mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การออกกำลังกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาว่ายน้ำ

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาว่ายน้ำ

การออกกำลังกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาว่ายน้ำ

พฤษภาคม 26, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • balance exercise
  • pain management
  • strengthening exercise
  • Swimming exercise

การออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาในปัจจุบันเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในสังคมยุคใหม่ ที่เป็นสังคมคนรักสุขภาพ เนื่องจากมีความหลากหลายทั้งด้านชนิดกีฬา, ด้านสถานที่ที่สามารถออกกำลังกายได้ทั้งในร่ม หรือกลางแจ้ง รวมไปถึงกีฬาที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมในการออกกำลังกาย เช่น ฟุตบอล (football) บาสเกตบอล (basketball) แบตมินตัน (badminton) เป็นต้น หรือกีฬาที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกาย เช่น ยิมนาสติก (gymnastics) หรือว่ายน้ำ (swimming) ซึ่งกีฬาว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ทุกส่วนในร่างกายในการออกกำลังกาย ทั้งกล้ามเนื้อแขน ขา หลัง และลำตัวทำงานสอดคล้องกัน โดยประโยชน์กีฬาว่ายน้ำมีหลายด้าน (1,2) ได้แก่

  1. ช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อของร่างกาย เนื่องจากในน้ำมีแรงต้านทานมากกว่าในอากาศ ทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนจำเป็นต้องออกแรงมากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงขึ้น และเกิดการเผาผลาญไขมันส่วนเกินของร่างกาย ทำให้ควบคุมภาวะน้ำหนักตัวได้
  2. กีฬาว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ (low-impact exercise) ซึ่งทำให้ไม่เกิดแรงกระทำต่อข้อต่อ (joint) ที่มากเกินไป เหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีปัญหาอาการปวดตามข้อต่อ (joint pain) เช่น ผู้สูงอายุ, โรคข้อเข่าเสื่อม (knee osteoarthritis), ผู้ที่เปลี่ยนข้อเข่า หรือข้อสะโพกเทียม (knee or hip arthroplasty)
  3. กีฬาว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ขยับทุกส่วนของร่างกาย ช่วยบริหารข้อต่อให้เคลื่อนไหวมากขึ้น และช่วยป้องกันเยื่อหุ้มข้อต่อ (joint capsule) ยึดรั้ง
  4. เพิ่มการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือด (cardiovascular fitness) การว่ายน้ำทำให้ประสิทธิภาพในการขนส่งเลือด และแก๊สออกซิเจนผ่านหลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนของร่างกายมากขึ้น ทั้งนี้ยังช่วยเพิ่มทักษะในการทำงานของระบบทางเดินหายใจ (respiratory system) ทำให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น
  5. ช่วยฝึกทักษะการควบคุมทรงท่า (balance) ของร่างกาย เนื่องจากจำเป็นต้องควบคุมลำตัวให้อยู่นิ่งขณะว่ายน้ำ ทำให้สามารถป้องกันการเสี่ยงล้ม หรืออุบัติเหตุขณะใช้งานในชีวิตประจำวันได้

ในทางกลับกันแม้ว่ากีฬาว่ายน้ำจะเป็นการออกกำลังกายที่แรงกระแทกต่ำ ไม่มีแรงกระทำต่อข้อต่อ แต่อาจจะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ ถ้าหากมีทักษะสำหรับการใช้แขน หรือขาในการว่ายน้ำที่ไม่ถูกต้อง การพักผ่อนหลังจากทำการออกกำลังกายได้ไม่เพียงพอ การไม่ได้อบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย หรือการไม่ได้คูลดาวน์หลังการออกกำลังกาย ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ การเพิ่มระยะทาง หรือความเร็วในการว่ายน้ำมากเกินความสามารถของตนเอง ปัจจัยเหล่านี้มักทำให้เกิดอาการปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ (3,4) ได้แก่

