mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การออกกำลังกายหลังผ่าตัดข้อสะโพก ในผู้ป่วยข้อสะโพกหัก

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกายหลังผ่าตัดข้อสะโพก ในผู้ป่วยข้อสะโพกหัก

การออกกำลังกายหลังผ่าตัดข้อสะโพก ในผู้ป่วยข้อสะโพกหัก

ธันวาคม 18, 2020
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ข้อสะโพกหัก
  • ผ่าตัดข้อสะโพก
  • ผู้ป่วยข้อสะโพกหัก
  • ออกกำลังกายหลังผ่าตัดข้อสะโพก

กระดูกข้อสะโพกเป็นข้อต่อที่พบการหักได้บ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากปัจจัยด้านมวลกระดูกที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงปัจจัยด้านความสามารถในการทรงตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการล้ม ในชีวิตประจำวันและจากอุบัติเหตุต่าง ๆ โดยภาวะข้อสะโพกหักนั้นสามารถพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 2-3 เท่า (1) เมื่อผู้ป่วยมีภาวะข้อสะโพกหักนั้นจะสามารถมีโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้จากการที่ไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เช่นภาวะแผลกดทับ หรือ ภาวะหลอดเลือดดำอุดตันภาวะปอดอักเสบ เป็นต้น ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจพัฒนาไปเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้อีกด้วย นอกจากนี้หลังการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกที่หัก หากไม่ดูแลฟื้นฟูอย่างถูกวิธีก็อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้เช่นกัน โดยพบว่า 50% ของผู้ป่วยข้อสะโพกหักจะกลายเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการใช้ชีวิตประจำวัน (1) ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยข้อสะโพกหักนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญและควรให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกวิธี

ภายหลังการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหักเพื่อยึดข้อสะโพกเข้าด้วยกันแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจึงจะเริ่มลงน้ำหนักได้บางส่วนตามการประเมินของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด โดยมักจะเริ่มฝึกลงน้ำหนัก และฝึกเดินด้วยโครงช่วยเดิน (วอร์คเกอร์) นอกจากนี้หากผู้ป่วยเริ่มลงน้ำหนักได้แล้ว ผู้ป่วยก็ควรออกกำลังกายและฝึกการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะตามมาได้ รวมทั้งเป็นการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันให้คืนกลับมาอย่างมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดอีกด้วย

ในช่วงแรกของการพักฟื้น ผู้ป่วยอาจจะยังไม่สามารถลุกขึ้นนั่งหรือยืนเดินได้ ดังนั้นช่วงเวลาที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยควรจะมีการขยับและเคลื่อนไหวเพื่อเป็นการรักษากำลังกล้ามเนื้อ และป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากการไม่ได้ขยับเป็นเวลานาน

  1. ท่ากระดกปลายเท้า ให้เหยียดข้อเท้า ขึ้นและลง สลับกัน โดยเหยียดไปให้สุดทั้งสองด้าน

  1. ท่าลากเท้า ให้ตั้งเข่าขึ้นบนเตียงจากนั้นลากเท้าเข้าและออกอย่างช้า ๆ ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกต้องระวังไม่ให้ข้อสะโพกงอมาจนเกิน 90° ในด้านที่ได้รับการผ่าตัด

ทั้งสองท่าสามารถทำได้เรื่อย ๆ ตลอดเมื่ออยู่บนเตียง หรือทำทุก ๆ ชั่วโมง รอบละ 20 – 30 ครั้ง

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพก

หลังได้รับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรฟื้นฟูและสร้างกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกให้มากขึ้นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของข้อสะโพก เพื่อใช้ในการรับน้ำหนัก การทรงตัว และ การเคลื่อนไหวที่ดีต่อไป (2)

  1. ออกกำลังกายกล้ามเนื้อเหยียดและกางขา

ท่าเริ่มต้น ยืนตรง มือจับราวหรือสิ่งที่มั่นคง จากนั้นค่อย ๆ เยียดขาไปยังด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย กางขาไปด้านข้าง เหยียดขาไปด้านหน้า และเหยียดขาไปด้านหลัง โดยให้ทำทีละด้านแต่ละครั้งพยายามคุมสะโพกและลำตัวให้ตรง ทำซ้ำทั้งหมดด้านละ 15 ครั้ง  และทำซ้ำ 3 รอบ

