mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

แนวทางการออกกำลังกายสำหรับว่าที่คุณแม่

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • แนวทางการออกกำลังกายสำหรับว่าที่คุณแม่

แนวทางการออกกำลังกายสำหรับว่าที่คุณแม่

พฤษภาคม 23, 2017
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • คนท้องออกกำลังกาย
  • ท้อง

แนวทางการออกกำลังกายสำหรับว่าที่คุณแม่

ในระหว่างช่วงตั้งครรภ์ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 สัปดาห์หรือ 280 วัน(1) มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมากมาย เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ผลจากฮอร์โมนทำให้เอ็น และข้อต่อยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น รวมถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากไม่ได้ใช้งาน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ร่วมกับกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ถูกยืดยาวออกอาจทำให้เกิดกระดูกสันหลังส่วนเอวแอ่นมากกว่าปกติ มีผลต่อจุดศูนย์ถ่วงของร่างกาย  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณแม่มีอาการปวดหลัง(1,2,4)

นอกจากกลุ่มอาการปวดหลัง ปัญหาทางกายภาพที่มักพบบ่อยของเหล่าว่าที่คุณแม่ ได้แก่ ตะคริว, อาการบวมบริเวณมือ และเท้า, ปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะเล็ด(1,4)  วันนี้เราเลยจะมาแนะนำแนวทางการออกกำลังกายสำหรับว่าที่คุณแม่ เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่ดี รวมถึงช่วยเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด แต่ก่อนอื่น เราต้องทราบข้อห้ามและข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับว่าที่คุณแม่ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ข้อห้ามในการออกกำลังกาย(1,2)

  • มีประวัติการแท้งที่เกิดขึ้นเอง
  • คลอดก่อนกำหนด
  • ความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์
  • ภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด
  • ปากมดลูกหลวม
  • มีอาการตกเลือดในช่วงไตรมาสที่ 2 (ระยะตั้งครรภ์ตั้งแต่ 13-16 สัปดาห์) หรือไตรมาสที่ 3 (ระยะตั้งครรภ์ตั้งแต่ 27-40 สัปดาห์)

ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย(1,2)

  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคไทรอยด์
  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือด
  • โรคปอด

หากไม่มีข้อห้ามในการออกกำลังกาย สามารถเริ่มออกกำลังกายได้หลังอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ หรือแพทย์อนุญาตในช่วงก่อนหรือหลังจากนี้(1)

 

การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับว่าที่คุณแม่ เช่น การเดินเล่น โยคะ ปั่นจักรยานแบบอยู่กับที่ และว่ายน้ำ(1) หากว่าที่คุณแม่ท่านใดเคยออกกำลังกายชนิดใดเป็นประจำอยู่แล้วสามารถออกกำลังกายชนิดนั้นระหว่างตั้งครรภ์ได้ต่อเนื่องแต่ให้คอยระวังและสังเกตอาการต่าง ๆ ส่วนกีฬาที่ต้องหลีกเลี่ยง ได้แก่ การดำน้ำ กีฬาที่มีการปะทะ เสี่ยงต่อการหกล้ม หรือกระแทกที่ท้อง เช่น ฟุตบอล ขี่ม้า และศิลปะการต่อสู้(1,2,3,4)

ในการออกกำลังกายแต่ละครั้งควรมีการอบอุ่นร่างกาย (warm up) 5-10 นาที ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 20-30 นาที และหลังออกกำลังกายให้ค่อย ๆ ลดลง (cool down) อีก 5-10 นาที ออกกำลังกายอย่าให้หัวใจเต้นเกิน 140 ครั้งต่อนาที ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ซึ่งการออกกำลังกายควรทำร่วมกับการบริหารอุ้งเชิงกราน (Pelvic floor exercises) การบริหารเอียงสะโพก (Pelvic tilt exercise)(1,3)

การบริหารอุ้งเชิงกราน และการบริหารเอียงสะโพก เพื่ออะไร และทำได้อย่างไร

การบริหารอุ้งเชิงกราน (Pelvic floor exercises) การออกกำลังกายนี้จะช่วยให้ช่องคลอดขยายได้ง่าย ลดการฉีกขาดของฝีเย็บ ลดอาการปัสสาวะเล็ด สามารถเริ่มฝึกได้ ดังนี้(1)

