mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ภาวะหัวนมเจ็บ (Sore nipple) และหัวนมแตก (Cracked nipple) ในแม่ให้นมบุตร

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน คลินิกสุขภาพหญิง
  • ภาวะหัวนมเจ็บ (Sore nipple) และหัวนมแตก (Cracked nipple) ในแม่ให้นมบุตร

ภาวะหัวนมเจ็บ (Sore nipple) และหัวนมแตก (Cracked nipple) ในแม่ให้นมบุตร

เมษายน 26, 2024
Categories
  • คลินิกสุขภาพหญิง
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Cracked nipple
  • Sore nipple

ในปัจจุบันคุณแม่จำนวนมากให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และมีความตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด เนื่องจาก “นมแม่ ” 1 , 2  เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ในนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่มีคุณค่าและสำคัญสำหรับลูก ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ ภาวะอ้วน เบาหวานชนิดที่ 1 ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเรียนรู้ นอกจากนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ด้วยเช่นกัน คือ ช่วยลดน้ำหนักคุณแม่หลังคลอดให้เข้าสู่ภาวะปกติ ลดโรคกระดูกพรุน ภาวะข้ออักเสบ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งรังไข่ อีกทั้งยังส่งเสริมให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพจิตที่ดี และที่สำคัญเป็นการสร้างความรัก ความผูกพันระหว่างคุณแม่กับลูกน้อย นอกเหนือจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวในการซื้อนมผงและค่ารักษาพยาบาลเพราะลูกน้อยป่วยน้อยลง

ภาพที่ 1 กายวิภาคศาสตร์ของเต้านม

ภาพที่ 1 กายวิภาคศาสตร์ของเต้านม

  • เต้านม (Breast) ประกอบด้วยต่อมน้ำนม (Mammary glands) และท่อน้ำนม (Duct) รวมตัวกันเป็น Lobe คล้ายพวงองุ่น 1 ช่อใหญ่ แต่ละ Lobe จะแบ่งย่อยเป็น lobule มีประมาณ 20 - 30 Lobules ภายใน Lobule จะประกอบด้วย Lactiferous duct ที่แตกแขนงออกเป็น Duct เล็ก ๆ ส่วนปลายจะพองออกเป็นกระเปาะ เรียกว่า Alveoli ทั้งนี้ Alveolus แต่ละอันจะประกอบด้วยเซลล์ 2 ชั้น คือ ชั้นใน Alveolar cells ทำหน้าที่สร้างน้ำนม เมื่อได้รับการกระตุ้นจากฮอน์โมนโปรแลคติน (Prolactin) และ ชั้นนอก Myoepithelial cells เป็นเซลล์กล้ามเนื้อเรียบเรียงตัวประสานกันรอบ Alveolus ทำหน้าที่หดตัวบีบไล่น้ำนมไปตามท่อ เมื่อได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin)
  • หัวนม (Nipple) มีรูปร่างคล้ายกรวย โดยปกติมีความยาวประมาณ 5-1 เซนติเมตร ภายในหัวนมจะมีท่อน้ำนม (Lactiferous duct) ประมาณ 5-18 ท่อ
  • ลานหัวนม (Areola) คือ บริเวณผิวหนังสีคล้ำเป็นวงกลมล้อมรอบหัวนม มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ผิวหนังบริเวณลานหัวนมมีตุ่มนูน เรียกว่า Montgomery’s glands มีรูเปิดที่ผิว มีสารต้านการติดเชื้อ ทำหน้าที่สร้างสารที่เป็นไขมัน (Lipoid fluid) ออกมาเคลือบผิวหนังบริเวณหัวนมและลานหัวนม ไม่ให้แห้งและแตกง่าย
  • Cooper’s ligament เป็นพังผืดที่ยึดเนื้อเต้านมจากพังผืดที่ฐานเต้านมไปที่ผิวหนังพยุงเต้านมให้คงรูป
  • Adipose tissue คือ ไขมันที่แทรกอยู่ภายในช่องว่างของเต้านม ทั้งนี้รูปร่างและขนาดของเต้านมขึ้นกับปริมาณไขมันนี้ ซึ่งไม่มีผลต่อการส้รางน้ำนม

The Let-Down reflex หรือ Milk ejection reflex คือขบวนการหลั่งน้ำนม เมื่อลูกดูดนม ปลายประสาทที่หัวนมและลานหัวนมจะถูกกระตุ้น และส่งกระแสประสาทไปยัง Hypothalamus กระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนหลัง (Pituitary gland; Posterior lobe) ให้มีการสร้างฮอร์โมน Oxytocin เพื่อไปกระตุ้น Myoepithelial cells ให้หดตัวบีบไล่น้ำนมออกจาก Alveolus ให้ไหลผ่านท่อน้ำนมออกมาหลั่งที่หัวนมเข้าสู่ปากลูก  การหลั่ง Oxytocin ขึ้นอยู่กับการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 และหากมีความเจ็บปวดหรือกังวลใจจะยับยั้งการหลั่ง Oxytocin ทำให้น้ำนมไม่ไหลได้ แม้จะให้ลูกดูดนมอย่างถูกต้องก็ตาม

