mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

Myasthenia gravis คืออะไร

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • Myasthenia gravis คืออะไร

Myasthenia gravis คืออะไร

มีนาคม 10, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • myasthenia gravis
  • ระบบภูมิคุ้มกัน
  • ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
รูปที่ 1 โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด myasthenia gravis

รูปที่ 1 โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด myasthenia gravis

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด myasthenia gravis หรือเรียกสั้นๆว่า MG เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ส่งผลต่อการยับยั้งการสื่อผ่านประแสประสาทบริเวณรอยต่อระหว่างปลายประสาทกับกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) ทำให้กล้ามเนื้อกล้ามเนื้อลายขาดสัญญาณประสาทมากระตุ้นให้หดตัว เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยอาจเกิดที่กล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวลูกตาและหนังตา กล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูดและการกลืน รวมไปถึงกล้ามเนื้อใบหน้า ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจพบอาการอ่อนแรง หรือล้าง่ายที่กล้ามเนื้อรยางค์ของแขนและขา จนไปถึงกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรงเกิดเป็นภาวะหายใจลำบาก หายใจสั้นตื้น ในรายที่พบว่ามีอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วย MG จะแสดงอาการเพลียและแสดงอาการอ่อนแรงอย่างชัดเจนจากการใช้งานกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง และจะดีขึ้นหลังการพัก ทำให้อาการมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างวัน โดยมีอาการมากในช่วงเย็นหรือเมื่อผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย ถึงแม้ว่าโรคนี้จะพบได้น้อย โดยมีความชุกอยู่ที่ประมาณ 3 รายต่อประชากร 100,000 คน แต่สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในหญิงเจริญพันธุ์ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี และชายที่เริ่มมีอายุมากกว่า 50 ปี (1-3)

สาเหตุของโรค Myasthenia gravis

สาเหตุสำคัญของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG มาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่สร้างโปรตีนผิดประเภท โดยเป็นออโตแอนติบอดี (autoantibody) ที่จำเพาะต่อบริเวณรอยต่อกล้ามเนื้อร่วมประสาท ซึ่งบริเวณจะมีตัวรับชนิดอะซีทิลโคลีนแบบนิโคตินิก (nicotinic acetylcholine receptor) การไปแย่งจับของออโตแอนติบอดีกับตัวรับชนิดนี้เอง ทำให้สารสื่อประสาทอะซีทิลโคลีนจากปลายประสาทไม่สามารถเข้ามาจับกับตัวรับได้ จึงไม่เกิดสัญญาณกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัว เกิดเป็นอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ โดยหากความผิดปกตินี้มีความรุนแรงมากขึ้น อาจส่งผลไปทำลายตัวรับสารสื่อประสาทชนิดอะซีทิลโคลีนแบบนิโคตินิกอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถทำงานได้ (1) และส่งผลให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วร่างกาย ผู้ป่วยจึงมีอาการล้า หลังจากออกแรงไปได้ระยะหนึ่ง หากผู้ป่วยใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ อาจทำให้มีอาการอ่อนแรงมากขึ้น และอาการจะดีขึ้นเมื่อได้พัก ทำให้อาการจึงเป็น ๆ หาย ๆ ระหว่างวัน (Fluctuation) โดยสามารถดีขึ้นได้เองและสามารถกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ การดำเนินของโรคจะต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาการอาจจะดีขึ้น และบางรายอาการอาจจะคงอยู่หลายปีหรือตลอดไป ทั้งนี้ยังมีหลายปัจจัยร่วมที่ส่งผลกับอาการได้เช่นกัน ได้แก่ การติดเชื้อ การผ่าตัด ความร้อน ความเครียด การท้อง หรือการใช้ยา เป็นต้น (2)

อาการสำคัญของโรค Myasthenia gravis (2)

  • หนังตาตก โฟกัสภาพไม่ได้ มองเห็นภาพซ้อน
  • อ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนและขา เคลื่อนไหวลำบาก โดยเมื่อพักแล้วดีขึ้นโดยไม่มีอาการชา
  • มีอาการเหนื่อยหรือล้าง่าย
  • พูดไม่ชัด อาจมีอาการเสียงขึ้นจมูก
  • เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบาก
  • สำลักง่าย

อาการอ่อนแรงที่มักพบความผิดปกติ 85% คือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อตา (extraocular muscle weakness) 15% คือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในการพูดและการกลืน (bulbar muscle weakness) และยังสามารถเกิดอาการอ่อนแรงอย่างอื่นได้ เช่น อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อรยางค์แขนและขา (limb weakness) และในกลุ่มที่มีความรุนแรงมาก จะพบการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหายใจ (myasthenic crisis) ซึ่ง อาจทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ จึงควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน (2)

การวินิจฉัยของโรค Myasthenia gravis (1-2,5)

