อยากวิ่งเร็วขึ้นมาฝึกกล้ามเนื้อสะโพกกัน

ในปัจจุบันการวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยจากผลสำรวจรายการวิ่งมาราธอนในปี 2013 พบว่าผู้ที่วิ่งจบจากการแข่งขันทุกรายการมีจำนวนถึง 19 ล้านคน และมีเส้นทางการวิ่งสูงถึง 2,300 เส้นทาง (1) เป็นข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าการออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งรู้หรือไม่ว่าการวิ่งช่วยทำให้อายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้นถึง 3 ปี (2) สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (3) มากไปกว่านั้นการออกกำลังกายด้วยการวิ่งก็ส่งผลต่อเรื่องของจิตและอารมณ์ให้ดีขึ้นด้วย (4) ถือได้ว่าการออกกำลังกายด้วยการวิ่งสามารถช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มวิ่งหรือกำลังวิ่งอยู่เป็นประจำ มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนอยากให้การวิ่งดีขึ้น มีความเร็วมากขึ้น และมีระยะเวลาที่สั้นลง ในบทความนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการบริหารกล้ามเนื้อเพื่อให้การวิ่งของเรามีความเร็วที่เพิ่มขึ้น จะเป็นกล้ามเนื้อมัดไหนบ้างตามมาเลยครับ
เมื่อพูดถึงกล้ามเนื้อที่ใช้สำหรับการวิ่งเราจะเริ่มต้นพิจารณาที่กล้ามเนื้อส่วนลำตัวลงไปที่กล้ามเนื้อขาจนถึงข้อเท้า เนื่องจากการวิ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ระยางค์ส่วนล่างโดยอาศัยความมั่นคงจากลำตัว โดยธรรมชาติการวิ่งก็เปรียบเสมือนการเดินที่มีความเร็วมากขึ้นดังนั้นกล้ามเนื้อจะต้องมีการทำงานมากกว่าปกติ โดยจะมีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากขึ้น การสร้างแรงบิดมาก ๆ จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้การวิ่งมีความเร็วมากขึ้น (5) เปรียบเสมือนรถยนต์ที่มีขนาดแรงบิดของเครื่องยนต์สูง ๆ จะสามารถสร้างอัตราเร่งได้ดีและทำให้ความเร็วสูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เมื่อพิจารณาแรงบิดทีเกิดขึ้นในร่างกายจึงโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อ การก้าวขาที่ยาวขึ้นจะช่วยให้ได้ระยะที่มากขึ้น ดังนั้นเมื่อร่างกายสามารถก้าวขาหรือซอยเท้าได้เร็วและก้าวได้กว้างขึ้นจึงทำให้อัตราเร่งในการวิ่งสูงขึ้น การศึกษาล่าสุดพบว่าในกลุ่มนักวิ่งระยะ 100 เมตรที่ทำเวลาได้ดีที่สุดมีขนาดกล้ามเนื้องอและเหยียดสะโพกใหญ่กว่าในกลุ่มนักวิ่งระยะ 100 เมตรที่วิ่งช้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (1)
ทำไมกลุ่มนักวิ่งที่ทำเวลาได้ดีที่สุดจึงมีขนาดกล้ามเนื้องอและเหยียดสะโพกใหญ่กว่า โดยหลักการแล้วเมื่อกล้ามเนื้องอสะโพกมีความสามารถในการงอมากขึ้น นั้นแปลได้ว่าผู้วิ่งสามารถก้าวขาไปด้านหน้าในช่วงขาที่กว้างและเร็วขึ้น ในขณะที่กล้ามเนื้อเหยียดสะโพกมีส่วนช่วยให้ความเร็ว อัตราเร่งและความถี่ในการก้าวสูงขึ้นจากการทำหน้าที่ช่วยลดความเร็วในช่วงท้ายของการก้าวขาไปด้านหน้าจากการงอสะโพกเพื่อดึงข้อสะโพกไปในทิศทางเหยียด และยังมีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับลำตัว จึงเป็นผลสืบเนื่องให้การก้าวขาทั้ง 2 ด้านเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วถ้าใครอยากวิ่งได้เร็วขึ้น ตามมาออกกำลังกายกล้ามเนื้องอและเหยียดสะโพกกัน มีด้วยกัน 6 ท่า โดยเริ่มจากท่าง่ายไปท่ายาก ดังต่อไปนี้
1.ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้องอสะโพกแบบง่าย

รูปที่ 1 ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้องอสะโพกแบบง่าย
ท่าเริ่มต้น : ยืนกางขา 2 ข้างระดับหัวไหล่
ท่าออกกำลังกาย : งอสะโพกขึ้น 90-100 องศา ทำ 10-20 ครั้ง/เซต (หรือจำนวนครั้งที่สามารถทำได้จนเมื่อย) จำนวน 3 เซต (ในขณะงอสะโพกควรแขม่วหน้าท้องร่วมด้วยให้ลำตัวตั้งตรงเพื่อให้กล้ามเนื้องอสะโพกทำงานได้เต็มที่)
2.ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้องอสะโพก (มีแรงต้าน)

