตัวของกระดูกสะบ้าที่ผิดปกติ และอันตรายจากอาชีพ/การทำงาน เช่น นักกีฬา, ลักษณะงานที่ต้องใช้การคุกเข่าและนั่งยอง ๆ มากเกินไป เป็นต้น (1,2)

ปัจจัยเสี่ยง (2–4)

    • Age (อายุ)

วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ช่วงอายุประมาณ 20-40 ปี จะมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะนี้ ในช่วงการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อและกระดูกจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดความไม่สมดุลในระยะ

    • Muscle imbalance (กล้ามเนื้อไม่สมดุล)

เนื่องจากกล้ามเนื้อต้นขาหรือกล้ามเนื้อ Quadriceps femoris นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้กระดูกสะบ้ามั่นคงในระหว่างการเคลื่อนไหว หากมีความไม่สมดุลในความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ Quadriceps femoris อาจทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของกระดูกสะบ้าภายในร่องได้ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดแรงกดดันและการเสียดสีกับกระดูกอ่อนที่อยู่ด้านล่างมากขึ้น

    • Gender variation (เพศ)

เพศหญิงมีแนวโน้มจะเกิดโรคผิดกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบมากกว่าเพศชาย เนื่องจากโดยทั่วไปเพศหญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าเพศชาย ซึ่งอาจทำให้เกิดการวางตำแหน่งเข่าที่ผิดปกติ รวมถึงแรงกดด้านข้างบนกระดูกสะบ้าเข่ามาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการเสียดสีของกระดูกสะบ้าและกระดูกอ่อนของข้อเข่ามากขึ้น

    • Flat feet (ภาวะเท้าแบน)

การมีเท้าแบนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ เนื่องจากการที่ส่วนโค้งของเท้าลดลงเช่นเดียวกันกับเท้าแบน ทำให้ขาท่อนล่างมีการหมุนเข้าด้านในส่งผลให้แรงที่ส่งผ่านหัวเข่าเกิดการตกของแรงที่ด้านในของเข่าขณะที่เราเดินและวิ่ง ซึ่งจะทำให้กระดูกอ่อนมีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายมากขึ้น

    • Previous injury (ประวัติการบาดเจ็บในอดีต)

การมีประวัติการบาดเจ็บที่กระดูกสะบ้าในอดีต เช่น การเคลื่อนหลุด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

    • High activity level (กิจกรรมที่มีความหนัก)

ระดับกิจกรรมที่สูงหรือออกกำลังกายระดับหนักบ่อยครั้งอาจสร้างแรงกดที่มากเกินไปต่อข้อเข่า เมื่อเวลาผ่านไปการที่มีแรงกดและการบาดเจ็บซ้ำ ๆ นี้อาจนำไปสู่การสึกของกระดูกอ่อนใต้กระดูกสะบ้ามากเกินไป

    • Arthritis (โรคข้ออักเสบ)

Runner’s knee อาจเป็นอาการของโรคข้ออักเสบซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เกิดการอักเสบที่ข้อต่อและเนื้อเยื่อ การอักเสบนี้สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของกระดูกสะบ้า

การวินิจฉัยและการแบ่งระดับความรุนแรงของโรค (5,6)

โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของโรคโดยพิจารณาจากการบางลงของกระดูกอ่อน และการเปลี่ยนแปลงของกระดูกใต้กระดูกสะบ้า ซึ่งจะใช้การตรวจด้วยวิธีการส่องกล้อง หรือ X-ray หรือการทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging)

    • ระดับ 0 - ปกติ
    • ระดับ 1 - พบมีอาการเจ็บของข้อเข่า แต่โครงสร้างไม่มีการเสียหาย
    • ระดับ 2 - พื้นผิวมีการเสียหายหรือมีการทำลายที่เกี่ยวข้องกับความหนาของกระดูกอ่อนน้อยกว่า 50%
    • ระดับ 3 - พื้นผิวมีการเสียหายหรือมีการทำลายเกี่ยวกับความหนาของกระดูกอ่อนมากกว่า 50% โดยไม่มีอาการบวมน้ำของกระดูก
    • ระดับ 4 - พื้นผิวมีการเสียหายหรือมีการทำลาย/การสูญเสียกระดูกอ่อนที่มีความหนาเต็มที่พร้อมกับอาการบวมน้ำของไขกระดูก

การรักษาทางกายภาพบำบัด

    • การออกกำลังกาย (7–9)

การออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาเพื่อเสริมสร้างและฟื้นฟูความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการออกกำลังกายในช่วงสุดท้ายของการเคลื่อนไหวหรือ Inner range เนื่องจากการออกกำลังกายแบบเต็มช่วงการเคลื่อนไหวนั้นอาจทำให้กระตุ้นอาการเจ็บและอาจส่งผลให้ข้อเข่าเกิดอาการบวมได้

ท่าการออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมกล้ามเนื้อต้นขา

  1. Wall Squat

 

ขั้นตอนการออกกำลังกาย

  • เริ่มต้นด้วยการยืนโดยให้ส้นเท้าห่างจากผนังประมาณ 15 เซนติเมตร และแยกเท้าออกประมาณเท่าช่วงไหล่ กดหลังและก้นให้ชิดผนัง
  • ค่อยๆ เลื่อนสะโพกลงไปที่ผนังจนกระทั่งเข่างอเป็นมุมประมาณ 45 องศา ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที
  • ค่อย ๆ เลื่อนกลับขึ้นสู่ตำแหน่งเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือต้องไม่งอเร็วหรือลึกเกินไปเนื่องจากอาจทำให้เข่าระคายเคืองได้
  • ทำซ้ำ 3 ชุด ชุดละ 10–15 ครั้ง
  1. Quadricep Contraction

ขั้นตอนการออกกำลังกาย

  • นอนราบโดยเหยียดขาทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า รองผ้าเช็ดตัวหรือผ้าห่มที่ม้วนไว้ไว้ใต้เข่าข้างหนึ่งเพื่อให้เข่างอเล็กน้อย
  • ยกเท้าขึ้นจากพื้นเพื่อให้เข่าเหยียดตรงจนสุด
  • กดเข่าค้างไว้เป็นเวลาห้าวินาที จากนั้นผ่อนคลายกล้ามเนื้อและค่อย ๆ ลดขากลับไปสู่ตำแหน่งพัก
  • ทำซ้ำ 3 ชุด ชุดละ 10–15 ครั้ง
  1. External Hip Rotation (the Clam)

ขั้นตอนการออกกำลังกาย

  • นอนตะแคงงอเข่าโดยให้สะโพก เข่า และข้อเท้าวางซ้อนกัน
  • ข้อเท้าชิดกัน ค่อย ๆ เปิดเข่าด้านบนขึ้นค้างไว้ 5 วินาที ระวังไม่ให้ร่างกายหรือสะโพกเอนไปทางด้านหลัง
  • นำเข่าลงสู่ตำแหน่งเริ่มต้น
  • ทำซ้ำ 3 ชุด ชุดละ 10–15 ครั้ง

ท่าการออกกำลังกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อต้นขา

  1. ท่ายืดต้นขาด้านหน้า

 

ขั้นตอนการออกกำลังกาย

  • ยืนตรงโดยใช้มือยันกำแพงเพื่อป้องกันการล้ม พับขาไปทางด้านหลังและใช้มือข้างเดียวกันจับบริเวณข้อเท้า
  • ใช้แรงจากมือดึงข้อเท้าไปด้านหลังจนรู้สึกตึงบริเวณหน้าขา โดยระวังไม่ให้ตัวโน้มไปทางด้านหน้า
  • ยืดค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3 ชุด ชุดละ 10–15 ครั้ง
  1. ท่ายืดต้นขาด้านข้าง

ขั้นตอนการออกกำลังกาย

  • ยืนตรงโดยใช้มือยันกำแพงเพื่อป้องกันการล้ม ไขว้ขา 1 ข้างไปด้านหลัง
  • ทำการยืดแขนข้างเดียวกับขาข้างที่ไขว้ขึ้นและเอียงตัวไปอีกข้างจนรู้สึกตึงบริเวณลำตัวด้านข้าง
  • ยืดค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3 ชุด ชุดละ 10–15 ครั้ง
  1. ท่ายืดต้นขาด้านหลัง

 

ขั้นตอนการออกกำลังกาย

  • นั่งบนพื้นโดยให้ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง
  • เหยียดแขนออกและเอื้อมไปข้างหน้าโดยงอเอวให้มากที่สุดจนรู้สึกตึงบริเวณต้นขาด้านหลัง โดยระวังไม่ให้เข่างอ
  • ยืดค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3 ชุด ชุดละ 10–15 ครั้ง
    • การรักษาด้วยเครื่องอบให้ความร้อนลึก (Short-wave Diathermy) (7)

การรักษาด้วยเครื่องอบให้ความร้อนลึก (Short-wave Diathermy) บริเวณเข่านั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณที่ต้องการ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับกระดูกอ่อน

