DOMS ใคร ๆ ก็เป็นได้

DOMS ใคร ๆ ก็เป็นได้
คุณเคยหรือไม่
หลังจากออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา
แล้วมีอาการปวดกล้ามเนื้อ
อาการนั้น คืออะไร
มีวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอาการ อย่างไร
และเมื่อมีอาการแล้ว ทำอย่างไร
หาคำตอบได้ ในบทความนี้ครับ
ในการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาทุกครั้ง จะทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายได้รับบาดเจ็บ จากแรงยืด-หดกล้ามเนื้อ แรงกระแทก แรงปะทะ เกิดการฉีกขาดของใยกล้ามเนื้อ (3) ซึ่งผลที่ตามมาก็คืออาการปวดกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกาย (Delayed onset muscle soreness; DOMS) หรือหลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า ดอมส์ อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นสูงสุด 24-72 ชั่วโมงหลังจากการออกกำลังกาย และลดลงภายใน 96 ชั่วโมงจนถึง 7 วัน (1-3) โดยเฉพาะการออกกำลังกายครั้งแรก การออกกำลังกายอย่างหนักและหักโหมเกินไป และการออกกำลังกายแบบหดตัวของกล้ามเนื้อมีความยาวเพิ่มขึ้น (Eccentric exercise) เช่น การวิ่งลงเขา การปีนเขา เป็นต้น จะทำให้เกิด DOMS ขึ้นได้ (1-3)
กลไกการเกิด DOMS มีหลายทฤษฎีได้อธิบายกลไกการเกิด DOMS เช่น
ทฤษฎีการอักเสบ (Inflammation theory)
การออกกำลังกายทำให้เกิดการบาดเจ็บของเยื่อหุ้มเซลล์กล้ามเนื้อ (Muscle membrane) เกิดการหลั่งสาร Prostaglandin E2 (PGE2) ที่ทำให้เกิดอาการปวด และ Leukotrienes ดึงดูด Neutrophils มาบริเวณที่บาดเจ็บ ให้สร้างสารอนุมูลอิสระ (Free radicals) ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเยื่อหุ้มเซลล์กล้ามเนื้อ และเกิดการบวม (Swelling) ของกล้ามเนื้อจากการเคลื่อนไหวของเซลล์และของเหลว เพิ่มแรงดันภายในกล้ามเนื้อ (Intramuscular pressure) ซึ่งส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบ (1-2) ดังรูปที่ 1
รูปที่ 1 แสดงแผนผังทฤษฎีการอักเสบ (Inflammation theory) (2)
ทฤษฎีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue injury theory)
การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ทำหน้าที่เป็นปลอกหุ้มเส้นใยกล้ามเนื้อ เป็นผลมาจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมัดลึก ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณดังกล่าวเกิดการบาดเจ็บตาม ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของโปรตีน ซึ่งทำให้เกิด DOMS ได้ (1)
ทฤษฎีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Muscle injury theory)
การฉีกขาดของเส้นใยเล็ก ๆ ในกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วหลังจากการออกกำลังกาย เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ส่งผลให้เกิดอาการปวดตามมา จึงเป็นลักษณะของ DOMS ในที่สุด (1)
ทฤษฎีการเกร็งของกล้ามเนื้อ (Muscle spasm theory)
การออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดการเกร็งไปกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดตะคริวและการขาดเลือดของกล้ามเนื้อ (1)
ทฤษฎีการไหลของเอนไซม์ (Enzyme outflow theory)
แนวคิดนี้ตั้งสมมติฐานว่า การสะสมของสาร Histamine, Bradykinin และวิตามิน K ภายในเซลล์เพิ่มขึ้น ทำให้การซึมผ่านของผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกของ DOMS (1)
อาการและอาการแสดงของ DOMS (1-3)
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง (Decreased muscle strength)
- ปวดกล้ามเนื้อ (Pain)
- มีจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ (Muscle tenderness)
- ตึงแข็ง จำกัดการเคลื่อนไหว (Stiffness/Decreased range of motion)
- บวม (Swelling)
