ธาราบำบัดในเด็กซีพี ช่วยอะไรได้บ้าง

ธาราบำบัด หรือ hydrotherapy คือ การรักษาทางกายภาพบำบัดรูปแบบหนึ่งที่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการรักษา โดยใช้คุณสมบัติของน้ำเป็นตัวช่วยในการรักษา คุณสมบัติของน้ำที่นำมาประยุกต์ใช้ในการรักษา เช่น แรงดันน้ำ แรงลอยตัว และอุณหภูมิของน้ำ การรักษาด้วยวิธีธาราบำบัดเป็นที่นิยมอย่างมากเนื่องจากการอยู่ในน้ำทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย ลดแรงที่กระทำต่อข้อต่อ ช่วยพยุงน้ำหนัก และช่วยในการเคลื่อนไหวได้ดี1,4
รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างแรงดันน้ำ
รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างแรงลอยตัว
ภาวะสมองพิการ หรือนิยมเรียกแบบย่อว่าซีพี (Cerebral palsy) เป็นความผิดปกติที่เกิดพยาธิสภาพแบบถาวรและไม่ลุกลามที่สมอง รอยโรคนี้ส่งผลให้เด็กเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว และมักเกิดร่วมกับปัญหาด้านอื่น เช่น การรับความรู้สึกต่าง ๆ การสื่อสาร และพฤติกรรม เป็นต้น ลักษณะอาการแสดงของภาวะสมองพิการส่วนใหญ่มักมีปัญหาด้านความตึงตัวของกล้ามเนื้อ กำลังกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง การทรงท่าไม่มั่นคง มีความทนทานในการทำกิจกรรมน้อย และปัญหาด้านการหายใจ เนื่องจากเคลื่อนไหวได้ลำบาก ส่งผลให้บางคนมีการขยับของกระบังลมค่อนข้างน้อย และเกิดปัญหาขึ้น ลักษณะอาการเหล่านี้ทำให้จำกัดการเคลื่อนไหวและการทรงท่า ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กไม่เป็นไปตามวัย2-4
การรักษาเด็กซีพีมีหลายวิธี การรักษาด้วยธาราบำบัดก็เป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยพัฒนาเด็กซีพีได้ โดยใช้คุณสมบัติของน้ำเพื่อช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหว บทความนี้จะแนะนำประโยชน์ของการฝึกธาราบำบัดในเด็กซีพีประเภทเกร็ง4-7
ประโยชน์ของการรักษาเด็กซีพีประเภทเกร็งในน้ำ4-7
- อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมสามารถลดอาการปวดหรือลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อได้
- เมื่ออยู่ในน้ำจะทำให้กล้ามเนื้อเด็กผ่อนคลายได้ดี ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
- แรงลอยตัวและแรงดันน้ำจะช่วยให้เด็กเคลื่อนไหวในน้ำ และขยับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ง่ายขึ้น
- แรงลอยตัวจะช่วยพยุงส่วนต่าง ๆ ลดแรงที่กระทำข้อต่อ ทำให้สามารถลดการบาดเจ็บในข้อต่อได้ และสามารถใช้ฝึกการทรงท่าให้เด็กได้ดี
- แรงดันน้ำสามารถเป็นแรงต้านเพื่อให้เด็กได้ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้อย่างเหมาะสมและไม่มากเกินไป
- การหายใจขณะที่ลำตัวอยู่ในน้ำจะเป็นการออกกำลังกายกระบังลมได้ ทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจแข็งแรงขึ้น
วิธีการพาเด็กลงน้ำ
- การพาเด็กซีพีลงน้ำ ควรมีผู้ฝึกประกบเด็กแบบ 1 ต่อ 1 เนื่องจากเด็กซีพีจะมีความตึงตัวหรืออาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ หากเกิดเหตุสุดวิสัยจะอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
- ผู้ฝึกค่อย ๆ อุ้มหรือพาเด็กไปนั่งข้างสระ วักน้ำรดตัวเด็กเพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับอุณหภูมิน้ำ หรือหากเด็กสามารถนั่งทรงตัวเองได้อาจให้เด็กนั่งหย่อนขาลงไปในน้ำ
- ผู้ฝึกลงน้ำก่อนแล้วจึงพาเด็กลงน้ำช้า ๆ ในบริเวณที่น้ำไม่ลึก ขณะเดียวกันอาจมีผู้ดูแลอีกคนที่สามารถพยุงหรือระวังความปลอดภัยได้อยู่ที่ข้างสระด้วย และให้เด็กทำความคุ้นเคยกับน้ำ อาจให้เด็กนั่งลงบนขาของผู้ฝึก
- ทำการออกกำลังกายในน้ำตามท่าที่เหมาะสมกับลักษณะอาการของเด็ก
ตัวอย่างการออกกำลังกายด้วยธาราบำบัด
- การเอียงตัวไปด้านข้าง
ให้เด็กนอนลอยตัวอยู่ในท่านอนหงาย ผู้ฝึกใช้โฟมรองบริเวณใต้คอและเอว ให้เด็กเอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย ผู้ฝึกจับตรึงหัวไหล่ไว้และเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ออกคำสั่งให้เด็กทำตัวให้ตรง เป็นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัว
รูปที่ 3 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายตามคำอธิบายในข้อที่ 1
- การยกแขน