    • การรักษาด้วยการประคบเย็น (10)

การรักษาด้วยการประคบเย็นบริเวณเข่าอาจมีประโยชน์ในการลดความเจ็บปวดในกรณีที่เกิดการอักเสบเฉียบพลัน เพื่อให้การทำงานของข้อเข่าและความคล่องตัวเป็นปกติ และเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกายได้

    • การติดเทป (11,12)

การติดเทปกระดูกสะบ้าเพื่อให้มีแรงกระทำต่อการเคลื่อนไหวซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการเจ็บของข้อเข่าได้ได้ในระยะสั้น แต่หลักฐานในการรักษาอาจมีความแตกต่างกันไป เทคนิคที่ใช้กันทั่วไปคือ 'McConnell taping หรือ Kinesio taping'

การป้องกัน (1)

  1. จัดท่านั่ง ท่านอน ยืน เดิน ให้ถูกวิธี ไม่อยู่ในท่าพับเข่า หรืองอเข่าเกินมุม 90 องศา ที่ทำให้มีแรงกระทบและเสียดสีผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้า
  2. การฝึกฝนกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง และทำบริหารเป็นประจำ การทำบริหารแค่ 2-3 สัปดาห์ คงไม่ทำให้อาการหายไป เพราะกล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงพอ ควรต้องทำท่าบริหารต่อเนื่องมากกว่า 3 เดือนขึ้นไปถึงจะเริ่มเห็นผล โดยทำเป็นประจำทุกวัน
  3. การลดน้ำหนักให้เหมาะสมกับร่างกาย
  4. การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี มีการยืดกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังเล่นกีฬา

เรียบเรียงโดย กภ. สุภาสินี จตุรภัทร

เอกสารอ้างอิง

  1. Zheng W, Li H, Hu K, Li L, Bei M. Chondromalacia patellae: current options and emerging cell therapies. Stem Cell Res Ther. 2021 Jul 18;12:412.
  2. Habusta SF, Coffey R, Ponnarasu S, Mabrouk A, Griffin EE. Chondromalacia Patella. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 [cited 2024 Mar 4]. Available from: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK459195/
  3. He H, Liu W, Teraili A, Wang X, Wang C. Correlation between flat foot and patellar instability in adolescents and analysis of related risk factors. J Orthop Surg (Hong Kong). 2023 Jan 1;31(1):10225536231171057.
  4. Dursun M, Ozsahın M, Altun G. Prevalence of chondromalacia patella according to patella type and patellofemoral geometry: a retrospective study. Sao Paulo Med J. 140(6):755–61.
  5. Lee SH, Suh JS, Cho J, Kim SJ, Kim SJ. Evaluation of chondromalacia of the patella with axial inversion recovery–fast spin-echo imaging. J. Magn. Reson. Imaging. 2001;13(3):412–6.
  6. Kok HK, Donnellan J, Ryan D, Torreggiani WC. Correlation between subcutaneous knee fat thickness and chondromalacia patellae on magnetic resonance imaging of the knee. Can Assoc Radiol J. 2013 Aug;64(3):182–6.
  7. McCONNELL J. The Management of Chondromalacia Patellae: A Long Term Solution. Aust. J. Physiother. 1986 Jan 1;32(4):215–23.
  8. Hoglund L, Willy R, Barton C, Bolgla L, Scalzitti D, Logerstedt D, et al. Patellofemoral Pain: Clinical Practice Guidelines Linked to the International Classification of Functioning, Disability and Health From the Academy of Orthopaedic Physical Therapy of the American Physical Therapy Association. J Orthop Sports Phys Ther. 2019 Sep 1;49:CPG1–95.
  9. Laprade J, Culham E, Brouwer B. Comparison of five isometric exercises in the recruitment of the vastus medialis oblique in persons with and without patellofemoral pain syndrome. J Orthop Sports Phys Ther. 1998 Mar;27(3):197–204.
  10. The use of ice in the treatment of acute soft-tissue injury: a systematic review of randomized controlled trials - PubMed [Internet]. [cited 2024 Mar 12]. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/14754753/
  11. A systematic review of the effects of therapeutic taping on patellofemoral pain syndrome - PubMed [Internet]. [cited 2024 Mar 12]. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16404457/
  12. Derasari A, Brindle TJ, Alter KE, Sheehan FT. McConnell taping shifts the patella inferiorly in patients with patellofemoral pain: a dynamic magnetic resonance imaging study. Phys Ther. 2010 Mar;90(3):411–9.
Post Views: 18,247
Share
20

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.