mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

โรคอัมพาตใบหน้า (Facial palsy)

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • โรคอัมพาตใบหน้า (Facial palsy)

โรคอัมพาตใบหน้า (Facial palsy)

พฤษภาคม 5, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • bell’s palsy
  • facial
  • facial palsy
  • nerve

โรคอัมพาตใบหน้า (Facial palsy) เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต โดยผลที่ตามมานั้นทำให้การควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าและการแสดงออกทางสีหน้า เช่น การหลับตา การยิ้ม การเคลื่อนไหวของหน้าผาก และการพูดสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ หรือผู้ป่วยไม่สามารถแสดงออกทางสีหน้าได้ โดยอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบค่อยเป็นค่อยไป มีแบบที่ทราบสาเหตุและไม่ทราบสาเหตุ (1-2)

พยาธิสภาพของโรค (1,5)

  1. ประเภท Upper Motor Neuron

เป็นพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นเหนือต่อกลุ่มเซลล์ประสาทสมองเส้นที่ 7 ขึ้นไป (เหนือระดับ pons ขึ้นไป) ทำให้เส้นประสาทจากสมองใหญ่ที่ถููกส่งมาเลี้ยงกล้ามเนื้อใบหน้า ในระดับที่ต่ำกว่าตาลงมาของด้านตรงข้ามกับสมองส่วนที่ผิดปกติ โดยอาการแสดงทำให้เกิดอาการปากเบี้ยวด้านตรงข้าม แต่ยังคงปิดตาได้สนิท โดยสาเหตุเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง หรือการได้รับบาดเจ็บที่สมอง เป็นต้น

  1. ประเภท Lower Motor Neuron

เป็นพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นระดับเส้นประสาทสมองเส้นที่ 7 ลงมา ผู้ป่วยมีอาการใบหน้าอัมพาต ครึ่งซีก (ซีกเดียวกับข้างที่มีพยาธิสภาพของเส้นประสาท) คือ ปากเบี้ยว และปิดตาข้างนั้นไม่สนิท เนื่องจากกระแสประสาทจากเส้นประสาทนี้ส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อด้านเดียวกัน

สาเหตุการเกิดโรคอัมพาตใบหน้า (1-3,5)

  1. ไม่ทราบสาเหตุการเกิด (Idiopathic) / Bell’s palsy 70 %

เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด โดยอัตราการเกิดพบโดยประมาณ 15 - 53 คนต่อประชากร 100,000 คน ในประชากรทั่วโลก และสามารถพบมากสุดในช่วงอายุ 20 - 39 ปี ทั้งเพศหญิงและเพศชาย

  1. อุบัติเหตุ (Trauma) 10 - 23 %

การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหรืออุบัติเหตุที่มีการแตกของกะโหลกศีรษะ หรือกระดูกบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นโครงสร้างที่อยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้เส้นประสาทเกิดความเสียหายได้

  1. การอักเสบและการติดเชื้อ (Infection) 4.5 - 7 %

มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเชื้อที่มักพบมากที่สุดคือ เชื้อ Herpes simplex โดยเชื้อไวรัสจะทำให้เกิดการอักเสบและบวมของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้การนำสื่อประสาทลดลง และเกิดการอัมพาตตามมาได้ ซึ่งเป็นพยาธิสภาพแบบ Lower Motor Neuron (LMN) เช่น งูสวัด อีสุกอีใส เริม หัดเยอรมัน เป็นต้น โดยการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคอัมพาตใบหน้านี้ อาจจะเรียกว่า Bell’s palsy ได้เช่นกัน

  1. เนื้องอก (Neoplasia) 2.2 - 5 %

โดยเฉพาะเนื้องอกที่เกิดบริเวณศีรษะและคอ เช่น เนื้องอกต่อมน้ำลาย (parotid malignancies) เนื้องอกบนเส้นประสาท (acoustic neuromas) เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง (meningioma) ถุงน้ำในสมอง (arachnoid cysts) เป็นต้น

ระดับความรุนแรงของโรคอัมพาตใบหน้า (1,3,5)

ถูกแบ่งออกเป็น 6 ระดับตามความรุนแรง ดังนี้

  • I : ปกติ (ใบหน้าสามารถขยับได้ทุกส่วน ลักษณะริมฝีปากปกติ)
  • II : สูญเสียการทำงานเล็กน้อย (ใบหน้ามีอาการอ่อนแรงเล็กน้อย และมีมุมปากไม่เท่ากันเล็กน้อย)
  • III : สูญเสียการทำงานระดับปานกลาง (ใบหน้าเบี้ยวชัดเจน แต่ไม่รุนแรง สามารถหลับตาให้สนิทได้แต่ต้องใช้ความพยายาม และมีมุมปากอ่อนแรงเล็กน้อย)
  • IV : สูญเสียการทำงานค่อนข้างมาก (ใบหน้าอ่อนแรงอย่างชัดเจน ไม่สามารถปิดตาให้สนิทได้ และมีมุมปากตกอ่อนแรงอย่างชัดเจน)
  • V : สูญเสียการทำงานขั้นรุนแรง (ใบหน้าเบี้ยวเห็นชัดเจน และมีมุมปากเบี้ยว ยกไม่ขึ้น)
  • VI : อัมพาตใบหน้า (ไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อใบหน้าได้ และมีมุมปากเบี้ยวชัดเจน)