หัวนมเจ็บ (Sore nipple) และหัวนมแตก (Cracked nipple) จะทำให้คุณแม่เกิดความเจ็บปวด ซึ่งอาจจะไปยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมน Oxytocin ทำให้น้ำนมแม่ไม่ไหล หรือไหลน้อยลงได้ และหากน้ำนมไม่ไหล หรือไหลได้น้อยลง ก็จะส่งผลให้เกิดน้ำนมคั่งค้างในเต้านม อาจทำให้เกิดเต้านมคัด ท่อน้ำนมอุดตัน และทำให้เกิดเต้านมอักเสบ หรือเป็นฝีได้ในที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้

สาเหตุการเกิด 4

  • เลือกใช้วิธีหรือเครื่องปั๊มนมไม่เหมาะสม คือ อาจใช้แรงในการดูดที่สูงมากเกินไป ระยะเวลาในการปั๊มนมนานเกินไป หรือการเลือกใช้กรวยที่ปั๊มนมผิดขนาดกับหัวนมคุณแม่ ก็จะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หัวนมได้
  • ทารกอมหัวนมไม่ถูกต้อง คือ คุณแม่ให้ทารกเข้าเต้า ให้ปากดูดแค่ที่หัวนม ทำให้แรงดูดของลูกมีมากที่หัวนม และการการบีบรีดนมไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้การหลั่งของนมลดลงด้วย

วิธีการดูแลรักษาตัวเองเมื่อมีภาวะหัวนมเจ็บ (Sore nipple) และหัวนมแตก (Cracked nipple)  4

  • ทำความสะอาดหัวนมโดยใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกอุณหภูมิห้อง เช็ดเบา ๆ ไม่ควรทำความสะอาดหัวนมด้วยสบู่หรือน้ำยาใด ๆ
  • ใช้ Lanolin ทา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของหัวนมและลานนม
  • ให้ทารกอมหัวนมให้ถูกต้อง โดยอมให้ลึกถึงลานหัวนม
  • หากมีอาการเจ็บมากระหว่างให้ลูกดูดนม แนะนำให้ใช้แผ่นป้องกันหัวนม ( Nipple shield ) (ภาพที่ 2 ) ใส่เพื่อป้องกันไม่ให้ปากลูกสัมผัสกับหัวนม และช่วยลดแรงดึงรอบ ๆหัวนม
ภาพที่ 2 แผ่นป้องกันหัวนม ( Nipple shield )

ภาพที่ 2 แผ่นป้องกันหัวนม ( Nipple shield )

การรักษาทางกายภาพบำบัด

  • รักษาด้วยการใช้ Laser therapy ช่วยลดอาการปวดจากหัวนมเจ็บ (Sore nipple) และหัวนมแตก (Cracked nipple) ที่เป็นสาเหตุทำให้ยุติการให้นมบุตร 5 อีกทั้งยังช่วยเร่งขบวนการซ่อมแซมและสมานแผลที่เกิดขึ้นที่หัวนมด้วย
  • รักษาด้วยการใช้ TENS (Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation) เป็นการกระตุ้นไฟฟ้าที่วางขั้วกระตุ้นที่ด้านข้างของลานหัวนม เพื่อช่วยอาการปวดที่หัวนม
ภาพที่ 3 การรักษาด้วยการใช้ Laser therapy

ภาพที่ 3 การรักษาด้วยการใช้ Laser therapy

ภาพที่ 4 การรักษาด้วยการใช้ TENS

ภาพที่ 4 การรักษาด้วยการใช้ TENS

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีปัญหาหัวนมเจ็บ (Sore nipple) หรือหัวนมแตก (Cracked nipple) ระหว่างให้นมบุตร คุณแม่สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นตามคำแนะนำ แต่หากอาการยังไม่ทุเลาลงและเป็นปัญหาในการให้นมบุตร หรือมีปัญหา ความกังวลใจด้านใด ๆในการให้นมบุตร คุณแม่สามารถปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการให้นมบุตร เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด หรือคลินิกนมแม่ คลินิกสุขภาพหญิง เพื่อรับคำปรึกษาและดูแลแก้ไขอย่างถูกวิธี เพื่อคุณแม่จะได้ให้นมลูกน้อยต่อไปโดยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นทั้งคุณแม่และลูกน้อย

เรียบเรียงโดย กภ.อัญชณา กันธิยะ

เอกสารอ้างอิง

  1. Allen J, Hector D. Benefits of breastfeeding. New South Wales public health bulletin. 2005;16(4):42-6.

  2. Lawrence RA. Maternal nutrition and supplements for mother and infant. In: Lawrence RA, Lawrence RM, editors. Breastfeeding. 9th ed. Philadelphia: Elsevier; 2016. p. 214-29.

  3. The physiotherapy clinic. Breastfeeding and post-natal breast care, 2006

  4. ผศ.ดร.กภ. ภครตี ชัยวัฒน์. การส่งเสริมการให้นมแม่ในหญิงหลังคลอดบุตร โดยหลักฐานเชิงประจักษ์. ดูแลคนไทย 5 กลุ่มวัยกับกายภาพบำบัด:20-52

  5. Bodenstein K(MSc), Janse van Vuuren EC(PhD), Joubert G(MSc). Breast care in breast-feeding mothers: the benefit of therapeutic laser applied by physiotherapists. J. Physiother 2014 Vol. 70 No. 3

Post Views: 26,121
Share
19

Related posts

มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.