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง จะพบอาการสูงสุด 48 ชั่วโมงหลังจากออกกำลังกาย และกลับสู่ปกติ โดยใช้เวลามากกว่า 5 วัน อาการปวดกล้ามเนื้อและมีจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ พบอาการ 1-3 วันหลังจากออกกำลังกาย ลดลงภายในประมาณ 7 วัน ส่วนอาการตึงแข็ง จำกัดการเคลื่อนไหวและบวม พบอาการ 3-4 วันหลังจากออกกำลังกาย ลดลงภายในประมาณ 10 วัน ซึ่งอาการต่าง ๆ เหล่านี้ อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด หรือเกิดขึ้นบางอาการได้ (1-2)
การป้องกันและการรักษาอาการ DOMS
การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) ก่อนออกกำลังกาย (Warm up) และหลังการออกกำลังกาย (Cool down) ให้มีความเหมาะสม (1-4) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บได้ โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย มีการศึกษาพบว่า การยืดเหยียดแบบมีการเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ (Dynamic stretching) ช่วยทำให้ลดอาการ DOMS ได้ ซึ่งเป็นวิธีการยืดที่เกิดจากกล้ามเนื้อหด-คลายตัวสลับกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้อทำงานประสานสัมพันธ์กัน ช่วยไม่ให้ประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อลดลง พร้อมสำหรับการออกกำลังกาย (1,2,4)
อีกหนึ่งการป้องกันอาการ DOMS คือการค่อย ๆ เพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมจนเกินไป (3) และในการป้องกันในระยะยาว คือการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อดียิ่งขึ้น
สำหรับการรักษาอาการ DOMS มีหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา การรักษาด้วยสารอาหาร การรักษาด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric oxygen medical therapy; HBOT) และการรักษาด้วยกายภาพบำบัด โดยการรักษาด้วยความเย็น การนวด การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดต่าง ๆ เช่น การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (Electrical stimulation; ES) การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Therapeutic ultrasound; US) ฯลฯ (1-3)
ในบทความนี้จะกล่าวถึงการรักษาทางกายภาพบำบัดโดยการใช้ความเย็น ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การใช้น้ำเย็น และการนวดด้วยน้ำแข็ง อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา ใช้เวลา 15 นาที หลังออกกำลังกายร่วมกับการกด (Compression) จะทำให้หลอดเลือดบริเวณดังกล่าวหดตัว และหลังจากนั้น 4-6 นาที จะทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น เพื่อกำจัดของเสีย ช่วยลดอาการปวด บวม ลดการอักเสบจากการออกกำลังกาย และทำให้เวลาการฟื้นคืนสู่สภาพปกติได้เร็ว (1,2,5)
อาการ DOMS มักจะเกิดขึ้นหลังจากการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬา ไม่ว่าจะหนักหรือเบา ซึ่งไม่สามารถป้องกัน แต่สามารถลดอาการที่เกิดขึ้นได้
เรียบเรียงโดย กภ.พงศธร ปาลี
เอกสารอ้างอิง
- Veqar Z, Kalra R. Causes and management of delayed onset muscle soreness: A review. J Elixir Human Physio. 2013;55:13205-11.
- Connolly DA, Sayers SP, McHugh MP. Treatment and prevention of delayed onset muscle soreness. J Strength Cond Res. 2003;17(1):197-208.
- Mizumura K, Taguchi T. Delayed onset muscle soreness: Involvement of neurotrophic factors. J Physiol Sci. 2016;66(1):43-52.
- Kay AD, Richmond D, Talbot C, Mina M, Baross AW, Blazevich AJ. Stretching of active muscle elicits chronic changes in multiple strain risk factors. Med Sci Sports Exerc. 2016;48(7):1388-96.
- Adamczyk JG, Krasowska I, Boguszewski D, Reaburn P. The use of thermal imaging to assess the effectiveness of ice massage and cold-water immersion as methods for supporting post-exercise recovery. J Therm Biol. 2016;60:20-5.