  1. ออกกำลังกายกล้ามเนื้อสะโพก clam shell

ท่าเริ่มต้น นอนตะแคงงอเข่าซ้อนกันสองข้าง ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมา ให้หาหมอนมารองระหว่างขาเพื่อป้องกันการหุบขา จากนั้นค่อย ๆ กางเข่าขึ้นโดยให้เท้ายังติดกันอยู่ และพยายามคุมสะโพกให้ตั้งตรงทำซ้ำ15 ครั้ง 3 รอบ

  1. ออกกำลังกายกล้ามเนื้อสะโพก bridging

ท่าเริ่มต้น นอนหงายชันเข่าขึ้น กางขาระดับสะโพก ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 15 ครั้ง 3 รอบ

การออกกำลังกายเพื่อฝึกการลงน้ำหนัก 

ความสามารถในการลงน้ำหนักของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเมื่อสามารถลงน้ำหนักได้ดีจะส่งผลดีโดยตรงต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้งช่วยเพิ่มความสามารถการพึ่งพาตัวเอง อีกทั้งการลงน้ำหนักเต็มที่ในข้างที่ได้รับการผ่าตัดนั้น ไม่ได้ส่งผลเสียหรือทำให้เพิ่มแรงกระทำต่อข้อสะโพก มากไปกว่าการลงน้ำหนักขาเพียงบางส่วนอีกด้วย (3)

  1. การฝึกลงน้ำหนักให้เท่ากันทั้งสองข้าง

ท่าเริ่มต้น ยืนกางขาระดับสะโพกในโครงช่วยเดิน และใช้มือทั้งสองข้างจับราวจับให้มั่นคง จากนั้นค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักตัวไปยังขาข้างที่ผ่าสะโพกเพื่อให้การลงน้ำหนักที่ขาทั้งสองข้างใกล้เคียงกันมากที่สุดโดยไม่ให้รู้สึกเจ็บมากจนเกินไป ค้างไว้ 5-10 วินาที หรือเท่าที่ไหว แล้วค่อย ๆ ผ่อนแรงกลับไปในจุดที่ไม่มีอาการเจ็บอย่างช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง

  1. การฝึกลงน้ำหนักเพื่อการพยุงตัวในการก้าวขึ้นบันได

ท่าเริ่มต้น ยืนหน้าต่อพื้นต่างระดับหรือขั้นบันได โดยให้มือสามารถเอื้อมจับราวเพื่อพยุงตัวได้ จากนั้นค่อย ๆ ก้าวขาข้างที่บาดเจ็บขึ้นไปวางบนขั้นค่อย ๆ กดถ่ายน้ำหนักลงคล้ายจะเหยียดตัวขึ้นบันได คุมแรงกดให้พอประมาณเท่าที่รู้สึกไม่เจ็บจนเกินไป จากนั้นผ่อนแรงกลับมาลงน้ำหนักที่ขาด้านหลังและทำซ้ำ 10 ครั้ง

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการทรงตัว

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการทรงตัวนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อสะโพกหักเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการล้มหรือบาดเจ็บซ้ำ และยังสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อีกด้วย (4)

  1. ยืนแตะเท้าตามทิศต่าง ๆ

ท่าเริ่มต้น ยืนไม่จับราว แต่อาจจะมีราวจับหรือคนคอยสังเกตอยู่ใกล้ ๆ เพื่อช่วยเหลือหากผู้ป่วยมีอาการเซหรือทรงตัวไม่อยู่ จากนั้นค่อย ๆ ก้าวขาไปแตะที่ทิศต่าง ๆ ตามคำบอก โดยเริ่มต้นอาจใช้ขาข้างที่ได้รับการผ่าตัดในการก้าวเพื่อให้ขาข้างปกติทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักขณะก้าว แต่ถ้าหากขาที่ได้รับการผ่าตัดสามารถรับน้ำหนักได้ดีแล้วอาจใช้ขาข้างที่ผ่าตัดเป็นขาที่ยืนเป็นหลักได้เพื่อฝึกการลงน้ำหนักและการควบคุมการทรงตัว โดยให้แตะตามทิศต่าง ๆ 8 ทิศ ตามแนวตรงและแนวทแยงมุม ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ด้านซ้ายเฉียงหน้า เป็นต้น โดยทำตามคำบอกของผู้ดูแลแบบสุ่ม ทิศละ 10

  1. เดินต่อเท้า

ท่าเริ่มต้น ยืนปกติจากนั้นค่อย ๆ ก้าวขาไปข้างหน้าโดยให้ส้นเท้าต่อกับปลายเท้าอีกข้างนึงสลับกันไปต่อเนื่องประมาณ 10 ก้าว จากนั้นให้พักมายืนในท่าปกติ และเดินซ้ำ 3-5 รอบ

