mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • การกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

การกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

กุมภาพันธ์ 18, 2021
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
  • โรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลากหลายที่เป็นทางเลือกในการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง การรักษาด้วยการกระตุ้นไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial direct current stimulation หรือ tDCS) เป็นเทคนิคการรักษาหนึ่งที่ไม่รุกรานทางสมองและไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด โดยใช้แผ่นอิเล็กโทรด 1 คู่ เป็นตัวส่งผ่านไฟฟ้ากระแสตรงอย่างอ่อน ประมาณ 1 -2 mA ไปยังกะโหลกศีรษะ แผ่นอิเล็กโทรดจะเชื่อมต่อกับขั้วแอโนด (anode) กับ ขั้วแคโทด (cathode) การกระตุ้นด้วยขั้วแอโนดหรือขั้วบวก สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองบริเวณใต้ขั้ว และขั้วแคโทดหรือขั้วลบจะเกิดการยับยั้งการทำงานของสมองที่ใต้ขั้ว3 ด้วยผลของการกระตุ้นใต้ขั้วที่มีความแตกต่างกันนี้ ทำให้มีการนำเอา tDCS มาใช้ในทางระบบประสาทได้อย่างหลากหลาย ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา จะวางขั้วกระตุ้นไว้ที่ตำแหน่งสมองที่ต้องการกระตุ้น เช่น ตำแหน่งมอเตอร์ (motor area) ตำแหน่งสมองส่วนหน้า (frontral area) และอีกขั้วจะเป็นขั้วอ้างอิง (reference electrode) ที่มักจะวางอยู่ที่ตำแหน่งเหนือกะโหลกเบ้าตาด้านตรงข้าม (contralateral supraorbitral area)

ภาพจาก https://neuromtl.com/technology/transcranial-direct-current-stimulation-tdcs/

กลไกการทำงานของการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ หรือ tDCS7 เชื่อกันว่าทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนความต่างศักย์ของเซลล์ประสาทในระยะพัก (resting membrane potential) จากการศึกษาพบว่าเซลล์ประสาทใต้ขั้วแคโทด จะเกิดความเป็นความเป็นขั้วเพิ่มขึ้น หรือ ความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าในเซลล์และนอกเซลล์เพิ่มขึ้น (hyperpolarization) ทำให้การกระตุ้นเซลล์ประสาทนั้น ๆ ให้เกิด action potential ได้ยากขึ้น จึงเป็นการยับยั้งการทำงานของสมอง ในส่วนของเซลล์ประสาทใต้ขั้วแอโนด จะเกิดการเพิ่มขึ้นของ resting membrane potential จากการเพิ่มการทำงานของช่องแคลเซี่ยม (Calcium channel) ในระยะพักเข้าเซลล์มากขึ้น ความเป็นขั้วลดลงหรือความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าในเซลล์และนอกเซลล์ลดลง จึงสามารถกระตุ้นให้เกิด action potential ได้ง่ายขึ้น1,3

จากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า tDCS ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น การเพิ่มความสามารถในการใช้มือ มีการเคลื่อนไหวของมือมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อขา เพิ่มความสามารถในการสื่อสารในผู้ป่วยที่มีปัญหาการรับรู้ความเข้าใจ และเพิ่มการรับความรู้สึกของมือข้างที่อ่อนแรง นอกจากนี้มีการศึกษาที่พบว่า เมื่อได้รับการกระตุ้นเป็นเวลา 10 – 30 นาที3 ในระยะเวลา 5 – 10 วัน จะช่วยให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพและมีผลคงค้างนานขึ้น5

อย่างไรก็ตามการรักษาด้วย tDCS มีข้อควรระวังในผู้ป่วยบางราย ได้แก่ ผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือ, มีบาดแผล/การติดเชื้อ/รอยโรค/เส้นเลือดอักเสบในบริเวณที่กระตุ้น มีประวัติเลือดออกง่าย มีประวัติชัก ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือ ผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมองระยะเฉียบพลัน

ด้านความปลอดภัย ในงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย3 เช่น การรู้สึกระคายเคืองหรือคันบริเวณใต้ขั้วกระตุ้น อาการเมื่อยล้า และอาการเบื่อาอาการ แต่ไม่พบว่ามีอันตรายร้ายแรงอื่น ๆ

นอกจากการฟื้นฟูสมองด้วยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงแล้ว การฝึกกล้ามเนื้อด้วยการทำกายภาพบำบัดก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อเกิดการเรียนรู้การใช้งาน เป็นการฟื้นฟูอย่างเต็มระบบ เปรียบเสมือนการซ่อมรถคนหนึ่ง เมื่อซ่อมเสร็จแล้วก็ต้องทดลองขับก่อนจึงจะรู้ว่ามันสมบูรณ์หรือไม่

ปัจจุบันทางศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ยังไม่เปิดบริการการรักษาด้วย tDCS แต่ยังมีการทำวิจัยการกระตุ้นสมองด้วย tDCS ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้เข้ารับบริการ โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ผู้ประสานงานโครงการ  เบอร์โทรศัพท์ 065-4949966

เรียบเรียงโดย กภ.สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Webster BR, Celnik PA, Cohen LG. Noninvasive brain stimulation in stroke rehabilitation. NeuroRx. 2006; 3:474-81.
  2. Williams JA, Imamura M, Fregni F. Updates on the use of non-invasive brain stimulation in physical and rehabilitation medicine. J Rehabil Med. 2009; 41:305-11.
  3. Nitsche MA, Cohen LG, Wassermann EM, Priori A, Lang N, Antal A, et al. Transcranial direct current stimulation: State of the art 2008. Brain Stimul. 2008; 1:206-23.
  4. วสุวัฒน์ กิติสมประยูรกุล, การกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial Direct Current Stimulation): เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร. 2556; 23(2): 37-40.
  5. Kim DY, Lim JY, Kang EK, You DS, Oh MK, Oh BM, et al. Effect of transcranial direct current stimulation on motor recovery in patients with subacute stroke. Am J Phys Med Rehabil. 2010;89:879-86.
  6. Lefaucheur JP, Antal A, Ayache SS, Benninger DH, Brunelin J, Filippo C, et al. Evidence-based guidelines on the therapeutic use of transcranial direct current stimulation (tDCS). Clin Neurophysiol. 2017; 56-92.
  7. ภารดี เอื้อวิชญาแพทย์, ณรงค์ เอื้อวิชญาแพทย์. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ: ศรีนครินทร์เวชสาร. 2554; 26(1):71-77.
Post Views: 1,546
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.