ไม่ใช่แค่บวม อย่ามองข้าม ตอน ต้นตอการบวม

อาการบวมเป็นความผิดปกติที่มีสาเหตุการเกิดหลากหลาย สาเหตุบางอย่างอาจไม่รุนแรง แต่บางสาเหตุก็รุนแรงจำเป็นต้องได้รับการรักษาให้ทันท่วงที
แล้วทราบหรือไม่ว่าอาการบวมไม่เพียงแต่ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกผิดแผกไปจากเดิมเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้อีกด้วย เช่น อาการปวด ข้อติดแข็ง การไหลเวียนเลือดลดลง ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดบริเวณข้อต่อหรือกล้ามเนื้อลดลงและอาจเกิดการติดเชื้อบริเวณที่บวมได้ (4,5)
แต่อย่างไรก็ตาม หากเราทราบถึงสาเหตุการเกิดอาการบวม ก็จะสามารถฟื้นฟูรักษาอาการบวมให้ดีขึ้นได้เช่นกัน
ก่อนจะไปเรียนรู้สาเหตุกันนั้น ขอนิยามคำจำกัดความของ “อาการบวม” กันก่อน
อาการบวมคือ ภาวะที่มีของเหลวสะสมอยู่ภายในเนื้อเยื่อของร่างกาย เมื่อสะสมในปริมาณมากก็ก่อให้เกิดการบวมได้ (1)
เราสามารถสังเกตอาการบวมได้ง่าย ๆ ดังนี้
การบวมแบ่งได้ 2 ประเภท (1)
- บวมแบบกดแล้วไม่บุ๋มค้าง
วิธีการทดสอบคือ ใช้นิ้วกดลงบริเวณที่บวม 5-10 วินาที เมื่อยกนิ้วออกแล้วไม่บุ๋มค้าง เป็นเนื้อแข็ง ๆ แน่น ๆ ผิวหนังมีสำคล้ำและหนาขึ้น
สาเหตุ อาจมาจากการอุดตันของทางเดินน้ำเหลือง จำเป็นต้องพบแพทย์เนื่องจากอาจะเกิดการติดเชื้อได้
- บวมแบบกดแล้วบุ๋มค้าง สาเหตุหลัก ๆ ของอาการบวมลักษณะนี้ มีอยู่ 5 สาเหตุ ได้แก่
- หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน
- แพ้ยา หรือสารต่าง ๆ
- ได้รับอุบัติเหตุ หรือการติดเชื้อ
- บวมน้ำ จากน้ำหนักร่างกายที่มากเกินไป
- ผลข้างเคียงของยา
โดยทั่วไปแล้ว การบวมเกิดได้หลายบริเวณในร่างกาย ขึ้นอยู่กับปัจจัย สาเหตุและกลไกการเกิด ซึ่งแบ่งได้ดังนี้
สาเหตุและกลไกการบวม (1)
กลุ่มที่ 1 การเพิ่มขึ้นของแรงดันภายในหลอดเลือดที่ดันน้ำออกสู่เนื้อเยื่อ ทำให้โปรตีนในเลือดลดลง
- บวมจากภาวะหัวใจทำงานผิดปกติ มักมีสีแดงหรือเขียว และร้อน (Cardiac edemas)
- บวมจากภาวะไตทำงานผิดปกติ ลักษณะบวมใส (Renal and urologic edemas)
- บวมจากภาวะตับทำงานผิดปกติ มีลักษณะบวมใส มักเกิดพร้อมกับภาวะดีซ่าน
กลุ่มที่ 2 การลดลงของแรงดันที่ทำหน้าที่ดูดน้ำไว้ในหลอดเลือด ทำให้ระดับโปรตีนในเลือดลดลง
- ปัญหาทางโภชนาการ จากการขาดโปรตีน มักพบในเด็ก มีอาการบวมของท้อง
- ร่างกายไม่สามารถดึงโปรตีนไปใช้ได้ (Celiac disease, Pancreatic duct pathologies, Crohn’s Disease, Whipple’s disease, Cystic fibrosis)
- เกิดภาวะขาดแคลนโปรตีน เช่น ท้องเสียและกลุ่มอาการโรคไต
กลุ่มที่ 3 การเพิ่มของสภาพการซึมผ่านผนังหลอดเลือด
- ปัจจัยการทำงานของฮอร์โมน เช่น การเพิ่มขึ้นของ estrogen หรือ ในหญิงตั้งครรภ์
- การตอบสนองต่ออาการแพ้
กลุ่มที่ 4 การใช้ยา
- Antihypertensive drugs (ยาลดความดันโลหิต)
- Nifedipine (ยาลดความดันโลหิต)
- Steroids (ยาลดการอักเสบ)
- Estrogen (ยาฮอร์โมนเอสโตรเจน)
- Amantadine (ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่)
- Antipsychotic drugs (ยาต้านอาการทางจิตเวช)
