mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ออกกำลังกายในเบาหวานอย่างไรให้ปลอดภัย

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางด้านการยศาสตร์
  • ออกกำลังกายในเบาหวานอย่างไรให้ปลอดภัย

ออกกำลังกายในเบาหวานอย่างไรให้ปลอดภัย

กันยายน 25, 2018
Categories
  • กายภาพบำบัดทางด้านการยศาสตร์
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ออกกำลังกาย
  • ออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวาน
  • เบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศ เป็นภาวะที่พบว่าผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ หากไม่ได้รับการควบคุมการรับประทานอาหารและดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะนำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนในหลายระบบของร่างกายได้ เช่น โรคแทรกซ้อนทางด้านตา โรคทางระบบเส้นเลือดและหัวใจ โรคทางระบบประสาท โรคแทรกซ้อนทางไต เป็นต้น(1) ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอและดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี

การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์รับรองว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะการออกกำลังกายช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นไปตามเป้าหมายการรักษาได้

ประเภทของการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานพบว่ามีประโยชน์เนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจจะทำงาน โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (เช่น กล้ามเนื้อขา, สะโพก, ต้นแขน เป็นต้น)จะยิ่งเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ประเภทของการออกกำลังกายที่แนะนำมี 3 ประเภท ดังนี้

1.การออกกำลังกายแบบแอโรบิค

การออกกำลังกายประเภทนี้ ได้แก่ การเดิน, การวิ่ง, การเต้นแอโรบิค, การปั่นจักรยาน(4)เป็นต้น ในผู้ป่วยเบาหวานมีคำแนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิค 150 นาทีต่อสัปดาห์(1, 3)สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มต้นออกกำลังกายสามารถเริ่มจาก 10 นาทีต่อรอบ 3 รอบต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ หากผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นอาจเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายเป็น 30 นาทีต่อรอบ 1 รอบต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ โดยให้ออกกำลังกายที่ความหนักระดับปานกลาง สามารถวัดระดับความหนักได้ด้วยตนเองโดยใช้ Talk test

Talk Test (การทดสอบระดับความหนักของการออกกำลังกายด้วยการพูด)
ระดับความหนักของการออกกำลังกาย ลักษณะการพูดขณะออกกำลังกาย
เบา สามารถพูดคุยได้ปกติ ร้องเพลงได้โดยไม่ติดขัด
ปานกลาง หายใจเร็วขึ้นพูดคุยได้จบประโยค แต่ไม่สามารถร้องเพลงได้จบประโยค
หนัก

รู้สึกเหนื่อยไม่สามารถพูดจบประโยคได้ต้องพักหายใจมีเสียงหอบเหนื่อย

2. การออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน

การออกกำลังกายแบบแรงต้านคือการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเช่น ต้นแขน ต้นขา หัวไหล่ หน้าท้อง หน้าอก ทำการเกร็งโดยใช้น้ำหนักและแรงโน้มถ่วงของตัวเอง

ตัวอย่างท่าออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน

 

ท่าที่ 1 นั่งบนเก้าอี้ให้เข่าอยู่ในท่างอ 90 องศา จากนั่งออกแรงเตะเข่าขึ้นให้ขาเหยียดตรงเท่าที่ทำได้

ทำ 8-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน ทำทั้งสองข้าง 2-3 วันต่อสัปดาห์

ท่าที่ 2 นั่งบนเก้าอี้ให้เข่าอยู่ในท่างอ 90° จากนั้นออกแรงงอสะโพกขึ้นสูงเท่าที่สามารถทำได้ โดยขณะงอสะโพกควรรักษาให้หลังตรงอยู่ตลอดทำ 8-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน ทำทั้งสองข้าง 2-3 วันต่อสัปดาห์

 

ท่าที่ 3 นั่งตัวตรงถือดัมเบลล์หรือขวดน้ำงอศอก 90° ออกแรงงอศอกขึ้นตามรูป

ทำ 8-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน2-3 วันต่อสัปดาห์

ท่าที่ 4 ยืนตัวตรงแขนแนบลำตัวพร้อมกับถือดัมเบลล์หรือขวดน้ำ จากนั้นออกแรงกางแขนโดยเหยียดศอกตรงทั้งสองพร้อมกัน ทำ 8-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน2-3 วันต่อสัปดาห์

3.การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

คือ การเตรียมพร้อมกล้ามเนื้อเพื่อการออกกำลังกาย เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อควรทำก่อนและหลังจากออกกำลังกายแบบแอโรบิคและการออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน

ยกตัวอย่างท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1 ยืนดังรูป นำขาข้างที่ต้องการยืดไว้ด้านหลังออกแรงดันกำแพงด้วยมือทั้งสองข้างจนรู้สึกตึงน่อง ยืดค้างไว้ 10-30 วินาที 2-4 ครั้ง

ท่าที่ 2 ยืนตัวตรงดังรูป ใช้มือพับเข่าข้างที่ต้องการยืด ให้รู้สึกตึงต้นขาด้านหน้า อีกมือหนึ่งจับเก้าเพื่อความมั่นคงยืดค้างไว้ 10-30 วินาที 2-4 ครั้ง

ท่าที่ 3 ยืนหรือนั่งตัวตรง พาดแขนดังรูป ให้รู้สึกตึงต้นแขนด้านหลังยืดค้างไว้ 10-30 วินาที 2-4 ครั้ง