  1. ขมิบอุ้งเชิงกรานเต็มที่ค้างไว้ 5 วินาที พัก 5 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง
  2. ขมิบเร็วและแรง แล้วคลายทันที พัก 5 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง
  3. ระหว่างวัน ในขณะปัสสาวะให้ฝึกหยุดปัสสาวะทันที 1 ครั้ง แล้วปล่อย (ไม่ควรทำหลังตื่นนอนใหม่ ๆ เนื่องจากมีปัสสาวะสะสมไว้นานแล้ว)

 

บริหารการหมุนด้านหน้า-หลังของกระดูกเชิงกราน (Pelvic tilt exercise) การออกกำลังกายนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ สามารถทำได้โดย นอนหงาย ชันเข่า เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง กดกระดูกเชิงกราน ไปทางด้านหลัง คงไว้สักครู่ แล้วค่อย ๆ ปล่อย (ดังรูปที่ 1) สามารถฝึกได้ขณะอยู่ในท่าใดๆ เช่น ท่ายืน (ดังรูปที่ 2 ) หรือท่านั่งก็ได้ (1)

รูปที่ 1


รูปที่ 2

แนะนำ 6 ท่าออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ โดยใช้ Gym ball เป็นอุปกรณ์ ระหว่างออกกำลังกายให้ฝึกควบคุมลมหายใจเข้า – ออก การฝึกควบคุมลมหายใจร่วมไปด้วย จะช่วยให้ปอดขยาย เพิ่มการแลกเปลี่ยนก๊าซ ช่วยส่งเสริมให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมระบบไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการปวดระหว่างคลอด

 

ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว


รูปที่ 3

ท่าเริ่มต้น : ยืนกางขาห่างประมาณไหล่ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น อีกข้างท้าวสะเอว

ท่าออกกำลังกาย : เอียงตัวไปทางด้านแขนข้างที่ท้าวสะเอว (ดังรูปที่ 3) โดยทำค้างไว้ 10 วินาที  10 ครั้ง แล้วสลับทำอีกข้างหนึ่ง

 

ท่าที่ 2 ยืดกล้ามเนื้อขา


รูปที่ 4

ท่าเริ่มต้น : นั่งกางขาข้างหนึ่งออกในลักษณะเหยียดตรง ขาอีกข้างแบะและงอเข่า

ท่าออกกำลังกาย : ก้มตัวไปด้านหน้าเยื้องไปแตะปลายเท้าข้างที่เหยียดตรง (ดังรูปที่ 4) โดยทำค้างไว้ 10 วินาที  10 ครั้ง แล้วสลับทำอีกข้างหนึ่ง

 

ท่าที่ 3 ยืดหลังส่วนล่าง และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว


รูปที่ 5

รูปที่ 6

รูปที่ 7

ท่าเริ่มต้น : นอนหงายงอเข่าวางบน Gym ball (ดังรูปที่ 5)

ท่าออกกำลังกาย : ออกแรงบิดลำตัวกลิ้งบอลไปทางซ้ายและขวาสลับกันช้า ๆ ทำ 15 ครั้งต่อรอบ  ทำ 2 รอบ (ดังรูปที่ 6, 7)

 

ท่าที่ 4 ยืดหลังส่วนล่าง และช่วยลดกระดูกสันหลังส่วนเอวที่อาจจะแอ่นมากเกินไป

รูปที่ 8

รูปที่ 9

ท่าเริ่มต้น : นอนหงายวางเท้าบน Gym ball (ดังรูปที่ 8)

ท่าออกกำลังกาย : แขม่วท้องเล็กน้อย ออกแรงกลิ้งบอลเข้าหาตัว (ดังรูปที่ 9 )   และถีบออกสลับกันช้า ๆ  ซึ่งการออกกำลังกายควรทำร่วมกับการบริหารอุ้งเชิงกราน (Pelvic floor exercises) ทำ 15 ครั้งต่อรอบ  ทำ 2 รอบ

 

ท่าที่ 5 ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและหลัง

รูปที่ 10

รูปที่ 11

ท่าเริ่มต้น : นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้าง (ดังรูปที่ 10)