ให้เด็กนอนลอยตัวอยู่ในท่านอนหงาย ผู้ฝึกใช้โฟมรองบริเวณใต้คอและเอว ผู้ฝึกจับให้เด็กงอศอกทั้งสองข้าง หุบแขนหมุนเข้าด้านในที่บริเวณข้างลำตัว หลังจากนั้นกระตุ้นโดยการกระตุกที่มือเล็กน้อยและบอกให้เด็กเหยียดศอก กางแขนและหมุนแขนออกด้านนอกวาดแขนขึ้นไปตามพื้นผิวน้ำไปจนถึงด้านบน และพากลับไปอยู่ในท่าเริ่มต้น
รูปที่ 4 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายตามคำอธิบายในข้อที่ 2
- การกางขา (ควรมีผู้ช่วยอีก 1 คนอยู่บริเวณทางศีรษะของเด็ก เพื่อป้องกันหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่เด็กเกิดอาการเกร็งจนศีรษะจมลงน้ำ)
ให้เด็กนอนลอยตัวอยู่ในท่านอนหงาย ผู้ฝึกใช้โฟมรองบริเวณใต้คอและเอว ผู้ฝึกจับบริเวณข้อเท้าทั้งสองข้าง ให้เด็กออกแรงกางขาข้างหนึ่ง โดยที่ผู้ฝึกใช้มือต้านให้ขาข้างนั้นอยู่กับที่ ขาอีกข้างของเด็กจะกางออกตามแนวระนาบพื้นน้ำ
รูปที่ 5 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายตามคำอธิบายในข้อที่ 3
ข้อควรระวังของการพาเด็กซีพีลงน้ำ6
- ผู้ฝึกควรเข้าใจธรรมชาติของเด็กซีพี และรู้ว่าเด็กที่จะฝึกนั้นมีลักษณะอาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร เพื่อที่จะสามารถรับมือในน้ำได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดอันตราย
- ผู้ฝึกควรเข้าใจพฤติกรรมและการตอบสนองของเด็ก เพื่อความเข้าใจในการสื่อสาร เด็กจะรู้สึกผ่อนคลายกับผู้ฝึกและมีความมั่นใจในการลงน้ำ
- หากพาเด็กลงน้ำเป็นครั้งแรก ควรมีผู้ฝึกอยู่กับเด็กในน้ำและมีผู้ช่วยอยู่ด้านข้างสระเพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือหากเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อเด็กตกใจหรือเกิดอันตรายขึ้น
ข้อห้ามในการฝึกธาราบำบัด1
- มีไข้ หรือไม่สบาย
- ผู้ที่มีโรคติดต่อทางผิวหนัง
- ผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบหัวใจและหลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือด
- ผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการรักษาด้วยวิธีฉายรังสี
- ผู้ที่เป็นโรคติดเชื้อต่าง ๆ
- ผู้ที่เป็นโรคหรือมีปัญหาทางระบบขับถ่าย
- ผู้ที่มีแผลเรื้อรังเน่าเปื่อย หรือแผลสด หากมีจำเป็นต้องรอให้แผลหายก่อน
- ผู้ที่กำลังมีประจำเดือน
- ผู้ที่เป็นโรคลมชัก หรือลมบ้าหมู
การออกกำลังกายในน้ำด้วยวิธีธาราบำบัดสามารถช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่าออกกำลังกายควรเป็นท่าเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถช่วยในด้านการเคลื่อนไหวและพัฒนาการได้ดี โดยเฉพาะการทำธาราบำบัดในเด็กซีพีซึ่งมีข้อควรระวังและลักษณะอาการที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละแบบ หากผู้ปกครองมีความสนใจการฝึกธาราบำบัด แนะนำให้ท่านปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อให้คำแนะนำและท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมแก่ลูกน้อยของท่าน
เรียบเรียงโดย กภ. ณัชชา เลิศอรุณวัฒนา
เอกสารอ้างอิง
- ประภาส โพธิ์ทองสุนันท์. ธาราบำบัด การบริหารกายในน้ำ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ฟันนี่พับบลิชชิ่ง; 2533.
- Rosenbaum P, Paneth N, Leviton A, Goldstein M, Bax M, Damiano D, et A report: the definition and classification of cerebral palsy April 2006. Dev Med Child Neurol Suppl. 2007;109(suppl 109):8-14.
- Graham HK, Selber P. Musculoskeletal aspects of cerebral palsy. J Bone Joint Surg. British volume. 2003;85(2):157-66.
- Duangkaew R, Jaidee S. Effect of hydrotherapy on balance of children with cerebral palsy. TMJ. 2017;17(2):182-93.
- Lai CJ, Liu WY, Yang TF, Chen CL, Wu CY, Chan RC. Pediatric aquatic therapy on motor function and enjoyment in children diagnosed with cerebral palsy of various motor severities. J Child Neurol. 2015 Feb;30(2):200-8.
- Roostaei M, Baharlouei H, Azadi H, Fragala-Pinkham MA. Effects of aquatic intervention on gross motor skills in children with cerebral palsy: a systematic review. Phys Occup Ther P 2017;37(5):496-515.
- Fragala-Pinkham MA, Smith HJ, Lombard KA, Barlow C, O’Neil ME. Aquatic aerobic exercise for children with cerebral palsy: a pilot intervention study. Physiother Theory P 2014;30(2):69-78.






