mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

กายภาพบำบัดกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางเด็ก
  • กายภาพบำบัดกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA

กายภาพบำบัดกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA

มิถุนายน 14, 2022
Categories
  • กายภาพบำบัดทางเด็ก
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • SMA
  • Spinal muscular atrophy
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

“เด็กตัวนุ่มนิ่ม พัฒนาการช้า ไม่ค่อยเคลื่อนไหว” คำเหล่านี้เป็นข้อมูลที่มักได้จากผู้ปกครองอยู่บ่อย ๆ และภาวะหนึ่งที่มักพบอาการดังกล่าวได้คือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่มีอาการเหล่านี้จะเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA เสมอไป วันนี้ผมจึงอยากพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรคนี้มากขึ้น ไปพบกับเนื้อหาต่อจากนี้ได้เลยครับ

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA คืออะไร?

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA มีชื่อเต็มว่า Spinal muscular atrophy เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความบกพร่องของยีน Survival of motor neuron 1 (SMN1) บนโครโมโซมตำแหน่ง 5q11.2-q13.3 โดยทำให้มีการเสื่อมถอยหรือขาดหายไปของเซลล์ประสาทสั่งการ (motor neuron) ในไขสันหลังส่วนหน้า (anterior horn of spinal cord)1 ความรุนแรงและอาการแสดงจะแตกต่างกันออกไป โดยจำแนกตามช่วงอายุที่เริ่มมีอาการและความสามารถ (motor function) สูงสุดที่เด็กทำได้ อุบัติการณ์พบเด็กที่มีภาวะนี้คือ 1 คนใน 10,000 คน2 และเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตในทารกที่พบบ่อยที่สุด1, 2 การวินิจฉัยโรคทำโดยแพทย์ด้วยวิธีการตรวจเลือด

SMA มีกี่ประเภท?

SMA มี 5 ประเภทหลัก2 ดังนี้

  1. ประเภท 0 เด็กจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการแสดงตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาหรือแสดงทันทีหลังจากคลอดออกมา (fetal movement) ซึ่งจะมีอาการที่เคลื่อนไหวน้อย ความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำและมีภาวะการหายใจล้มเหลว
  2. ประเภท 1 เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด พบได้ 60% ของเด็กที่เป็นโรคนี้ทั้งหมด เด็กจะมีความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำ (hypotonia) พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ช้า (delayed motor milestones) และดูดนมได้ยากลำบาก จะมีอาการแสดงในเด็กช่วงอายุมากกว่า 1 เดือนแต่น้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้เด็กจะมีแรงในการหายใจน้อยและไม่สามารถนั่งได้ด้วยตนเอง การสังเกตเบื้องต้นจะดูที่ลิ้นของเด็กว่ามีลิ้นสั่น (tongue fasciculations) ด้วยหรือไม่ หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น แนะนำให้พาเด็กไปให้แพทย์เพื่อตรวจประเมิน
  3. ประเภท 2 เด็กจะสามารถนั่งได้ด้วยตนเองแต่จะไม่สามารถเดินได้ จะมีอาการแสดงในช่วงอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 18 เดือน
  4. ประเภท 3 เด็กจะสามารถเดินได้ในช่วงเวลาหนึ่ง พบอาการแสดงในช่วงอายุที่เด็กสามารถเดินได้แล้วคือระหว่าง 18 เดือนถึง 30 ปี
  5. ประเภท 4 อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรงน้อยที่สุด โดยเริ่มมีอาการตอนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ (adulthood) อายุ 30 ปีเป็นต้นไป ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการเสื่อมถอยของอาการเป็นไปอย่างช้า ๆ

