mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

มหัศจรรย์แห่งสมอง ตอนที่ 2 สมอง “ซ่อม” ได้

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • มหัศจรรย์แห่งสมอง ตอนที่ 2 สมอง “ซ่อม” ได้

มหัศจรรย์แห่งสมอง ตอนที่ 2 สมอง “ซ่อม” ได้

มิถุนายน 22, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • brain recovery
  • Neural plasticity
  • synaptogenesis

มหัศจรรย์แห่งสมอง

ตอนที่ 2 สมอง “ซ่อม” ได้

ตอนที่ผ่านมา เราพูดถึงการเกิด neural plasticity ในแง่มุมของพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิด และในส่วนนี้ จะกล่าวถึง ความสำคัญทางคลินิกโดยอ้างอิงถึงบทบาทของ neural plasticity ในภาวะหลังจากการบาดเจ็บของระบบประสาท โดยเฉพาะที่สมอง

การฟื้นตัวหลังจากการบาดเจ็บของสมองและไขสันหลัง

ภายหลังการบาดเจ็บของสมองหรือในระบบประสาทส่วนกลาง กระบวนการของ brain plasticity หรือ neural plasticity จะเกิดขึ้นทันที โดยมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก เกิดการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในบริเวณเนื้อสมองที่ได้รับบาดเจ็บร่วมกับเกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ขั้นตอนที่สอง เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีประสาทหรือเส้นทางการส่งสัญญาณประสาท (neural pathway) ในบริเวณสมองที่บาดเจ็บและบริเวณที่ไกลออกไป และขั้นตอนที่สาม จะเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายวิภาคของเซลล์ประสาท โดยเกิดการเชื่อมโยงใหม่ของโครงข่ายประสาท (1) ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมากของเส้นประสาท จากการงอกยาวออกของแอกซอน (axon spouting) ซึ่งเป็นโครงสร้างในเซลล์ประสาท เพื่อสร้างการเชื่อมต่อของสัญญาณประสาทไปยังเซลล์ประสาทอื่นใหม่ (synaptogenesis) รวมถึงหลอดเลือด ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นมากในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์แรกหลังการบาดเจ็บ (1) จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บ่งชี้ว่า การฟื้นตัวของระบบสั่งการจะเกิดขึ้นมากในช่วงต้นของการบาดเจ็บของระบบประสาทส่วนกลางการ

นอกจากการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายร่วมกับการเพิ่มขึ้นของเซลล์ประสาทที่ยังรอดแล้ว ยังพบว่าเซลล์ประสาทสมองถูกสร้างขึ้นใหม่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีผลต่อการฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทอย่างมากภายหลังเกิดการบาดเจ็บของระบบประสาทส่วนกลางโดยเฉพาะในโรคหลอดเลือดสมอง (2) และตลอด 4 เดือนหลังการบาดเจ็บที่เซลล์ประสาทใหม่ถูกสร้างอย่างต่อเนื่องนี้จะกระตุ้นและพัฒนาเซลล์ประสาททให้เจริญเพื่อให้พร้อมกับการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ได้ (3)

สำหรับภาวะไขสันหลังบาดเจ็บ จะเกิดกระบวนการ neural plasticity ขึ้นที่วิถีประสาทสั่งการจากสมองมายังไขสันหลัง (corticospinal tract) ในการศึกษาแผนภาพสมองด้วยเครื่องกระตุ้นสมองด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS) พบการลดลงของความเร็วในการตอบสนองของระบบประสาท (cortical excitability) จากสมองไปยังไขสันหลังในผู้ป่วยโรคไขสันหลังบาดเจ็บ (4,5) โดยการเกิด plasticity หลังการบาดเจ็บเป็นการเกิดโดยธรรมชาติ (spontaneous plasticity) และเพิ่มมากขึ้นหลังจากได้รับการฝึกการเดิน (4) โดยทั่วไปผู้ป่วยในช่วงการฟื้นตัวจำเป็นต้องได้รับการฝึกอย่างถูกต้อง เพื่อให้สมองได้เรียนรู้และสร้างวิถีประสาทสั่งการที่ถูกต้องและเหมาะสมกับรูปแบบของกิจกรรม จากการศึกษาวงจรการทำงานของสมองและไขสันหลังภายหลังการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง (6) พบว่าก่อนการฟื้นฟู วิถีประสาทสั่งการจากสมองมายังไขสันหลัง (corticospinal tract) จะสูญเสียเซลล์ประสาทและการเชื่อมโยงบางส่วนไป ส่งผลทำให้สัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อลดลง ทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติ ขาดประสิทธิภาพ รวมไปถึงสัญญาณประสาทรับความรู้สึกที่ส่งผ่านมายังไขสันหลังผิดปกติไปด้วย แต่หากได้รับการบำบัดฟื้นฟูอย่างถูกต้อง จะมีผลทำให้กระบวนการส่งคำสั่งและการรับความรู้สึกระหว่างสมอง ไขสันหลัง กล้ามเนื้อกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง (ตามรูปที่ 1)