การวินิจฉัยทางการแพทย์ (3-4)

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย โดยดูการแสดงออกทางสีหน้า
  • การตรวจวินิจฉัยกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (Nerve conduction study)
  • การตรวจพิเศษเพิ่มเติมทางรังสีวิทยา เช่น CT scan, MRI
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory tests) เช่น CBC, urinalysis, น้ำตาลในเลือด

วิธีการรักษาทางการแพทย์ (3-5)

  • การรักษาโดยใช้ยา : ตามอาการและสาเหตุที่เกิด เช่น การให้ยาสเตียรอยด์หรือให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส เพื่อลดอาการอักเสบ การบวม และเพิ่มจำนวนเลือดไปเลี้ยงเส้นประสาท
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด : การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคต้นเหตุ, การผ่าตัด facial nerve decompression เป็นการผ่าตัดเปิดกระดูกและเปิดเยื่อหุ้ม facial nerve ออก เพื่อลดแรงกดดันของเส้นประสาทและหลอดเลือด ซึ่งไม่แนะนำในช่วงที่เป็นระยะเฉียบพลัน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้
  • การรักษาแบบประคับประคอง : การให้กำลังใจกับผู้ป่วย การป้องกันดวงตา การสวมแว่นตาหรือการใช้ยาหยอดตา รวมถึงการฝังเข็มและการทำกายภาพบำบัด

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอัมพาตใบหน้า (5)

  • ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคอัมพาตใบหน้า (กรรมพันธุ์)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีโรคอ้วน
  • ผู้ที่มีภาวะเครียดสูง

วิธีการรักษาทางกายภาพบำบัด (5)

  1. การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า : ช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเลือดบริเวณใบหน้า ลดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อใบหน้า และช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย โดยเป็นวิธีที่่ได้ผลดี สามารถทำได้จนกว่าอาการจะดีขึ้น ทำได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาการของผู้ป่วยจะดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์ หลังจากได้รับการทำกายภาพบำบัด และอัตราการการฟื้นตัวอยู่ที่ร้อยละ 61 - 94
  2. การวางแผ่นประคบร้อน : ช่วยในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยจะวางบริเวณใบหน้าด้านที่่มีอาการประมาณ 15 - 20 นาที
  3. การนวดกล้ามเนื้อใบหน้า : ช่วยในการลดความตึงตังของใบหน้า เนื่องจากผู้ป่วยจะมีอาการตึงตัวมากกว่าปกติ โดยใช้เวลาการนวด ทั้งใบหน้าประมาณ 10 นาที แบ่งนวดแต่ละส่วนเริ่มจากบนลงล่าง ตั้งแต่หน้าผาก เปลือกตา จมูก แก้ม เหนือริมฝีปาก ริมฝีปาก และคาง โดยจะนวดใบหน้าทั้งสองข้างวนเป็นวงกลม โดยใช้นิ้ว 3 นิ้ว ได้แก่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลางของใบหน้า แล้ววนออกมาทางด้านข้าง
  4. การกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า : ช่วยชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อระหว่างรอการฟื้นตัวของเส้นประสาท โดยจะกระตุ้นให้เห็นการหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กน้อย (minimal contraction) และควรกระตุ้นไฟฟ้า 5 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยมีข้อห้ามและข้อควรระวังในการทำ คือ ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของผิวหน้ามาก มีแผลเปิด การรับรู้ความรู้สึกลดลง และการมีการติดเชื้อที่แพร่ได้โดยการสัมผัส

อาการอัมพาตใบหน้า เป็นอาการที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม นอกจากนี้อาการนี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเครียดและเป็นต้นเหตุของโรคซึมเศร้าได้ แต่การรักษาด้วยกายภาพบำบัดเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

 

เรียบเรียงโดย กภ. เมธาพร มั่นคง

เอกสารอ้างอิง

  1. Walker NR, Mistry RK, Mazzoni T. Facial nerve palsy. Statpearls [Internet]. Treasure Island (FL): Statpearls Publishing; 2022 Sep. PMID:31747222.

  2. Warner MJ, Hutchison J, Varacallo M. Bell palsy. Statpearls [Internet]. Treasure Island (FL): Statpearls Publishing; 2022 Jan. PMID:29493915.

  3. Heckmann JG, Urban PP, Pitz S, Lichius OG, Gagyor I. The Diagnosis and Treatment of Idiopathic Facial Paresis (Bell’s Palsy). Dtsch Arztebl Int. 2019;116:692-702.

  4. Kim SJ, Lee HY. Acute Peripheral Facial Palsy: Recent Guidelines and a Systematic Review of the Literature. J Korean Med Sci. 2020;35(30):245.

  5. Muakson C, Yamasmith M. Physical Therapy in Facial Paralysis. Siriraj Med Bull. 2021;14(2):73-80.

Post Views: 40,241
Share
4

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.