mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)

เมษายน 27, 2026
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ALS
  • Amyotrophic Lateral Sclerosis
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอเอลเอส
  • โรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis) หรือโรค ALS เป็นหนึ่งในกลุ่ม “โรคเซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neuron Disease; MND)” ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายอย่างต่อเนื่องของเซลล์ประสาทสั่งการส่วนบน (Upper Motor Neurons) ในสมองส่วนหน้า และเซลล์ประสาทสั่งการส่วนล่าง (Lower Motor Neurons) ในไขสันหลังและก้านสมอง1 เมื่อเซลล์เหล่านี้เสื่อมสภาพและตายลง จะส่งผลให้กล้ามเนื้อลายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอำนาจจิตใจทั่วร่างกายเกิดอาการลีบฝ่อและอ่อนแรงในที่สุด2

กลไกการเกิดโรค1

โรค ALS เกิดจากเซลล์ประสาทสั่งการค่อย ๆ ตายลง ทำให้สมองไม่สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังกล้ามเนื้อเพื่อสั่งให้หดตัวหรือทำงานได้ตามปกติ เมื่อกล้ามเนื้อขาดการกระตุ้นและไม่ได้ใช้งานจึงเกิดการฝ่อลีบและอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม สมองในส่วนการรับรู้และการรับความรู้สึกยังคงทำงานเป็นปกติ ผู้ป่วยจึงยังสามารถมองเห็น ได้ยิน และรับรู้สัมผัสรวมถึงความเจ็บปวดได้เหมือนคนทั่วไป นอกจากนี้กล้ามเนื้อกลอกตายังเป็นส่วนที่ทนทานต่อโรคได้ดีที่สุด ทำให้ในระยะท้ายของโรคมักใช้ดวงตาเป็นวิธีหลักในการสื่อสาร รวมถึงการควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดในการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะที่มักยังทำงานได้ดี ช่วยให้ผู้ป่วยยังคงความสามารถในการกลั้นและขับถ่ายได้แม้ร่างกายส่วนอื่นจะขยับไม่ได้

อาการ

อาการของโรคอาจจำแนกตามตำแหน่งที่เริ่มต้นของโรค ดังนี้:

  • Limb Onset พบได้ประมาณ 70% โดยผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการอ่อนแรงที่แขนหรือขาก่อน เช่น ถือของหล่น กระดกข้อมือไม่ได้ หรือเดินสะดุดบ่อย3
  • Bulbar Onset พบประมาณ 25% โดยผู้ป่วยจะเริ่มต้นด้วยอาการกลืนลำบาก พูดไม่ชัด หรือเสียงเปลี่ยนเนื่องจากกล้ามเนื้อในช่องปากและคอหอยอ่อนแรง1
  • Respiratory Onset พบได้น้อยแต่รุนแรงที่สุด โดยเริ่มจากกล้ามเนื้อกระบังลมอ่อนแรง ทำให้เหนื่อยง่ายขณะนอนหงาย2

การวินิจฉัย1,3,4

การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการทดสอบใดที่สามารถยืนยันการวินิจฉัยได้โดยลำพัง แพทย์จึงต้องใช้วิธี "วินิจฉัยแยกโรคอื่นออก" ร่วมกับการประเมินอาการทางคลินิก

ปัจจุบันมีการใช้เกณฑ์มาตรฐานที่เรียกว่า Revised El Escorial Criteria1,2,3 ในการวินิจฉัย โดยการวินิจฉัยต้องอาศัยหลักฐานของความผิดปกติของทั้ง Upper Motor Neuron และ Lower Motor Neuron ในหลายบริเวณของร่างกาย โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. การตรวจร่างกายทางคลินิก เพื่อประเมินการเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ 2 ส่วนหลัก

  • Upper Motor Neuron ตรวจหาอาการกล้ามเนื้อเกร็ง การตอบสนองของรีเฟล็กซ์ที่ไวผิดปกติ หรือผลบวกของ Babinski sign
  • Lower Motor Neuron ตรวจหาอาการกล้ามเนื้อฝ่อ และอาการอ่อนแรง

2. การตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้า

Electromyography เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กแทงเข้าที่กล้ามเนื้อเพื่อวัดสัญญาณไฟฟ้า ช่วยยืนยันว่ามีความผิดปกติของเซลล์ประสาทสั่งการบริเวณของร่างกายในตำแหน่งต่าง ๆ (เช่น แขน ขา ลำตัว หรือใบหน้า)

Nerve Conduction Study (NCS): การตรวจความเร็วการนำกระแสประสาท เพื่อช่วยแยกโรคของเส้นประสาทส่วนปลายออก

3. การตรวจภาพวินิจฉัยและทางห้องปฏิบัติการ เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่อาจมีอาการคล้ายคลึงกัน ได้แก่

  • Magnetic Resonance Imaging (MRI) บริเวณสมองและไขสันหลัง เพื่อดูว่ามีการกดทับเส้นประสาทจากหมอนรองกระดูก หรือมีเนื้องอกในไขสันหลังหรือสมองหรือไม่
  • การตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อหาภาวะผิดปกติอื่น ๆ เช่น ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง พิษจากโลหะหนัก หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง ในบางกรณีเพื่อแยกแยะการอักเสบในระบบประสาท

4. การติดตามอาการ เนื่องจาก ALS เป็นโรคที่มีการดำเนินโรคแบบต่อเนื่อง ในกรณีที่อาการระยะแรกยังไม่ชัดเจน แพทย์อาจต้องนัดติดตามอาการทุก 3-6 เดือน เพื่อดูว่าการอ่อนแรงนั้นกระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายตามลักษณะเฉพาะของโรคหรือไม่

การรักษาและการประคับประคอง3,5

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การชะลอการดำเนินโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตเท่านั้น ดังนี้

ระยะแรก: เน้นการคงสมรรถภาพของร่างกาย

  • การรักษาด้วยยา: ยา Riluzole เป็นยาชนิดแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA ว่าช่วยชะลอการดำเนินโรคได้โดยยับยั้งการหลั่งสาร Glutamate5 นอกจากนี้ยังมียา Edaravone ที่ช่วยลดสารอนุมูลอิสระในเซลล์ประสาท6
  • โภชนาการ: พยายามให้ผู้ป่วยได้รับอาหารอย่างเพียงพอครบถ้วย หากผู้ป่วยมีอาการกลืนลำบาก การให้อาหารทางสายยางผ่านหน้าท้อง จะช่วยป้องกันการสำลักปอดอักเสบและภาวะขาดสารอาหาร2
  • การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โดยสำหรับผู้ป่วย ALS เป้าหมายหลักของการบริหารร่างกายคือการรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อให้นานที่สุดและลดภาวะแทรกซ้อน7,8

ระยะระยะกลาง: ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะมีปัญหาเรื่องการกลืนและการหายใจ

  • การกลืน: หากผู้ป่วยมีภาวะกลืนลำบาก ต้องมีการประเมินเรื่องการกลืน เพื่อหาปัญหา และรักษาตามระดับปัญหาการกลืนที่เป็น และหากผู้ป่วยกลืนไม่ได้ ต้องใส่สายอาหาร ควรมีการดูแลเรื่องสารอาหาร ความสะอาด และไม่ให้ผู้ป่วยดึงสายอาหารออก
  • การช่วยหายใจ: การใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดไม่เจาะคอ (Non-invasive Ventilation) ช่วยลดอาการเหนื่อยและยืดอายุขัยของผู้ป่วยได้ดีกว่าการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว1

ระยะท้าย: เน้นการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โดยสำหรับผู้ป่วย ALS 7,8 ดังนี้

การออกกำลังกายเพื่อความยืดหยุ่น

มีความสำคัญเพื่อป้องกันข้อติดและลดอาการปวด4 โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เบา ๆ ทุกวัน หากขยับเองไม่สะดวกต้องผู้ดูแลต้องเป็นผู้ทำให้7,9 เช่น การช่วยยกหรือกางแขน เพื่อป้องกันข้อไหล่ยึดติด

การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

แนะนำให้อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางเพื่อช่วยเพิ่มการทำงานของระบบหัวใจและปอด และลดความเหนื่อยล้า8,10 เช่น การออกกำลังกายในน้ำ มีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากแรงลอยตัวช่วยพยุงน้ำหนัก11 หรือการปั่นจักรยานอยู่กับที่ด้วยความเร็วต่ำ7