เนื่องจาก MG เป็นอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อลาย คล้ายกับอาการอ่อนแรงจากโรคอื่น ๆ เช่น โรคจากเส้นประสาท และเซลล์ประสาทสั่งการ โรคกล้ามเนื้ออักเสบ จึงควรตรวจร่างกายเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยแยกโรคให้ถูกต้อง เช่นการซักประวัติเกี่ยวกับการดำเนินโรค

  • การตรวจทางประสาทสรีรวิทยา เช่น การตรวจการหดตัวของกล้ามเนื้อ, การตรวจการขยายตัวของรูม่านตา ฯลฯ
  • Prostigmin test เพื่อประเมินอาการหนังตาตก (ptosis)
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจ acetylcholine receptor antibody (Ach R-Ab), Muscle specific receptor tyrosine kinase (MuSK)
  • การตรวจการนำกระแสประสาทจากเส้นประสาทและการตอบสนองของกล้ามเนื้อ (electromyogram)
  • การส่งตรวจอื่นๆเพื่อหาโรคหรือภาวะร่วมที่สามารถเกิดได้กับผู้ป่วย myasthenia gravis เช่น thyroid function test, antinuclear antibody (ANA), rheumatoid factor (RF), การเอกซเรย์ปอด, การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด

ระดับความรุนแรงของโรค (2,5) สามารถแบ่งระดับความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับคือ

  • I : มีอาการเฉพาะที่ตา (ocular sign only)
  • IIA : อาการที่ไม่รุนแรง มีอาการแขนขาอ่อนแรงไม่มาก แต่ไม่มีอาการกลืนลำบากหรืออาการพูดไม่ชัด (generalized mild muscle weakness)
  • IIB : ความรุนแรงปานกลาง มีอาการอ่อนแรงร่วมกับอาการกลืนลำบากและพูดไม่ชัด (generalized moderate muscle weakness and/or bulbar dysfunction)
  • III : มีภาวการณ์หายใจล้มเหลว (acute fulminating presentation and/or respiratory function)
  • IV : คล้ายระดับ III แต่การดำเนินโรคค่อย ๆ เป็นไป (late generalized weakness)

การรักษาทางการแพทย์ (2-4)

  • ยาที่มีฤทธิ์ลดการทำลายสารสื่อประสาทที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยลดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • สเตียรอยด์ หรือยากลุ่มอื่น ๆ ที่ลดอาการอ่อนแรงได้ ใช้ในกรณีเมื่อใช้ยากลุ่มแรกแล้วให้ผลไม่ดีพอ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่มีผลข้างเคียงที่อันตรายมากที่สุด
  • การเปลี่ยนถ่ายพลาสมา (plasmapheresis) หรือการทำ Intravenous Immunoglobulins (IVIG)
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด โดยผ่าตัดต่อมไทมัส เพื่อลดบทบาทการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่จะไปกระตุ้นสร้างออโจแอนติบอดี

การพยากรณ์ของตัวโรค

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีอัตราการเสีบชีวิตลดลงลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเปอร์เซ็นต์ในการเสียชีวิตประมาณ 50-80 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 4.47 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมักเกิดจากโรคแทรกซ้อนจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง ทำให้เกิดภาวะโรคปอดอักเสบ ตลอดจนผลข้างเคียงอื่น ๆ จากการใช้ยา (2)

การรักษาทางกายภาพบำบัด

บทบาทของนักกายภาพบำบัดในผู้ป่วยโรค myasthenia gravis จะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายตามสภาวะอาการ เช่น ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ การฝึกการทรงตัวและการเดิน การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันและคุณภาพในการใช้ชีวิต ลดอาการล้าของกล้ามเนื้อ เพิ่มคุณภาพการทำงานและความจุปอด และการขยายตัวของกะบังลม ควรออกกำลังกายในช่วงที่ร่างกายพร้อมมากที่สุด คือในช่วงตอนเช้าและช่วงหลังจากที่รับประทานยาแล้ว และข้อควรระวังในการออกกำลังกายคือการไม่ออกกำลังกายหนักมากเกินไปและควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการรักษา (5)

เรียบเรียงโดย กภ.เมธาพร มั่นคง

เอกสารอ้างอิง

  1. Hehir KM, Li Y. Diagnosis and management of myasthenia gravis. Continuum. 2022;28(6):1615-1642.
  2. Suresh AB, Asuncion RMD. Myasthenia gravis. 2022 Aug 8. In StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2022 Jan. PMID: 32644757.
  3. Alhaidar AK, Abumurad S, Soliven B, Rezania K. Current treatment of myasthenia gravis. J Clin Med. 2022;11:1597.
  4. Narayanasami P, Sanders DB, Wolfe G, Benatar M, Cea G, Evoli A, et al. International Consensus Guidance for Management of Myasthenia Gravis. Neurology. 2021;96:114-122.
  5. Corrado B, Giardulli B, Costa M. Evidence-based practice in rehabilitation of myasthenia gravis. A systematic review of the literature. J Funct Morphol. 2020;5:71.
Post Views: 58,976
Share
5

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.