อาการและอาการแสดงหลัก3, 4

  1. ตัวอ่อนนุ่มนิ่ม (hypotonia) อ่อนปวกเปียก (floppy)
  2. กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบทั่วร่างกาย (muscle weakness) โดยเฉพาะแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับคอ ศีรษะและใบหน้า
  3. พัฒนาการช้าและเคลื่อนไหวได้ยากลำบาก (motor function and movement problem)
  4. มีอาการส่ายหรือสั่นขณะเคลื่อนไหว (tremor)
  5. ปัญหาเรื่องการหายใจ (breathing difficulty) เนื่องจากแรงที่ใช้สำหรับการหายใจน้อย ส่งผลทำให้การไอเพื่อขับเสมหะทำได้อย่างยากลำบากหรืออาจเหนื่อยง่ายในระหว่างทำกิจกรรม
  6. ปัญหาที่กระดูกและข้อต่อผิดรูป เช่น กระดูกสันหลังคด (scoliosis) ข้อต่อหลวมทั่วร่างกายหรือข้อต่อตึงรั้งในบางราย
  7. พบปัญหาด้านการดูดกลืน (swallowing problem)

กายภาพบำบัดสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?

1.ออกกำลังกายเพื่อคงความสามารถการเคลื่อนไหวในเด็กในรายนั้น ๆ โดยไม่มีแรงต้าน5 เช่น ฝึกการพลิกคว่ำตัว ฝึกการลุกนั่ง และฝึกนั่งทรงตัว เป็นต้น

2.ออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวโดยไม่มีแรงต้าน5 เช่น ฝึกนั่งทรงตัวบนบอลในเด็กที่พอมีแรงนั่งทรงตัวได้เองบ้าง โดยให้เด็กนั่งบนยิมนาสติกบอล ผู้ปกครองประคองบริเวณเชิงกรานและเคลื่อนบอลไปในทิศทางหน้าหลังคล้ายลักษณะการควบม้าช้า ๆ ดังภาพที่ 1 เพื่อให้เด็กพยายามนั่งทรงตัวให้อยู่ไม่ตกลงมาจากบอลและเคลื่อนบอลไปทิศทางซ้ายขวาช้า ๆ สลับกัน ดังภาพที่ 2 เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อลำตัวทางด้านข้าง

ภาพที่ 1 แสดงการฝึกนั่งทรงตัวบนบอลในทิศทางหน้าหลังคล้ายลักษณะการควบม้า
ภาพที่ 2 แสดงลักษณะการฝึกนั่งทรงตัวบนบอลในทิศทางซ้ายขวา

3. ยืดกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ที่อาจเกิดการตึงรั้งขึ้นได้ในบางราย5

4. รักษาด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัดเพื่อกระชับข้อต่อที่หลวมให้มั่นคงมากขึ้น

5. รักษาด้วยเทคนิควอยตาบำบัด นอกจากนี้มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2021 สนับสนุนว่าเทคนิควอยตาบำบัดช่วยส่งเสริมทำให้คอของเด็กที่มีภาวะตัวอ่อนนุ่มนิ่ม (hypotonia) มีความมั่นคงมากขึ้นรวมถึงช่วยทำให้การนั่งทรงตัวดีขึ้น6

6. ปรับโต๊ะและเก้าอี้เพื่อส่งเสริมการนั่งทรงตัวให้มั่นคงและอยู่ในท่าทางที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล5

7. รักษาด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัดเพื่อแก้ไขภาวะกระดูกสันหลังคด

8. ส่งเสริมการฝึกยืนและเดินด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัดและการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงยืนและเดิน5

9. สอนการหายใจโดยการใช้กล้ามเนื้อกระบังลมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ เริ่มโดยนำมือวางบริเวณใต้ลิ้นปี่ของผู้ป่วยเด็ก จากนั้นให้หายใจลึกเข้าทางจมูก ท้องป่อง หายใจออกท้องยุบ โดยขณะหายใจหน้าอกของผู้ป่วยเด็กต้องไม่มียกขึ้น หายใจเข้า-ออก นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทำ 3-5 ครั้งต่อรอบ แล้วหายใจตามปกติ ในระหว่างที่ฝึกหายใจลึก หากผู้ป่วยเด็กมีอาการเวียนหัวหรือมึนศีรษะให้พักหายใจตามปกติ ดังภาพที่ 3 ในเด็กเล็กที่ไม่สามารถนั่งได้อาจทำในท่านอนก็ได้และให้ผู้ปกครองเป็นคนวางมือช่วยแทน

ภาพที่ 3 แสดงการฝึกหายใจเข้าลึกโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลม

10. สอนการช่วยไออย่างมีประสิทธิภาพในผู้ป่วยเด็กที่ไม่มีแรงไอหรือไม่สามารถไอเพื่อระบายเสมหะออกมาได้เอง โดยนำมือวางระดับใต้ลิ้นปี่ จากนั้นให้เด็กหายใจเข้าและไอ จังหวะที่เด็กไอออกให้ออกแรงกดที่ไม่หนักหรือเบาเกินไปในทิศทางเฉียงขึ้นเข้าหาลำตัวเล็กน้อย เป็นการช่วยดันลมในปอดให้ออกในจังหวะที่เร็วซึ่งจะสามารถช่วยเคลื่อนเสมหะที่อยู่ส่วนปลายของทางเดินหายใจให้เคลื่อนมาอยู่ที่ส่วนต้นของทางเดินหายใจได้มากขึ้น ดังภาพที่ 4 กรณีที่เด็กไม่สามารถวางมือด้วยตนเองได้ อาจให้ผู้ปกครองช่วยวางมือและออกแรงกดแทน ทั้งนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังโดยการวางมือในตำแหน่งที่ถูกต้องและไม่ให้แรงที่มากจนเกินไป

ภาพที่ 4 แสดงการช่วยไอในเด็กที่ไม่สามารถไอเพื่อระบายเสมหะออกมาได้เอง

11. แนะนำเรื่องของการจัดท่าทางต่าง ๆ ให้เหมาะสมรวมถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยเพื่อส่งเสริมให้เด็กสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น อุปกรณ์เสริมความกระชับให้กับลำตัวขณะเด็กนั่งทำกิจกรรมบนเก้าอี้ เก้าอี้นั่งที่ปรับประยุกต์ตามปัญหากระดูกสันหลังคด รวมถึงด้ามจับช้อนส้อมที่ปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้เด็กจับได้ง่ายมากขึ้นขณะรับประทานอาหารด้วยตนเอง

12. สอนจัดท่าทางในการช่วยส่งเสริมการร่อนระบายเสมหะ (postural drainage)5

13. ไฟฟ้าบำบัดแบบพกพา (FES) เพื่อกระตุ้นช่วยให้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานให้หดตัวเพื่อชะลอการฝ่อลีบ           นอกจากทางกายภาพบำบัดแล้ว ผู้ป่วยเด็กกลุ่มโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ควรได้รับการรักษาแบบองค์รวมร่วมกับสหวิชาชีพ เช่น แพทย์ทางระบบประสาทเด็ก แพทย์ทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูเด็ก นักกายอุปกรณ์ นักกิจกรรมบำบัด นักโภชนาการและครูการศึกษาพิเศษ เป็นต้น ซึ่งทำให้เด็กได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงในทุก ๆ ด้านอย่างครอบคลุม ส่งเสริมให้เด็กมีสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดี

เรียบเรียงโดย กภ.องครักษ์ ธรรมมิกะ

References

1. Mercuri E, Finkel RS, Muntoni F, Wirth B, Montes J, Main M, et al. Diagnosis and management of spinal muscular atrophy: Part 1: Recommendations for diagnosis, rehabilitation, orthopedic and nutritional care. Neuromuscul Disord. 2018;28(2):103-15.

2. Nicolau S, Waldrop MA, Connolly AM, Mendell JR. Spinal muscular atrophy. Semin Pediatr Neurol; 2021; 37:100878

3. Pera MC, Coratti G, Berti B, D’Amico A, Sframeli M, Albamonte E, et al. Diagnostic journey in spinal muscular atrophy: Is it still an odyssey? PLoS One. 2020;15(3):e0230677.

4. Vuillerot C. State of the art for motor function assessment tools in spinal muscular atrophy (SMA). Arch Pediatr. 2020;27(7):7S40-7S4.

5. Yi YG, Shin H-I, Jang D-H. Rehabilitation of spinal muscular atrophy: current consensus and future direction. J Gene Med. 2020;17(2):55-61.

6. Ha S-Y, Sung Y-H. Vojta approach affects neck stability and static balance in sitting position of children with hypotonia. Int J Neurol. 2021;25 Suppl 2:S90.

Post Views: 2,850
Share
1

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.