การออกกำลังกายเพื่อฝึกระบบการหายใจ 

ระบบการหายใจเป็นอีกระบบหนึ่งที่มีความสำคัญและมักถูกมองข้าม เนื่องจากผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อสะโพกในช่วงพักฟื้นที่โรงพยาบาล หรือช่วงแรกของการฟื้นฟูอาจจะยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากนัก ทำให้การรับออกซิเจนและระบบการทำงานของทางเดินหายใจไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้ง่าย เช่น การมีเสมหะคั่งค้างหรือรูปแบบการหายใจเปลี่ยนไปหายใจสั้นและตื้นเป็นต้น และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคปอดอักเสบขณะพักรักษาตัวอีกด้วย (5)

โดยวิธีการฝึกหายใจเบื้องต้นนั้น สามารถทำได้โดยให้ผู้ป่วยวางมือที่บริเวณหน้าท้องใต้ลิ้นปี่ และบริเวณทรวงอกส่วนบน จากนั้นค่อย ๆ หายใจเข้าลึกให้รู้สึกว่าหน้าท้องป่องออกขึ้นด้านหน้าให้มากที่สุด จากนั้นให้เป่าลมออกทางปากช้า ๆ นำลมออกให้สุดจนหน้าท้องแฟบลง และหน้าอกส่วนบนเคลื่อนตัวลงมากที่สุด โดยทั้งระหว่างหายใจเข้าและหายใจออกนั้นให้ทำอย่างผ่อนคลาย พยายามไม่เกร็งหรือตั้งใจมากจนเกินไป ทำซ้ำประมาณ 5 รอบการหายใจ หลังจากนั้นให้กลับมาหายใจแบบปกติ โดยการฝึกหายใจนี้สามารถออกกำลังกายร่วมกับการทำท่าเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของทรวงอกได้ดังนี้

  1. ช่วงหายใจเข้าลึก ให้ยกแขนขึ้นด้านหน้าจากนั้นค่อย ๆ ยกแขนลงตามภาพพร้อมเป่าลมออกทางปากช้า ๆ

        หายใจเข้า               หายใจออก

  1. ช่วงหายใจเข้าลึก ให้ยกแขนขึ้นด้านข้างและเอียงตัวไปตามภาพจากนั้นค่อย ๆ ยกแขนลงพร้อมเป่าลมออกทางปากช้า ๆ ทำสลับกันสองข้าง

        หายใจเข้า               หายใจออก

  1. ใช้สองมือประสานมือกันเฉียงขึ้นจากมุมด้านล่าง แล้วทแยงเฉียงขึ้นไปฝั่งตรงข้ามพร้อมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นค่อย ๆ ยกแขนลงเฉียงกลับมาตำแหน่งเดิมพร้อมเป่าลมออกทางปากช้า ๆ

          หายใจเข้า                              หายใจออก

เรียบเรียงโดย กภ.ดุสิตา วงศ์สง่าศรี

เอกสารอ้างอิง

  1. มลฤดี เพ็ชร์ลมุล, สุภาพ อารีเอื้อ. การชะลอการผ่าตัดในผู้ป่วยสูงอายุที่กระดูกสะโพกหัก: ปรากฏการณ์ทางคลินิกที่ท้าทายการจัดการ.Rama Nurs J. May – August 2009. Vol. 15 No.2.
  2. เมธาพร มั่นคง. กล้ามเนื้อสะโพกนั้น สำคัญอย่างไร. [Internet]. 2020 [cited 2020 OCT15]. Availablefrom: https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/?p=1699
  3. Pfeufer D. Weight‐bearing restrictions reduce postoperative mobility in elderly hip fracture patients. Arch Orthop Trauma Surg. 2009; 139:1253–1259.
  4. Moseley AM, Sherrington C, Lord SR, Barraclough E, St George RJ, Cameron ID. Mobility training     after hip fracture: a randomised controlled trial. Age ageing. 2009;38:74–80.
  5. Ståhl A, Westerdahl E. Postoperative physical therapy to prevent hospital-acquired pneumonia in      patients pver 80 years undergoing hip fracture surgery—A quasi-experimental study. Clin interv aging. 2020;15 1821–1829.
  6. Lee SY. Effect of balance training after hip fracture surgery:A systematic review and meta-analysis of         randomizedcontrolled studies. J Gerontol A Biol Sci Med Sci. 2019.  74 No.10:1679–1685.
Post Views: 6,789
Share
1

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.