รูปที่ 1 วงจรการสั่งการและการรับความรู้สึกภายในไขสันหลัง เส้นตรง คือ การนำกระแสประสาทปกติ เส้นประ คือ การนำกระแสประสาทลดลง เส้นหนา คือ การนำกระแสประสาทมากขึ้น (อ้างอิงจาก Walker JR and Detloff MR, 2021) (6)

รูปที่ 1 วงจรการสั่งการและการรับความรู้สึกภายในไขสันหลัง เส้นตรง คือ การนำกระแสประสาทปกติ เส้นประ คือ การนำกระแสประสาทลดลง เส้นหนา คือ การนำกระแสประสาทมากขึ้น (อ้างอิงจาก Walker JR and Detloff MR, 2021) (6)

การปรับตัวของสมองในกรณีของรอยโรคที่เกิดบริเวณนอกระบบประสาทส่วนกลาง

ในกรณีของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นภายนอกต่อระบบประสาทส่วนกลาง จะพบความผิดปกติของการเกิด plasticity จากสมอง ยกตัวอย่างในผู้ป่วยที่ถูกตัดขาด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ หรือโรค เบาหวาน ซึ่งพบได้บ่อย โดยภายหลังจากถูกตัดอวัยวะ (รูปที่ 2) บริเวณของสมองส่วนที่รับผิดชอบสั่งการและรับความรู้สึกบริเวณรอยตัดขารับข้อมูลว่าบริเวณขาใต้ต่อรอยตัดไม่ได้ถูกใช้งาน และขยายเส้นประสาทเพิ่มขึ้นไปเชื่อมต่อเส้นประสาทส่วนที่ไม่ใช้งาน นอกจากนี้ ยังเกิดการกระตุ้นสมองบริเวณเดียวกันแต่อยู่ด้านตรงข้ามและสมองส่วนที่ดูแลเท้าข้างปกติด้วย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ผู้ป่วยยังเกิดการรับรู้ที่คลาดเคลื่อนหรือหลอนว่า ขาข้างที่ถูกตัดไปยังอยู่ ซึ่งภาวะอาการดังกล่าวนี้เรียกว่า กลุ่มอาการหลอนว่าแขนขายังอยู่ (phantom limb syndrome) และเนื่องจากมีการเพิ่มการเชื่อมต่อบริเวณสมองส่วนที่ดูแลขาข้างที่ถูกตัด ทำให้การรับความรู้สึกบริเวณที่ถูกตัดเกิดความไวต่อการรับความรู้สึกมากจนผิดปกติ นำไปสู่อาการเจ็บปวดบริเวณรอยตัดขึ้นได้ (7-8)

รูปที่ 2 การเกิด neural plasticity ในผู้ป่วยถูกตัดขาซ้าย Illustration by Julio Xerfan (Guimarães D, Valério-Gomes B and Lent R, 2020) (7)

รูปที่ 2 การเกิด neural plasticity ในผู้ป่วยถูกตัดขาซ้าย Illustration by Julio Xerfan (Guimarães D, Valério-Gomes B and Lent R, 2020) (7)