  1. อาการปวดข้อไหล่ (shoulder pain) มักเป็นอาการที่มักพบได้บ่อยในกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งเกิดจากการใช้งานแขนเหนือศีรษะซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณรอบข้อไหล่ได้ เช่น การบาดเจ็บของมัดกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ (muscle strain), เอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่อักเสบ (rotator cuff tendinitis), ภาวะกดเบียดข้อไหล่ด้านหน้า (shoulder impingement syndrome) ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากเทคนิคในการใช้แขนในการว่ายน้ำได้ไม่ดีพอ, ภาวะไม่สมดุลของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ (muscle imbalance)
  2. อาการปวดหลังส่วนล่าง (lower back pain) เนื่องมาจากภาวะที่หลังแอ่นมากเกินไปขณะว่ายน้ำ เช่น การว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ (free style) หรือท่าผีเสื้อ (butterfly) จะทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัว และข้อต่อบริเวณกระดูกสันหลังยึดรั้งมากจนเกินไป ร่วมกับปัญหาบุคลิกภาพอยู่ในท่าก้มหลัง หรือหลังงอมาด้านหน้า และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscles) แข็งแรงไม่มากพอ เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมา
  3. อาการปวดต้นคอ (neck pain) มักเกิดจากการขาดทักษะในการหันคอขึ้นมาหายใจเหนือน้ำ หรือการเกร็งคอขณะที่ทำการว่ายน้ำท่ากรรเชียง (backstroke) ร่วมกับภาวะไม่สมดุลของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ จะทำให้เกิดอาการปวดบริเวณต้นคอ บ่า และสะบักได้
  4. อาการปวดข้อเข่า (knee pain) อาจเกิดจากทักษะการใช้ขาในการว่ายน้ำ เช่น การว่ายน้ำท่ากบ (breaststroke) ที่ใช้ต้นขา และขาท่อนล่างดันน้ำส่งลำตัวไปด้านหน้า หากความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก หรือกล้ามเนื้อเหยียดเข่าไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บลูกสะบ้าบริเวณข้อเข่า (patellofemoral pain syndrome) หรือภาวะต้นขาด้านนอกเกร็งตัว (iliotibial band syndrome) ตามมาได้

การออกกำลังกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬาว่ายน้ำ (5-7)

  1. การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (squat exercise) (รูปที่ 1)
    • ท่าเริ่มต้นให้ยืนกางขาระดับเดียวกับหัวไหล่ มือประสานกันไว้กึ่งกลางหน้าอก
    • จากนั้นโน้มลำตัวส่วนบนไปทางด้านหน้า พร้อมแอ่นสะโพกไปทางด้านหลัง ถ่ายน้ำหนักบริเวณเชิงกรานไปทางด้านหลัง (คล้ายกับการนั่งเก้าอี้) และงอเข่างอสะโพกโดยระวังไม่ให้ระดับข้อเข่าเลยระดับปลายเท้า ทำค้างไว้ 5 ถึง 10 วินาที/ครั้ง ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 3 รอบ/วัน
    • ขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความเมื่อยล้า หรือเกร็งตัวจากการออกแรงของกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (gluteus maximus muscle) หรือต้นขาด้านหน้าได้เล็กน้อย และระวังไม่ให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างขณะออกกำลังกาย
รูปที่ 1 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (squat exercise) ตามลำดับ

รูปที่ 1 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (squat exercise) ตามลำดับ

  1. การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวของหลังส่วนล่าง (lumbar core stabilizer exercise) โดยออกกำลังกายท่าแพลงก์ (semi-plank exercise) (รูปที่ 2)
    • ท่าเริ่มต้น ให้ท่านนอนคว่ำบนเตียง ชันข้อศอกงอทำมุม 90 องศา ทั้งสองข้างไว้ที่เตียง
    • จากนั้น ให้ออกแรงดันลำตัวขึ้นพ้นจากเตียง ให้ลำตัววางขนานกับพื้น โดยงอเข่าทั้งสองข้างราบไปกับพื้น พร้อมเกร็งแขม่วท้อง เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหน้าท้องชั้นลึก (transversus abdominis muscle) ทำงาน โดยทำท่าค้างไว้ 30 วินาที ถึง 1 นาที/ครั้ง ทำซ้ำ 3 รอบ/วัน
    • ขณะทำท่าออกกำลังกาย ให้ทำโดยไม่มีอาการปวด, การสั่นของลำตัว และระมัดระวังไม่ให้เกิดการเกร็งบริเวณคอ, สะบัก หรือท่อนแขน
รูปที่ 2 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ท่าแพลงก์ (semi-plank exercise) ตามลำดับ

รูปที่ 2 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ท่าแพลงก์ (semi-plank exercise) ตามลำดับ