รูปที่ 2 ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้องอสะโพก (มีแรงต้าน)
ท่าเริ่มต้น : อยู่ในท่ายืน ใช้ยางยืดเป็นตัวช่วยเพิ่มแรงต้านในการออกกำลังกาย ผูกบริเวณข้อเท้า
ท่าออกกำลังกาย : งอสะโพกขึ้น 90-100 องศา ค้าง 3 วินาที จำนวน 10 ครั้ง/เซต ทำ 3 เซต โดยขาด้านตรงข้ามไม่ขยับ (ขณะทำอาจยกแขนฝั่งตรงข้ามขึ้นช่วยเพื่อปรับสมดุลแรงต้านที่เกิดขึ้นซึ่งจะคล้ายกับการแกว่งแขนในขณะที่วิ่ง)
3.ท่ายกสะโพกสูง (High knee)

รูปที่ 3 ท่ายกสะโพกสูง (High knee)
ท่าเริ่มต้น : อยู่ในท่ายืนกางขา 2 ข้างระดับหัวไหล่ งอศอก 2 ข้างที่ระดับ 90 องศา คว่ำมือ 2 ข้าง
ท่าออกกำลังกาย : งอสะโพกขึ้นถึงระดับฝ่ามือข้างเดียวกับข้างที่ยก ทำสลับ ซ้าย-ขวา โดยนับเป็นจังหวะ หนึ่งและสองและสามและสี่ จำนวน 30 ครั้ง/เซต ทำ 3 เซต (สามารถเพิ่มความเร็วในการยกขาได้ และในขณะงอสะโพกควรแขม่วหน้าท้องร่วมด้วยให้ลำตัวตั้งตรงเพื่อให้กล้ามเนื้องอสะโพกทำงานได้เต็มที่)
4.ท่าเพิ่มความแข็งกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก

รูปที่ 4 ท่าเพิ่มความแข็งกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก
ท่าเริ่มต้น : อยู่ในท่านอนคว่ำ มีหมอนรองท้องบริเวณสะดือ ชันศอก 2 ด้านขึ้น
ท่าออกกำลังกาย : เหยียดสะโพกขึ้นในท่าเข่าเหยียดตรง โดยเท้าลอยสูงจากพื้นในระดับที่หลังส่วนล่างไม่แอ่นเพิ่มขึ้น ค้าง 3 วินาที ทำ 20 ครั้ง/เซต (หรือจำนวนครั้งที่สามารถทำได้จนเมื่อย) จำนวน 3 เซต ทำทั้ง 2 ข้าง (โฟกัสที่กล้ามเนื้อสะโพกด้านหลังโดยหลังส่วนล่างไม่เกร็ง)
5.ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (Sumo squat)

รูปที่ 5 ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (Sumo squat)
ท่าเริ่มต้น : กางขา 2 ข้างให้มากกว่าระดับไหล่ 2 ข้าง (เพื่อให้กล้ามเนื้อเหยียดสะโพกทำงานเต็มที่)
ท่าออกกำลังกาย : ย่อเข่า 2 ข้างลง ประมาณ 90 องศา โดยขยับสะโพกไปด้านหลังไม่ให้เข่า 2 ข้างเลยปลายเท้า ค้าง 3 วินาที ทำ 10-20 ครั้ง/เซต (หรือจำนวนครั้งที่สามารถทำได้จนเมื่อย) จำนวน 3 เซต
6.ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (Forward lunge)

รูปที่ 6 ท่าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก (Forward lunge)
ท่าเริ่มต้น : อยู่ในท่ายืน กางขา 2 ด้านเท่ากับระดับไหล่
ท่าออกกำลังกาย : ก้าวขาไปด้านหน้าและย่อขาทั้ง 2 ด้านลง จากนั้นก้าวขาอีกข้างไปด้านหน้าต่อ และย่อขาลง โดยระหว่างย่อขาควรระวังไม่ให้เข่าทั้ง 2 ด้านบิดเข้าหรือบิดออก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่เข่า ทำ 10-20 ก้าว/เซต (หรือจำนวนก้าวที่สามารถทำได้จนเมื่อย) จำนวน 3 เซต
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วถ้าใครอยากวิ่งได้เร็วขึ้น ควรหันมาฝึกเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้องอและเหยียดสะโพกกันนะครับ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ในบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังศึกษาหาข้อมูลในการวิ่ง
เรียบเรียงโดย กภ.เดชวิน หลายศิริเรืองไร
เอกสารอ้างอิง
- Tottori N, Suga T, Miyake Y, Tsuchikane R, Tanaka T, Terada M, et al. Trunk and lower limb muscularity in sprinters: what are the specific muscles for superior sprint performance?. BMC Res Notes. 2021;14(1):1-6.
- Lee DC, Brellenthin, AG, Thompson PD, Sui X, Lee IM, Lavie, CJ. Running as a key lifestyle medicine for longevity. Prog Cardiovasc Dis. 2017;60(1):45-55.
- Chakravarty EF, Hubert HB, Lingala, VB, Fries JF. Reduced disability and mortality among aging runners: a 21-year longitudinal study. Arch Intern Med. 2008;168(15);1638-1646.
- Schmitt A, Upadhyay N, Martin J A, Rojas S, Strüder, HK, Boecker H. Modulation of distinct intrinsic resting state brain networks by acute exercise bouts of differing intensity. Brain Plast. 2019;5(1):39-55.
- Novacheck TF. The biomechanics of running. Gait Posture. 1998;7(1):77-95.




