mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

เท้าพลิกบ่อยจัง ทำอย่างไรดี?

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • เท้าพลิกบ่อยจัง ทำอย่างไรดี?

เท้าพลิกบ่อยจัง ทำอย่างไรดี?

กุมภาพันธ์ 1, 2017
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • เท้าพลิก

เมื่อเท้าพลิก ส่วนใหญ่พบว่าจะมีอาการเจ็บปวดตามมา ผู้ป่วยจึงไปพบนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เพื่อรักษาอาการให้หายเจ็บปวด หรือพักฟื้นเองจนอาการลดลง หลังจากอาการเจ็บไม่มีแล้ว โดยทั่วไปผู้ที่มีประวัติข้อเท้าพลิกจะคิดว่าข้อเท้าปกติและพร้อมใช้งานได้เต็มที่ แต่ในหลายๆ กรณีหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้วจะพบว่า เมื่อเคยเท้าพลิกแล้วครั้งหนึ่งจะมีประสบการณ์เท้าพลิกในเท้าข้างเดิมซ้ำๆตามมา [1,2]

แล้วทำไมเราถึงมีโอกาสเท้าพลิกซ้ำได้อีก?

ข้อเท้าของเรามีเยื่อหุ้มข้อต่อ (Joint capsule) และเอ็น (Ligament) อยู่รอบๆ มีหน้าที่สร้างความมั่นคงให้กับข้อต่อ โดยในเยื่อหุ้มข้อต่อและเอ็นเหล่านี้ มีตัวรับความรู้สึก (Receptor) ของข้อต่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ (Proprioceptive sense) [1,2,3,4]

ระบบประสาทรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อมีหน้าที่ในการรับรู้ของตำแหน่งข้อต่อ, ทิศทางการเคลื่อนไหว และความเร่ง (เร็วหรือช้า) ของข้อต่อนั้นๆ โดยการทำงานจะเกี่ยวข้องกับระบบป้องกันอัตโนมัติของร่างกาย เช่นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด (เท้าพลิก เป็นต้น) ตัวรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อจะส่งกระแสประสาทขึ้นไปยังสมอง สมองจะรับรู้และตอบสนองกลับลงมาผ่านกระแสประสาทขาลง ทำให้เกิดการตอบสนองอัตโนมัติ [2,3,4] เช่น

  • มีการหดตัวของกล้ามเนื้อด้านข้างของขา (Peroneal muscles) ในข้างที่มีการพลิก
  • ช่วงเวลาที่ขาฝั่งตรงข้ามยกลอยจากพื้น (Swing phase) จะลดลง
  • เกิดการกางแขนเพื่อป้องกันการล้ม

ผู้ที่เคยเท้าพลิกและเกิดการบาดเจ็บมาก่อน ทำให้เยื่อหุ้มข้อและเอ็นบาดเจ็บเสียหาย จะเกิดความบกพร่องของการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ ปฏิกิริยาการตอบสนองอัตโนมัติมีความล่าช้าลง และเพิ่มโอกาสการบาดเจ็บซ้ำได้ง่ายขึ้น และหากบาดเจ็บซ้ำๆ บ่อยๆ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นข้อเท้าหลวมได้ (Chronic ankle instability) [2,7]

ทำอย่างไร จึงจะลดโอกาสการบาดเจ็บซ้ำ และกระตุ้นการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อได้?

หลังจากเท้าพลิกแล้ว เมื่ออาการปวดและบวมเริ่มลดลง และสามารถเดินลงน้ำหนักที่เท้าได้ ให้ออกกำลังกายรอบข้อเท้าเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวและกำลังกล้ามเนื้อ ร่วมไปกับการฝึกกระตุ้นการรับรู้ของข้อต่อ โดยการฝึกการทรงตัว จะเป็นการกระตุ้นหน้าที่ของการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อที่เสียหายให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น [1,2,4]

การฝึกการทรงตัว(Balance training) มีหลายวิธีด้วยกัน โดยการฝึกนั้น ต้องเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ง่ายก่อน และเพิ่มระดับความยากให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการรับรู้ของข้อต่อและการประสานงานของกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าให้มากขึ้นตามไปด้วย

ผู้ฝึกควรที่จะสามารถเดินลงน้ำหนักที่ข้อเท้าได้เต็มที่โดยไม่มีอาการเจ็บข้อเท้า เริ่มต้นให้ฝึกการทรงตัวแบบนิ่งเป็นเวลาประมาณ 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงเริ่มฝึกการทรงตัวแบบเคลื่อนไหวในสัปดาห์ที่ 5 ร่วมกับการฝึกการทรงตัวแบบนิ่งร่วมด้วย โดยก่อนเริ่มฝึกการทรงตัวแบบเคลื่อนไหว ไม่ควรมีอาการปวดมากขึ้นหรือมีการอักเสบของข้อเท้าระหว่างการฝึก ควรฝึกเป็นประจำประมาณ 10 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3 วัน เป็นเวลาต่อเนื่องนาน 6 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย [4,5,6] เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฝึกนั้นจำแนกได้เป็นสองประเภท [5]

    1. การฝึกการทรงตัวแบบนิ่งบนขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บเพียงข้างเดียว โดยเรียงลำดับจากง่ายไปยาก ดังต่อไปนี้

1-1

1.1 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว กางแขนสองข้างบนพื้นแข็งขณะลืมตา

