Guillain barre syndrome


โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม (Guillain-Barré Syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบเฉียบพลันที่เส้นประสาทส่วนปลายโดยไม่เกิดความเสียหายต่อสมองหรือไขสันหลัง จากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ส่งผลให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออย่างเฉียบพลัน เมื่อเป็นแล้วอาการสามารถรุนแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนเป็นอัมพาตได้ และอาจส่งผลให้เกิดความพิการซึ่งยังไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของกลไกการเกิดโรค (1-2)
สาเหตุ
เป็นโรคที่มีการอักเสบของปลอกหุ้มของเส้นประสาทอย่างเฉียบพลัน โดยสาเหตุเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ และเกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านแอนติเจนจากภายนอก ทำให้เกิดการทำลายของปลอกหุ้มเส้นประสาท ส่งผลให้อวัยวะที่ถูกเลี้ยงโดยเส้นประสาทเหล่านั้นสูญเสียหน้าที่การทำงานไป และไม่สามารถส่งกระแสประสาทได้ตามปกติ มักเกิดภายหลังการการติดเชื้อ การผ่าตัด หรือฉีดวัคซีน เป็นต้น (2)
ความชุก
มีโอกาสพบได้น้อย ความชุกของการเกิดโรคร้อยละ 1 - 1.8 ใน 100,000 คน สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย และอัตราการเกิดโรคจะเพิ่มขึ้น 20% ทุก ๆ 10 ปี หลังจากอายุ 10 ปี เป็นต้นไป แต่จะพบได้บ่อยในกลุ่มคนอายุในช่วง 15 - 35 ปี และ 50 - 75 ปี และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่า และมักพบในช่วงหน้าฝน (1-2)
อาการแสดง
มักมีอาการอ่อนแรงจากน้อยไปมาก โดยอาการแสดงที่สามารถพบ มีดังนี้ (2-3)
- การรับความรู้สึกที่แปลกไป ชาลักษณะซ่า ๆ ปวดแสบปวดร้อน สูญเสียการรับความรู้สึกและอุณหภูมิ (Peripheral sensory loss)
- ชาหนาบริเวณปลายมือและปลายเท้าเหมือนสวมถุงมือหรือถุงเท้าตลอดเวลา
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน เริ่มจากส่วนขาลามไปถึงบริเวณกล้ามเนื้อลำตัวและส่วนแขน ส่งผลให้การทรงตัวได้ไม่ดี เดินเซ ไม่สามารถเดินหรือขึ้น-ลงบันไดได้ หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด
- ปวดกล้ามเนื้อมัดที่อ่อนแรง ปวดตามร่างกาย ปวดมากเวลามีการเคลื่อนไหว และอาการจะเป็นมากขึ้นเวลากลางคืน (Neuropathic pain)
- กลืนลำบาก เคี้ยวอาหารไม่ได้
- หายใจไม่สะดวก หรือไม่สามารถหายใจได้ด้วยตนเอง
- มีปัญหาด้านการมองเห็น (Ophthalmoparesis) มองเห็นภาพซ้อน (Double vision) หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวลูกตาไปในทิศทางต่าง ๆ ได้
- กล้ามเนื้อฝ่อลีบ (Muscle atrophy)
- บางรายอาจมีความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ ส่งผลให้มีชีพจรเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrthythmia) ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
- ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระได้
ประเภทของโรค Guillain-Barré Syndrome (1,4-5)
- Acute inflammatory demyelinating polyradiculoneuropathy (AIPD) เป็นประเภทที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด โดยเกิดจากการอักเสบเฉียบพลันของเส้นประสาทหลายเส้นแบบทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาทไมอิลิน อาการโดยทั่วไปเริ่มจากมีอาการอ่อนแรงทั่ว ๆ ร่างกาย และลุกลามขึ้นไปยังรยางค์แขน และใบหน้า
- Miller fisher syndrome (MFS) เป็นกลุ่มอาการหนึ่งของโรค โดยอาการประกอบไปด้วยกลุ่มกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต (Ophthalmoplegia) เดินเซ (Ataxia) และปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติหายไป (Areflexia)
- Acute motor axonal neuropathy (AMAN) แล acute motor-sensory axonal neuropathy (AMSAN) เป็นชนิดที่มักพบในคนจีน ญี่ปุ่น และเม็กซิกันเป็นส่วนใหญ่ โดยมีพยาธิสภาพที่บริเวณเส้นใยประสาทของเซลล์ประสาทสั่งการ
การวินิจฉัย (1,4)
- อาการทางคลินิก: มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนและขาแบบสมมาตร มีความผิดปกติของการรับความรู้สึก รวมถึงเสียความรู้สึกเจ็บปวดและเสียการรับความรู้สึกภายในข้อต่อ
- การตรวจน้ำไขสันหลัง (Spinal tap หรือ Lumbar puncture) โดยลักษณะของน้ำไขสันหลังมักจะมีโปรตีนสูงและเซลล์ต่ำ
- การตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (Electromyography: EMG) เพื่อช่วยประกอบการวินิจฉัยว่าอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นมีพยาธิสภาพจากระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อหรือไม่
- การตรวจการชักนำประสาท (Nerve Conduction Tests) เพื่อทดสอบการตอบสนองของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ
- การตรวจทางพยาธิวิทยา
การรักษาทางการแพทย์