ท่าที่ 4 ยืนตัวตรง เหยียดแขนสองข้างไปทางด้านหลังและประสานมือทั้งสองข้างดังรูป ให้รู้สึกตึงบริเวณหน้าไหล่ทั้งสองข้างยืดค้างไว้ 10-30 วินาที 2-4 ครั้ง

เคล็ดไม่ลับของการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวาน

คือ การตรวจนำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกาย เพื่อความปลอดภัยขณะออกกำลังกาย

ข้อควรระวังขณะออกกำลังกาย

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

สาเหตุที่เกิดภาวะน้ำตาลตกขณะออกกำลังกายมักเกิดจาก การใช้ยาที่มากเกินขนาด, ออกกำลังกายในช่วงที่ยาทำงานมากที่สุด, การฉีดยาเข้าบริเวณกล้ามเนื้อ (ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่1), รับประทานคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอก่อนออกกำลังกายอาการของภาวะนี้คือ ใจสั่น มือสั่น อ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก วิตกกังวล สับสน มึนงง อยากอาหาร หากน้ำตาลต่ำมาก อาจเป็นลมหมดสติได้ (2) หากมีอาการดังกล่าวควรปฏิบัติตัวตามนี้

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

มักพบในผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 300 มก./ดล, โดยปกติแล้วร่างกายจะขับน้ำตาลในเลือดออกทางปัสสาวะหากน้ำตาลสูงจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น เมื่อร่วมกับการออกกำลังกายที่มีการสูญเสียเหงื่ออาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ อาการของภาวะขาดน้ำ คือ กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ตาแห้ง ผิวแห้ง ปากแห้ง เป็นต้น หากมีอาการดังกล่าวควรหยุดออกกำลังกายและดื่มน้ำทดแทนทันที เราสามารถป้องกันภาวะขาดน้ำได้โดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมและดื่มน้ำให้เพียงพอ

คำแนะนำเพิ่มเติม

  1. ควรเลือกสถานที่ออกกำลังกายที่เหมาะสม อากาศปลอดโปร่ง ไม่อับชื้น ไม่มีแดดจ้า หรือร้อนเกินไป เพราะอากาศที่ร้อนจะทำให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้นเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลตก (Hypoglycemia) ได้
  2. ควรเลือกรูปแบบการรออกกำลังกายให้เหมาะสม เช่น หากมีอาการปวดเข่าไม่ควรเลือกการออกกำลังกายที่มีการกระโดดหรือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อเข่ามากนัก อาจต้องเปลี่ยนเป็นการเดินหรือวิ่งในน้ำ เป็นต้น
  3. ระมัดระวังอย่าให้เกิดแผล ควรใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่เหมาะสมในกันออกกำลังกาย เนื่องจากหากผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้แผลหายช้าได้

ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวาน

  1. ลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อระดับน้ำตาลลดลงก็จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน(5)
  2. ลดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ความไวต่ออินซูลินเพิ่มขึ้นและออกฤทธิ์ได้นานขึ้น(5)
  3. ควบควบคุมน้ำหนัก
  4. ลดระดับไขมันในเลือด
  5. ลดระดับความดันโลหิต
  6. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน
  7. เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของการร่างกาย(5)
  8. ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มการสร้างสังคม เพิ่มความมั่นใจและความภาคภูมิใจ
  9. ลดความเครียดจากการหลั่งของฮอร์โมน endorphin และ serotonin ในสมอง
  10. ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงผู้ป่วยจะใช้ยาน้อยลง

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นเบาหวานอยู่แล้ว หรือคนที่คุณรักเป็นเบาหวาน ก็สามารถชวนกันไปออกกำลังกายได้เพื่อสุขภาพตัวคุณเองและคนที่คุณรักอย่าลืมข้อแนะนำข้างต้นไปปรับใช้เพื่อความปลอดภัยในการออกกำลังกาย

 

                                                                       เรียบเรียงโดย กภ. สรินดา ศาตะมาน

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Riebe D, Ehrman KJ, Liguori G, Magal M, editor. ACSM’s guidelines for exercise testing and prescription 10th ed. China: Wolter Kluwer. 2017; p.268-275.
  2. FarinhaJB, Krause M, Rodrigues-Krause J, Reischak-Oliveira A. Exercise for type 1 diabetes mellitus management: General considerations and new directions.Med Hypotheses. 2017; 104:147-153.
  3. Little JP, Gillen JB, Percival ME, Safdar A, Tarnopolsky MA, Punthakee Z et al. Low-volume high-intensity interval training reduces hyperglycemia and increases muscle mitochondrial capacity in patients with type 2 diabetes.J Appl Physiol. 2011; 111.6:1554-1560.
  4. Takaishi T, Hayashi T.Stair ascending–descending exercise accelerates the decrease in postprandial hyperglycemia more efficiently than bicycle exercise.BMJ Open Diabetes Res Care.2017; 5.1:e000428.
  5. Gurudut P, Rajan AP. Immediate effect of passive static stretching versus resistance exercise on post prandial blood sugar levels in type 2 diabetes mellitus: a randomized clinical trial. J Exerc Rehabil. 2017; 13(5):581-587.
Post Views: 8,647
Share
2

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.