1-2

1.2 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว แขนกอดอกบนพื้นแข็งขณะลืมตา

1-3

1.3 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว กางแขนสองข้าง บนพื้นนุ่มขณะลืมตา

1-4

1.4 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว แขนกอดอก บนพื้นนุ่มขณะลืมตา

1-5

1.5 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว กางแขนสองข้างบนพื้นแข็งขณะหลับตา

1-6

1.6 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว แขนกอดอกบนพื้นแข็งขณะหลับตา

1-7

1.7 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว กางแขนสองข้างบนพื้นนุ่มขณะหลับตา

1-8

1.8 ฝึกยืนบนขาข้างเดียว แขนกอดอกบนพื้นนุ่มขณะหลับตา

การฝึกควรอยู่ใกล้กำแพงและสามารถยึดจับกำแพงหรือลืมตาได้ในขณะที่รู้สึกไม่มั่นคง ในการฝึกแต่ละครั้งให้ทำเป็นระยะเวลา 30 วินาที จำนวน 3 รอบ โดยมีช่วงพักในแต่ละรอบนาน 30 วินาที [5,6] หากทำได้โดยเท้าข้างที่ยกไม่แตะพื้นติดต่อกันทั้ง 3 รอบ ให้เพิ่มระดับความยากมากขึ้นตามลำดับในคราวถัดไป

  1. การฝึกการทรงตัวแบบเคลื่อนไหว โดยการกระโดดบนขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บเพียงข้างเดียวในทิศทางต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย 4 ทิศทาง ดังรูป

1-2-2017 15-24-40

 

1-2-2017 15-25-08

2-1

2-2

กระโดดไปตามทิศทางที่ต้องการจะไป และกระโดดกลับ 10 ครั้ง เพื่อมายังตำแหน่งเดิม โดยมีระยะห่างในแต่ละจุด 45 เซนติเมตร โดยเรียงลำดับจากง่ายไปยาก ดังต่อไปนี้

2.1 ขณะกระโดด ให้กางแขนเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะทรงตัว

2.2 ขณะกระโดด กอดอก (ดังรูป) เพื่อลดความมั่นคงขณะทรงตัว

เมื่อผู้ฝึกกระโดดกางแขนไปและกลับได้ในทุกทิศทาง โดยเท้าข้างที่ยกลอยไม่แตะพื้นแล้ว จึงค่อยเพิ่มระดับความยากโดยการกอดอกเพื่อลดความมั่นคง

บุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงในการฝึกการทรงตัวแบบเคลื่อนไหว ได้แก่

  • ถ้าข้อเท้ายังคงมีอาการปวด และ/หรือ บวมปรากฏอยู่อย่างชัดเจน
  • ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะกระดูกบาง / กระดูกพรุน
  • ผู้ที่มีประวัติข้อเท้าพลิกซ้ำๆ และส่งผลต่อระดับความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดิน, การกระโดด, การทำงาน, การเล่นกีฬา เป็นต้น
  • มีอาการเจ็บบริเวณส่วนอื่นๆ ของร่างกายขณะมีการเดิน หรือกระโดด เช่น มีอาการเจ็บหัวเข่า

บุคคลเหล่านี้ควรได้รับการตรวจประเมินและคำแนะนำในการฝึกจากนักกายภาพบำบัด

เมื่อข้อเท้าบาดเจ็บซ้ำๆ จนสูญเสียความมั่นคงในการยืน เดิน หรือใช้ชีวิตประจำวัน ก็อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงมากขึ้นตามมาได้ วิธีออกกำลังกายเพื่อลดโอกาสในการบาดเจ็บซ้ำของข้อเท้าจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น และควรมีวินัยในการฝึกฝนเพื่อให้ข้อเท้ามีการใช้งานที่ดีขึ้น และมั่นคงใกล้เคียงปกติมากที่สุด

กภ. วรท เอกพินิจพิทยา

เอกสารอ้างอิง

  1. Cailliet R. Injuries to the ankle. Foot and ankle pain. 2nd ed. Singapore: Info Access & Distribution Pte Ltd; 1992. p. 148-58
  2. Cooper PS. Proprioception in injury prevention and rehabilitation of ankle sprains. In: Sammarco GJ, editor. Rehabilitation of the foot and ankle. Missouri: Mosby; 1995. p. 95-105
  3. Billek-sawhney B, Perry SB. Coordination and proprioception. In: Huber FE, Wells CL, editors. Therapeutic exercise: treatment for progression. Missouri: Saunders Elsevier; 2006. p. 174-211
  4. Lefever SL. Closed kinetic training. In: Brody LT, Hall CM, editors. Therapeutic exercise moving toward function. 3rd ed. Philadelphia: Wolterskluwer; 2011. p. 313-39
  5. McKeon PO, Ingersoll CD, Kerrigan DC, Saliba E, Bennett BC, Hertel J. Balance training improves function and postural control in those with chronic ankle instability. Med Sci Sports Exerc. 2008;40(10):1810-9.
  6. Bernier JN, Perrin DH. Effect of coordination training on proprioception of the functionally unstable ankle. J Orthop Sports Phys Ther. 1998;27(4):264-75.
  7. ระบบประสาทการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อในนาฏศิลปินไทย, วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ, 2555,ปีที่14, ฉบับที่27, หน้า 77-84
Post Views: 5,058
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.