ปวดหลังส่วนบน…อาการปวดที่ไม่ควรมองข้าม ตอนที่ 1

เพราะอะไรอาการปวดหลังระดับอกหรือหลังส่วนบนถึงเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม
อาการปวดหลังส่วนบนเป็นอาการที่มักพบได้บ่อยในผู้ป่วยกลุ่มออฟฟิศซินโดรม ผู้ที่มีลักษณะไหล่ห่อ คอยื่น หลังค่อมบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่ได้มาด้วยอาการปวดหลังส่วนบนโดยตรง แต่มักจะตรวจพบความผิดปกติของกระดูกสันหลังระดับนี้ได้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอบ่า ปวดไหล่ และปวดหลังส่วนล่าง หลาย ๆ ครั้งผู้ป่วยกลุ่มนี้เมื่อได้รับการรักษาบริเวณกระดูกสันหลังระดับอกร่วมด้วยจะช่วยให้อาการปวดบริเวณต่าง ๆ ดีขึ้น (1)
จากที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่า กระดูกสันหลังระดับอกมีความเชื่อมโยงกับร่างกายในส่วนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งในบทความนี้จะเรียบเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับกระดูกสันหลังระดับอกหรือหลังส่วนบน ความสำคัญ อาการและอาการแสดง วิธีการดูแลเพื่อป้องกันอาการปวด รวมถึงการรักษาทางกายภาพบำบัด
ลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกสันหลัง (Anatomy of spines) (2)
กระดูกสันหลังเป็นอวัยวะสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณแกนกลางลำตัวของร่างกาย (รูปภาพที่ 1) มีทำหน้าที่หลักคือป้องกันอันตรายให้แก่ไขสันหลังและเส้นประสาทภายในโพรงกระดูกสันหลัง มีหมอนรองกระดูกคั่นกลางระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละระดับเพื่อรองรับแรงกดหรือกระแทกจากอิริยาบถต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ยังเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อต่าง ๆ เพื่อช่วยทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวในท่าทางต่าง ๆ ได้ โดยทั่วไปแล้วกระดูกสันหลังของคนเรามีทั้งหมด 26 ชิ้น 33 ระดับโดยวางตัวเรียงต่อกันยาวเริ่มจากฐานกะโหลกจนถึงก้นกบ แต่ละระดับมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้

- กระดูกสันหลังระดับคอ (Cervical spine) มี 7 ระดับ 7 ชิ้น ทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหวคอและศีรษะ มีหลอดเลือดแดงที่สำคัญคือ หลอดเลือดเวอร์ทีบรัล (vertebral artery) ซึ่งจะส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองและไขสันหลัง(รูปภาพที่ 2)

- กระดูกสันหลังระดับอกหรือหลังส่วนบน (Thoracic spine) มี 12 ระดับ 12 ชิ้น มีลักษณะพิเศษ คือ เชื่อมต่อกับกระดูกซี่โครง โดยกระดูกซี่โครงจะทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะภายในช่องอกที่สำคัญ ได้แก่ ปอดและหัวใจ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับกระดูกสะบักซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ การเชื่อมต่อดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้กระดูกสันหลังระดับอกมีการเคลื่อนไหวที่น้อยกว่าระดับอื่น และเมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ก็ตามที่ให้กระดูกสันหลังระดับอกบาดเจ็บ จะส่งผลต่อทั้ง กระดูกสันหลังระดับคอ เอว และข้อไหล่ ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดต่อไป (รูปภาพที่ 3)

- กระดูกสันหลังระดับเอว (Lumbar spine) มี 5 ระดับ 5 ชิ้น มีขนาดใหญ่มากกว่ากระดูกสันหลังส่วนอื่น เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องรองรับน้ำหนักของร่างกายส่วนบนมากที่สุด (รูปภาพที่ 4)

- กระดูกสันหลังระดับกระเบนเหน็บ (sacrum) มี 5 ระดับ เชื่อมติดกันเป็น 1 ชิ้น ทำหน้าที่เพิ่มความมั่นคงให้กับกระดูกเชิงกรานและยังเป็นทางออกของเส้นประสาทไขสันหลังอีกด้วย (รูปภาพที่ 5)

- กระดูกสันหลังระดับก้นกบ (coccyx) มี 4 ระดับ เชื่อมติดกันเป็น 1 ชิ้น ไม่ได้ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของร่างกาย แต่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อสะโพกมัดสำคัญ (รูปภาพที่ 6)