ท่าออกกำลังกาย : ออกแรงยกสะโพกขึ้นค้างไว้ 5 วินาที (ดังรูปที่ 11) แล้วค่อย ๆ หย่อนตัวลงช้า ๆ ทำ 15 ครั้งต่อรอบ  ทำ 2 รอบ

 

ท่าที่ 6 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก

รูปที่ 12

ท่าเริ่มต้น : นอนตะแคง ขาล่าง งอมาข้างหน้า เพื่อเพิ่มความมั่นคง ขาที่อยู่ด้านบนเหยียดตรง

ท่าออกกำลังกาย : เหยียดขาข้างบนให้ตรงพร้อมกระดกข้อเท้า เหยียดไปด้านหลังเล็กน้อย (ให้รู้สึกว่าเป็นการเกร็งก้น โดยไม่แอ่นหลัง) แล้วกางขึ้นค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นนำขาลงช้า ๆ (ดังรูปที่ 12 ) ทำ 10 ครั้งต่อรอบ  ทำ 2 รอบ แล้วสลับทำอีกข้างหนึ่ง

 

ทั้งนี้จำนวนครั้งและเวลาที่ทำค้างไว้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความสามารถของว่าที่คุณแม่แต่ละท่าน ส่วนสถานที่ในการออกกำลังกาย ควรเลือกสถานที่อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบอ้าว สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายอากาศถ่ายเทง่าย(1,2) ดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน – หลัง และระหว่างการออกกำลังกาย (1,2,4) ในระหว่างการออกกำลังกายอาจจะเปิดดนตรีที่ช่วยให้ผ่อนคลายร่วมด้วย (1)

ควรหยุดการออกกำลังกายเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้(4)

  • มีเลือดออกจากช่องคลอด
  • เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
  • หอบเหนื่อย หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ปวดหรือบวมที่น่อง
  • น้ำคร่ำรั่วก่อนกำหนด
  • เด็กดิ้นน้อยลง

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ(1,3)

  • ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่ดี ปรับร่างกายให้รับกับสภาพที่เปลี่ยนแปลง และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตลอดจนพัฒนาลักษณะท่าทางที่ดี
  • เตรียมความพร้อมในการคลอด
  • ช่วยให้การฟื้นตัวหลังคลอดอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันและบรรเทาปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

 

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ว่าที่คุณแม่ยังต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เพราะสารอาหารมีผลโดยตรงต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์  เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และที่ขาดไม่ได้คือ ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิค(3) 

ส่วนปัญหาระบบขับปัสสาวะหลังคลอด ทั้งกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปัสสาวะไม่ออก แก้โดยบริหารอุ้งเชิงกราน (Pelvic floor exercises) (1,4) สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติเริ่มทำได้ตั้งแต่หลังจากคลอด 24 ชั่วโมงไปแล้ว เริ่มจากการทำไม่นานและจำนวนครั้งน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาและจำนวนครั้งมากขึ้น(1)

เมื่อทำการบริหารร่างกายหลังคลอดภายหลัง 6-8 สัปดาห์แล้ว คุณแม่ควรจะมีสุขภาพที่กลับมาเป็นปกติ แต่ยังควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่มีการปะทะ หรือกีฬาที่มีการแข่งขันกันอย่างน้อย 3 เดือนหรือนานกว่านั้น การรักษาสุขภาพให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว เป็นสิ่งที่จำเป็นในการกลับคืนสู่ชีวิตการทำงาน และชีวิตประจำวัน(1)

เรียบเรียงโดย กภ.มณฑาทิพย์ เทพทอง

เอกสารอ้างอิง

  1. กรกฎ เห็นแสงวิลัย. กายภาพบำบัดในสุขภาพสตรี.พิมพ์ครั้งที่ 3. ม.ป.ท.: คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่;
  2. Abdulla A, Abdulla F. Exercise and pregnancy. MEJFM. 2004;2 (2).
  3. Jones J, Housman J, McAleese W. Exercise, nutrition and weight management during pregnancy. Am J Health Stud. 2010 Sep 1;25(3):120-128.
  4. Kader M, Shuchana S N. Physical activity and exercise during pregnancy. Eur J Physiother. 2014 Mar 1;16(1):2–9.
Post Views: 8,374
Share
1

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.