กลุ่มที่ 5 สาเหตุอื่น ๆ เช่น อาหารที่มีเครื่องปรุงเค็มจัด
ทั้งนี้อาการบวมเฉพาะที่ อาจมีสาเหตุจากอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก กล้ามเนื้ออักเสบหรือฉีกขาด แมลงสัตว์กัดต่อย การติดเชื้อ ปัญหาหลอดเลือดในบริเวณนั้น ๆ เป็นต้น ซึ่งบริเวณที่เกิดอาการบวมมีความสัมพันธ์กับสาเหตุการเกิด ดังนี้ (2)
| สาเหตุการเกิด | บริเวณที่บวม |
|---|---|
| ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (Obesity) | ขา |
| ผู้มีปัญหาทุพโภชนาการ (Malnutrition) | ขาท่อนล่าง ข้อเท้า และเท้า (เนื่องจากโปรตีนในเลือดไม่เพียงพอ ของเหลวจึงไหลซึมออกจากหลอดเลือด) |
| ผู้ที่ทำกิจกรรมน้อย นั่งนาน นอนนาน (Physical Inactivity) | ขา |
| ผู้มีภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart failure) | ขาท่อนล่าง ข้อเท้า และเท้า หรือ กระดูกเชิงกราน |
| ผู้มีโรคตับ | ขาและเท้าและช่องท้อง |
| ผู้ที่มีปัญหาไตวาย (Kidney failure) | ขา ข้อเท้า เท้า หน้า และมือ |
| ผู้ป่วยโรคเบาหวาน | ขา |
| ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง (Chronic lung disease) | เท้า หรือ ขา |
| ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ (Thyroid disease) | ทั่วไปทุกบริเวณ |

ในบทความนี้จะขอหยิบยกการบวมในบริเวณรยางค์แขนหรือขามาอธิบายก่อน เนื่องจากเป็นบริเวณที่พบการบวมได้บ่อยครั้ง และสังเกตได้ง่ายดังนี้
ประเภทที่ 1 การบวมน้ำ
มีสาเหตุหลักจากระบบไหลเวียนเลือด มีการสูบฉีดเลือดที่ไม่ดี น้ำที่คั่งอยู่ตามส่วนต่าง ๆ จะซึมออกมานอกเส้นเลือด เข้าสู่เนื้อเยื่อรอบ ๆ เกิดการบวมน้ำ ส่วนมากมักเกิดบริเวณเท้า และมือ ลักษณะของการบวมน้ำคือ เมื่อกดลงจะเกิดรอยบุ๋ม แต่ไม่มีการปวด
การสังเกตอาการบวม : ใช้นิ้วกดบริเวณที่บวมนาน 5 วินาที จะพบว่ามีรอยบุ๋ม แบ่งออกเป็น 4 ระดับ
ระดับ 1 มองเห็นไม่ชัดเจน รอยบุ๋มหายไปเร็ว
ระดับ 2 รอยบุ๋มหายไปใน 15 วินาที
ระดับ 3 รอบบุ๋มคงอยู่นานกว่า 1 นาที
ระดับ 4 รอยบุ๋มลึกชัดเจน และอยู่นานประมาณ 2-5 นาที
ประเภทที่ 2 การบวมจากการอักเสบ
ลักษณะที่พบได้คือ บวม ปวด แดง ร้อน
ประเภทที่ 3 การบวมจากระบบน้ำเหลือง
ลักษณะที่พบได้คือ เมื่อกดลงแล้วจะแข็ง ไม่บุ๋มลง
เรียบเรียงโดย กภ.สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์
เอกสารอ้างอิง
- 1. Bruno C. Silent Waves: The theory and practice of lymph drainage therapy (LDT). USA: I.H.H Publishing; 2001. p.153-170.
- For-Szabo N, Ralph S. Chronic oedema in the community: an overview. BJCN 2017;22(6):266–70.
- Todd M, Lay-Flurrie K, Drake J. Managing ulceration and lymphorrhea in chronic oedema. BJCN 2017;22:S34–41.
- Woods M. Risk factors for the development of oedema and lymphoedema. BJCN 2019;28(4):219–22.
- ณรงค์ สาริสุต, ยุพิน รุ่งเวชวุฒิวิทยา, อรวรรณ เรืองสมบูรณ์. อาการบวม. การอบรมทางวิชาการเภสัชกรรมชุมชน. กรุงเทพฯ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2528.