อาการปวดหลังระดับอกหรือหลังส่วนบนเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจากลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกสันหลังระดับอกจะเชื่อมโยงกับกระดูกหลายส่วน หากปล่อยให้อาการปวดเรื้อรังจะส่งให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีอาการตามมาได้ ดังนี้
- ปวดหลังส่วนบนสัมพันธ์กับอาการปวดคอ
- ปวดหลังส่วนบนสัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่าง
- ปวดหลังส่วนบนสัมพันธ์กับอาการปวดไหล่
-
ปวดหลังส่วนบนสัมพันธ์กับอาการปวดคอและหลังส่วนล่างอย่างไร
กระดูกสันหลังระดับคอและอกเป็นโครงสร้างที่อยู่ใกล้ชิดกันตามลักษณะทางกายวิภาคที่อธิบายข้างต้น เมื่อระดับใดระดับหนึ่งมีปัญหาจึงส่งผลถึงกัน มีงานวิจัยหลายงานที่ศึกษาความสัมพันธ์ของกระดูกสันหลังทั้งสองระดับนี้ ซึ่งพบว่า ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอหรือปวดหลังระดับอก มักจะพบภาวะไหล่ห่อและคอยื่น โดยภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้กระดูกสันหลังระดับคอเกิดการแอ่นมากเกินไป (Cervical hyperlordosis) ร่วมกับการโก่งตัวของกระดูกสันหลังระดับอกมากขึ้นหรือหลังค่อม (Thoracic hyperkyphosis) ส่งผลให้กระดูกสันหลังระดับอกเคลื่อนไหวได้น้อยลง กล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่เกาะบริเวณดังกล่าวเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเกิดการอักเสบตามมาได้ ในทางคลินิกผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการปวดหลังระดับอกก่อนและปวดตึงคอตามมา หรือเริ่มจากปวดคอบ่าและลามลงมาปวดหลังระดับอกก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น (3)
-
ปวดหลังส่วนบนสัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่าง
กระดูกสันหลังระดับเอวก็เป็นอีกส่วนที่อยู่ชิดกับกระดูกสันหลังระดับอกเช่นกัน มีงานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ของอาการปวดหลังส่วนอกและเอว พบว่า ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังระดับเอว นอกจากจะตรวจพบการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังระดับเอวลดลงแล้ว กระดูกสันหลังระดับอกก็เคลื่อนตัวได้น้อยลงเช่นกันโดยเฉพาะกระดูกสันหลังระดับอกส่วนล่าง (ชิ้นที่ 9 – 12 ) ดังนั้นเมื่อได้รับการรักษาที่ทำให้กระดูกสันหลังทั้งระดับเอวและอกเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น ก็จะทำให้อาการปวดลดลงได้ (4)
-
ปวดหลังส่วนบนสัมพันธ์กับอาการปวดไหล่อย่างไร
มีผลการศึกษาที่พบว่า ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดไหล่ เมื่อได้รับการรักษาด้วยการขยับข้อต่อกระดูกสันหลังระดับอก พบว่า อาการปวดไหล่จะลดลง ทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวไหล่ได้ดีขึ้น เพราะกระดูกสันหลังระดับอกมีความสัมพันธ์กับข้อไหล่และกระดูกสะบัก เนื่องจากข้อไหล่จะเชื่อมกับกระดูกสะบักที่วางตัวอยู่บนกระดูกซี่โครง ซึ่งกระดูกซี่โครงเป็นส่วนที่เชื่อมติดกับกระดูกสันหลังระดับอก ตามลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกสันหลังที่อธิบายไว้ข้างต้น ดังนั้นในผู้ที่มีอาการปวดตึงบริเวณกระดูกสันหลังระดับอกก็มีความเสี่ยงที่จะปวดไหล่ตามมาได้ (5)
จะเห็นได้ว่ากระดูกสันหลังระดับคอ เอว และข้อไหล่ ต่างก็ส่งผลต่อกระดูกสันหลังส่วนอกทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นข้อต่อที่อยู่ใกล้กัน ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการปวดบริเวณหลังส่วนบน การที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกวิธี ก็จะทำมีอาการปวดคอ หลังส่วนล่าง และไหล่ ตามมาได้ค่ะ
เรียบเรียงโดย กภ. สรินดา ศาตะมาน
เอกสารอ้างอิง
-
Heneghan NR, Gormley S, Hallam C, Rushton A. Management of thoracic spine pain and dysfunction: A survey of clinical practice in the UK. Musculoskelet Sci Pract. 2019;39:58-66.
-
Agur AMR, Dalley AF. Grant’s atlas of anatomy. 12th ed. Hong kong: Lippincott Williams & Wilkins, a Wolters Kluwer business; 2009
-
Joshi S, Balthillaya G, Neelapala YVR. Immediate effects of cervicothoracic junction mobilization versus thoracic manipulation on the range of motion and pain in mechanical neck pain with cervicothoracic junction dysfunction: a pilot randomized controlled trial. Chiropr Man Therap. 2020;28(1):38.
-
De Oliveira RF, Costa LOP, Nascimento LP, Rissato LL. Directed vertebral manipulation is not better than generic vertebral manipulation in patients with chronic low back pain: a randomised trial. J Physiother. 2020;66(3):174-9.
-
Silva ACD, Santos GM, Marques CMG, Marques JLB. Immediate Effects of Spinal Manipulationon Shoulder Motion Range and Pain inIndividuals With Shoulder Pain: A Randomized Trial. J Chiropr Med. 2019;18(1):19-26.