ในช่วงแรก แพทย์จะทำการรักษาผู้ป่วยในหน่วยดูแลรักษาผู้ป่วยหนัก (Intensive Care Unit; ICU) และให้การรักษาด้วยการฉีดอิมมูโนโกลบูลินชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous immunoglobulin: IVIG) ซึ่งจะช่วยยับยั้งการทำงานของแอนติบอดีที่ผิดปกติ หรือการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา (Plasma exchange) โดยการถ่ายเลือดออกจากร่างกายผู้ป่วยและแยกแอนติบอดีที่ผิดปกติออกจากเลือด จากนั้นนำเลือดที่ไม่มีแอนติบอดีที่ผิดปกติกลับเข้าสู่ร่างกายตามเดิม (2-4) การรักษาเพื่อลดอาการปวด การรักษาเพื่อช่วยเรื่องการหายใจโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจ การให้อาหารโดยการใส่สายอาหาร รวมถึงการทำกายภาพบำบัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการจะดีขึ้นภายใน 2 - 4 สัปดาห์ แต่อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายนานถึง 6 เดือน หรือบางรายอาจใช้เวลามากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยภายหลังการรักษา ผู้ป่วยสามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินหรือต้องมีคนช่วย (3-4) ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนของทางระบบหายใจหรือความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติอย่างรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้ (4)
การรักษาทางกายภาพบำบัด
การออกกำลังกายนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยตั้งแต่ระยะที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จนถึงภายหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล วัตถุประสงค์ของการรักษาทางกายภาพบำบัดมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวให้ได้มากที่สุด โดยการออกกำลังกายในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการล้า เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการล้าของกล้ามเนื้อได้ง่าย ในช่วงแรกของการอักเสบ วัตถุประสงค์ของการรักษามุ่งเน้นเพื่อช่วยลดอาการปวด รวมถึงการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น กล้ามเนื้อฝ่อลีบ ข้อติด หรือภาวะติดเชื้อในปอดหรือทางเดินปัสสาวะ และการจัดท่าทางให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าตั้งตรง (Upright position) เพื่อกระตุ้นการหายใจและการขยายตัวของทรวงอก (3,6)
ช่วงการฟื้นฟูเป็นการรักษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยฝึกออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รูปแบบการออกกำลังกายสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมต่อความสามารถของผู้ป่วย เช่น การออกกำลังกายโดยการเคลื่อนไหวให้ (passive exercise) การออกกำลังกายโดยการช่วยเคลื่อนไหวให้บางส่วน (active assisted exercise) การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง (strengthening exercise) การออกกำลังกายโดยการหดเกร็งกล้ามเนื้อแบบอยู่นิ่ง (isometric exercise) การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทานของระบบหายใจ หัวใจ และหลอดเลือด (cardiorespiratory endurance exercise) ด้วยการปั่นจักรยาน การเดิน หรือการวิ่ง เป็นต้น (5) สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือมีความรุนแรงของโรคสูง การออกกำลังกายและกิจกรรมทางกาย ควรค่อย ๆ ปรับเพื่อเพิ่มความยากอย่างเป็นลำดับ รวมถึงควรได้รับการแนะนำเกี่ยวกับการฝึกใช้เครื่องช่วยเดิน การฝึกหายใจเพื่อลดอาการเหนื่อย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเองและพึ่งพาผู้อื่นให้ได้น้อยที่สุด (3,5-6)
เรียบเรียงโดย กภ.เมธาพร มั่นคง
เอกสารอ้างอิง
-
Nguyen TP, Taylor RS. Guillain-Barre Syndrome. Statpearls [Internet]. Treasure Island (FL): Statpearls Publishing; 2023 Jan. PMID:30335287.
-
Arayawichanont A, Jongviriyavong P. Natural history & outcome of treatment in Guillain barre syndrome: A 1 year retrospective study at sunpasitthiprasong hospital. J Neurol. 2019;35(3):1-11.
-
Leonhard SE, Mandarakas MR, Gondim FA, Bateman K, Ferreira MLB, Cornblath DE, et al. Diagnosis and management of Guillain–Barré syndrome in ten steps. Nat Rev Neurol. 2019;15:671-683.
-
Dimachkie MM, Barohn RJ. Guillain-Barré Syndrome and Variants. Neural Clin. 2013;31(2):491-510.
-
Nehal S, Manisha S. Role of Physiotherapy in Guillain Barre Syndrome: A Narrative Review. IJHSR. 2015;5(9):529-540.
-
Prada V, Massa F, Salerno A, Fregosi D, Beronio A, Serrati C, et al. Importance of intensive and prolonged rehabilitative treatment on the Guillain-Barrè syndrome long-term outcome: a retrospective study. Neurol Sci. 2020;41(2):321-327.