อีกกรณีหนึ่งของการบาดเจ็บนอกระบบประสาทส่วนกลาง คือกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง โดยปกติสมองของมนุษย์มีการควบคุมสมดุล (homeostasis) ของการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทด้วยกัน ทำให้สามารถรับข้อมูลและตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้อย่างปกติ เวลาเกิดอาการเจ็บจะเกิดการรบกวนต่อสมดุลดังกล่าวจากนั้นสมองจะปรับตัวเพื่อจัดการอาการเจ็บให้กลับคืนสมดุล ตัวอย่างของการจัดการ เช่น กระบวนการอักเสบ (inflammatory process) โดยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อเข้ามาจัดการสิ่งแปลกปลอม แต่ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้องรัง การเจ็บปวดซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้สัญญาณประสาทรับความเจ็บปวดถูกส่งไปยังสมองอย่างต่อเนื่อง รบกวนสื่อสารระหว่างเส้นประสาทจนเสียสมดุล นอกจากจะกระตุ้นกระบวนการอักเสบอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังส่งผลให้เกิดการปรับตัวที่ผิดปกติในสมองด้วย จากงานวิจัยที่ศึกษาอาการเจ็บต่อเนื่องส่งผลต่อการตอบสนองที่เนื้อสมองใหญ่บริเวณส่วนสั่งการหลัก (primary motor cortex) โดยพบว่า อาการเจ็บอย่างต่อเนื่องที่ไม่ได้รับการจัดการให้ลดลงหรือหายไป จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวผิดปกติไปจากเดิมหลังการเจ็บเรื้อรัง ท้ายที่สุดจะส่งผลให้อาการเจ็บยังคงวนเวียนไม่หายไป (9)

ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บที่อยู่ในระบบประสาทส่วนกลางหรือภายนอกระบบประสาทส่วนกลาง กระบวนการ neural plasticity จะเกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูให้ส่วนที่ได้รับความเสียหายกลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง ทั้งนี้ นอกจากการฟื้นตัวโดยธรรมชาติแล้ว ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีการควบคู่กัน เพื่อให้กระบวนการ neural plasticity เกิดขึ้นอย่างงต่อเนื่องและถูกทาง

เรียบเรียงโดย กภ. อนุชัย พึ่งพระรัตนตรัย

เอกสารอ้างอิง

  1. Wieloch T, Nikolich K. Mechanisms of neural plasticity following brain injury. Curr Opin Neurobiol. 2006;16(3):258-64.
  2. Arvidsson A, Collin T, Kirik D, Kokaia Z, Lindvall O: Neuronal replacement from endogenous precursors in the adult brain after stroke. Nat Med. 2002;8:963-970.
  3. Thored P, Arvidsson A, Cacci E, Ahlenius H, Kallur T, Darsalia V, et al. Persistent production of neurons from adult brain stem cells during recovery after stroke. Stem Cells. 2006;24(3):739-47.
  4. Brown AR, Martinez M. From cortex to cord: motor circuit plasticity after spinal cord injury. Neural Regen Res. 2019 Dec;14(12):2054-2062.
  5. Serradj N, Agger SF, Hollis ER. Corticospinal circuit plasticity in motor rehabilitation from spinal cord injury. Neurosci Lett. 2017;652:94–104.
  6. Walker JR, Detloff MR. Plasticity in Cervical Motor Circuits following Spinal Cord Injury and Rehabilitation. Biology (Basel). 2021;10(10):976.
  7. Guimarães D, Valério-Gomes B, Lent R. Neuroplasticity: The Brain Changes Over Time!. Front. Young Minds. 2020;8:522413.
  8. Simões, E. L., Bramati, I., Rodrigues, E., Franzoi, A., Moll, J., Lent, R., et al. Functional expansion of sensorimotor representation and structural reorganization of callosal connections in lower limb amputees. J. Neurosci. 2012;32:3211–20.
  9. Thapa T, Graven-Nielsen T, Schabrun SM. Aberrant plasticity in musculoskeletal pain: a failure of homeostatic control? Exp Brain Res. 2021;239(4):1317-1326.
Post Views: 3,910
Share
3

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.