  1. การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะบักด้านหลังส่วนล่าง (strengthening exercise of lower trapezius muscle) (รูปที่ 3)
    • ท่าเริ่มต้นให้ตั้งคลานบนเตียง โดยที่ระดับข้อสะโพกตรงกับระดับข้อเข่า ระดับข้อไหล่ตรงกับข้อมือ พร้อมทั้งระดับของหลัง และคอขนานกับพื้นเตียง แขม่วหน้าท้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้หลังแอ่น
    • จากนั้นยกแขนข้างที่ต้องการออกกำลังกายขึ้น เกร็งบริเวณกล้ามเนื้อสะบัก โดยที่ข้อศอกเหยียดตรง นิ้วหัวแม่มือชี้ขึ้นด้านบน และระมัดระวังไม่ให้ลำตัวบิดหมุนเนื่องจากอาจจะทำให้ปวดหลังได้ ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที/ครั้ง ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ จากนั้นทำซ้ำในแขนอีกข้างนึง ทำทั้งหมด 3 รอบ/วัน
    • ขณะทำท่าออกกำลังกาย ให้ทำโดยไม่มีอาการปวด, การสั่น หรือบิดหมุนของลำตัว และระมัดระวังไม่ให้เกิดการเกร็งบริเวณคอ, บ่า หรือท่อนแขน
รูปที่ 3 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะบักด้านหลังส่วนล่าง (strengthening exercise of lower trapezius muscle) ตามลำดับ

รูปที่ 3 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะบักด้านหลังส่วนล่าง (strengthening exercise of lower trapezius muscle) ตามลำดับ

  1. การออกกำลังกายเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (wall biceps stretching exercises) เพื่อยืดคลายกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า กล้ามเนื้องอข้อไหล่ (biceps brachii muscle) รวมไปถึงกลุ่มกล้ามเนื้อหุบแขนเข้าด้านในลำตัว (pectoralis muscles) (รูปที่ 4)
    • ท่าเริ่มต้นให้ท่านยืนข้างกำแพง จากนั้นกางแขนฝั่งที่อยู่ข้างกำแพงขึ้นประมาณ 90 องศา ศอกเหยียดตรง พร้อมนำมือวางแนบกำแพง (นิ้วมือทั้ง 4 นิ้วชี้ขึ้นด้านบน) สายตามองตรงไปข้างหน้า ขากางออกจากกันเล็กน้อย
    • จากนั้นทำการหมุนลำตัวพร้อมศีรษะไปยังฝั่งตรงข้ามกับกำแพง ก้าวขาข้างเดียวกับแขนที่ถูกยืดกล้ามเนื้อมาด้านหน้าเล็กน้อย ค้างไว้ 15 ถึง 20 วินาที/ครั้ง ทำซ้ำ 3ครั้ง/รอบ จากนั้นทำซ้ำในแขนอีกข้างนึง ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน
    • โดยขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความตึงตัวบริเวณกล้ามเนื้ออกด้านหน้าไปจนถึงบริเวณฝ่ามือ และระมัดระวังการยืดกล้ามเนื้อด้วยแรงตึงมากจนเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือมีอาการชาที่บริเวณฝ่ามือได้
รูปที่ 4 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (wall biceps stretching exercises) ตามลำดับ

รูปที่ 4 แสดงท่าเริ่มต้น และท่าออกกำลังกายเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (wall biceps stretching exercises) ตามลำดับ

เรียบเรียงโดย กภ. บุริศร์ ผาสุกสมิต

เอกสารอ้างอิง

  1. Lazar JM, Khanna N, Chesler R, et al. Swimming and the heart. Int. J. Cardiol. 2013 Sep 20;168(1):19-26.
  2. Alkatan M, Baker JR, Machin DR, et al. Improved function and reduced pain after swimming and cycling training in patients with osteoarthritis. J. Rheumatol. 2016 Mar 1;43(3):666-72.
  3. Barry L, Lyons M, McCreesh K, et al. The relationship between training load and pain, injury and illness in competitive swimming: A systematic review. Phys. Ther. Sport. 2021 Mar 1;48:154-68.
  4. Du T, Narita I, Yanai T. Three-dimensional torso motion in tethered front crawl stroke and its implications on low back pain. J. Appl. Biomech. 2016 Feb 1;32(1):50-8.
  5. Smith N, Hotze R, Tate AR. A novel rehabilitation program using neuromuscular electrical stimulation (NMES) and taping for shoulder pain in swimmers: a protocol and case example. Int. J. Sports Phys. Ther. 2021;16(2):579.
  6. Weston M, Hibbs AE, Thompson KG, Spears IR. Isolated core training improves sprint performance in national-level junior swimmers. Int. J. Sports Physiol. Perform. 2015 Mar 1;10(2):204-10.
  7. Patil D, Salian SC, Yardi S. The effect of core strengthening on performance of young competitive swimmers. Int. J. Sci. Res. 2014;3(6):2470-7.
  8.  
Post Views: 7,821
Share
4

Related posts

เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more
มีนาคม 31, 2026

เรียนรู้เรื่อง “เจ็บปวด” ตอนที่ 3 PRICE, POLICE, PEACE&LOVE


Read more
มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.