การออกกำลังกายด้วยแรงต้านระดับเบา

เพื่อคงสภาพกล้ามเนื้อส่วนที่ยังทำงานได้9,12  เช่น การยกดัมเบลด้วยน้ำหนักที่ไม่มากเกินไป หรือการออกกำลังกายด้วยยางยืดโดยเลือกสีที่แรงต้านน้อย ๆ การเดินในน้ำ เป็นต้น

ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

  • ห้ามออกกำลังกายแบบการเกร็งขณะยืดกล้ามเนื้อ (Eccentric exercise) เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าอาจทำลายเซลล์กล้ามเนื้อในผู้ป่วย ALS ได้ง่ายขึ้น4,12
  • หลีกเลี่ยงความล้าสะสม คือออกกำลังหนักเกินไปจนกล้ามเนื้อล้าข้ามวัน จะส่งผลเสียต่อการดำเนินของโรค7,10
  • หากค่าความจุปอดเริ่มลดลง โดยสามารถสังเกตได้จากการหายใจสั้นและเร็วขึ้น ต้องหยุดพักหายใจบ่อยระหว่างพูด หรือเสียงเบาลงเรื่อย ๆ ควรจำกัดความเข้มข้นของการออกกำลังกายเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อหายใจทำงานหนักเกินไป8

เรียบเรียงโดย กภ.(ชำนาญการพิเศษ) เยาวภา ใจรักดี

เอกสารอ้างอิง

  1. Brown RH, Al-Chalabi A. Amyotrophic lateral sclerosis. N Engl J Med. 2017;377(2):162-72.
  2. Kiernan MC, Vucic S, Talbot K, McDermott CJ, Hardiman O, Shefner JM, et al. Amyotrophic lateral sclerosis. Lancet. 2011;377(9769):942-55.
  3. สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย. แนวทางการเวชปฏิบัติโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอเอลเอส (Clinical Practice Guidelines for Amyotrophic Lateral Sclerosis). กรุงเทพฯ: ธนาเพรส;
  4. Japanese Society of Neurology. Clinical Practice Guidelines for Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS). Tokyo: Nankodo; 2023.
  5. Ludolph AC, Afifi A, Andersen PM, Aridegbe T, Berrouschot J, Brenner D, et al. Guidelines for the management of amyotrophic lateral sclerosis. Eur J Neurol. 2020;27(11):2152-64.
  6. Writing Group on behalf of the Edaravone (MCI-186) ALS19 Study Group. Safety and efficacy of edaravone in well defined patients with amyotrophic lateral sclerosis: a randomised, double-blind, placebo-controlled trial. Lancet Neurol. 2017;16(7):505-12.
  7. Dal Bello-Haas Physical therapy management of amyotrophic lateral sclerosis: curveballs, catalysts, and care. Phys Ther. 2024;104(3):pzad176.
  8. Majmudar S, Wu J, Paganoni S. Rehabilitation in amyotrophic lateral sclerosis: why it matters. Muscle Nerve. 2021;63(2):149-60.
  9. Ortega-Hombrados L, Luque-Casado A, Aranda-Reneo I, Galán-Mercant A. Effectiveness of exercise programs in patients with amyotrophic lateral sclerosis: a systematic review. Int J Environ Res Public Health. 2021;18(19):10476.
  10. National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Amyotrophic lateral sclerosis: assessment and management [Internet]. London: NICE; 2019 [updated 2024; cited 2026 Apr 4]. Available from: https://www.nice.org.uk/guidance/ng42
  11. Merico A, Cavinato M, Gregorio C, Lacatena A, Gioia MC, Piccione F, et al. Effects of aquatic therapy in patients with amyotrophic lateral sclerosis: a randomized controlled trial. Neurol Sci. 2022;43(5):3145-52.
  12. Plowman EK, Tabor-Gray L, Rosado CC, Forbes E, Watts SA. The role of exercise in amyotrophic lateral sclerosis. In: Amyotrophic Lateral Sclerosis [Internet]. Brisbane (AU): Exon Publications; 2021. Chapter 5.
Post Views: 1,689
Share
29

Related posts

มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more
มิถุนายน 1, 2026

การอบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาแบดมินตัน


Read more
พฤษภาคม 29, 2026

การปรับท่านั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกลอาการปวด


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.