mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การดูแลตัวเองเมื่อเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การดูแลตัวเองเมื่อเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

การดูแลตัวเองเมื่อเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

เมษายน 8, 2024
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • rehabilitation
  • Rotator cuff
  • self-care
  • shoulder
  • tear
  • tendinitis
  • tendon

เส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด คือภาวะของการที่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อรอบ ๆ หัวไหล่ได้รับบาดเจ็บจนมีการฉีกหรือขาด โดยมีระดับความรุนแรงของการฉีกขาดได้หลายระดับ อาการของเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดนั้นมักจะนำมาด้วยความเจ็บเมื่อใช้งานกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ ตามมาด้วยการจำกัดการเคลื่อนไหว รวมทั้งอาจมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อตามมาได้เช่นกัน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักจะมาจากการใช้งานที่มากจนเกินไป โดยการฉีกขาดนั้นสามารถเกิดฉับพลันทันทีเลยก็ได้ เช่น จากอุบัติเหตุ และจากการเล่นกีฬา หรืออาจจะค่อย ๆ สะสมการบาดเจ็บจนนำไปสู่การฉีกขาดก็ได้ และสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สุงอายุ คือ ฉีกขาดจากอาการเสื่อมของเส้นเอ็นรอบข้อไหล่ โดยหากยังมีการใช้งานที่มากเกินไปหรือไม่เหมาะสมในผู้สูงอายุ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการฉีกขาดของเส้นเอ็นข้อไหล่ได้ (1)

การรักษาเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด จะขึ้นกับระดับความรุนแรงและความเหมาะสมของอาการ โดยแต่ละวิธีการนั้นสามารถให้ผลลัพธ์และประสิทธิภาพการฟื้นฟูที่ใกล้เคียงกัน (2) แบ่งเป็น 2 วิธีการ คือ

  1. การรักษาโดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด เช่น การใช้ยา, กายภาพบำบัด และถ้าหากยังไม่ดีขึ้น แพทย์ก็จะพิจารณาให้เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อไป
  2. การรักษาโดยใช้วิธีการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเพื่อยึดติดเส้นเอ็นที่ฉีกขาดเข้าด้วยกัน โดยหลังการผ่าตัดนั้น ผู้ป่วยควรได้รับการพักฟื้นและการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ และภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

การดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

หลังจากพบแพทย์และทราบแน่ชัดแล้วว่ามีภาวะเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด แน่นอนว่านอกจากการรักษาทางการแพทย์และทางกายภาพบำบัดแล้วนั้น การระมัดระวัง และ การดูแลตัวเองระหว่างการฟื้นฟูก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน เนื่องจากในระหว่างการรักษา ทั้งด้วยวิธีการผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด หากเรามีการใช้งานข้อไหล่อย่างไม่ระมัดระวัง ใช้งานหนักเกินความเหมาะสมของระยะฟื้นฟู เส้นเอ็นที่ทำการฟื้นฟูอยู่นั้น อาจจะมีการฉีกขาดที่เพิ่มมากขึ้น หรือฉีกขาดซ้ำหลังจากที่ฟื้นฟูไปแล้วก็ได้เช่นกัน โดยวิธีการดูแลฟื้นฟูเอ็นข้อไหล่ที่บาดเจ็บจะแบ่งตามวิธีการรักษาและระยะการฟื้นฟู โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.) วิธีการดูแลตัวเอง เมื่อรักษาเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดโดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด (3,4)

การรักษาด้วยวิธีนี้ จะเป็นการให้เส้นเอ็นที่ได้รับบาดเจ็บฟื้นฟูด้วยตัวเส้นเอ็นเอง โดยจะส่งเสริมการฟื้นฟูด้วยการใช้ยา หรือวิธีและเครื่องมือกายภาพบำบัด โดยวิธีการดูแลตัวเองอาจแบ่งตามระยะเวลาดังนี้

ระยะ 0-4 สัปดาห์แรก

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในระยะนี้คือ

1.) การพักและการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก, หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องยกแขนสูง, หรือยกแขนค้างเป็นเวลานาน
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง arm sling หรือ shoulder support

2.) การลดอาการปวด อาการอักเสบ

  • การประคบเย็น เพื่อลดอาการเจ็บและอาการอักเสบ
  • การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

3.) การคงองศาการเคลื่อนไหว

  • การขยับเคลื่อนไหวข้อไหล่ขึ้นและลงอย่างระมัดระวังในองศาที่ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ
  • หลีกเลี่ยงการขยับเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว หรือกิจกรรมที่มีแรงกระทำต่อข้อไหล่

 

การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหว table slide

การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหว table slide

การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหว table slide

  1. นั่งหันหน้าเข้าหาโต๊ะ วางมือบนโต๊ะโดยใช้ผ้าขนหนูพับวางรองใต้ฝ่ามือค่อย ๆ เลื่อนมือไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ให้ไกลเท่าที่ไม่มีอาการเจ็บ แล้วค่อยๆเลื่อนกลับมาที่เดิม
  2. ทำเช่นเดียวกับข้อที่ 1 แต่เปลี่ยนเป็นนั่งหันด้านข้างลำตัวฝั่งที่มีอาการเข้าหาโต๊ะ วางมือลงบนโต๊ะโดยใช้ผ้าขนหนูพับวางรองใต้ฝ่ามือค่อยๆเลื่อนมือไปด้านข้างอย่างช้าๆ ให้ไกลเท่าที่ไม่มีอาการเจ็บ แล้วค่อยๆเลื่อนกลับมาที่เดิม

หลังจากระยะนี้อาการเจ็บและอาการอักเสบควรจะลดลง และสามารถขยับข้อไหล่ได้มากขึ้น สามารถขยับไหล่ในทิศทางทั่วไปได้โดยไม่มีอาการปวด

ระยะ 4-8 สัปดาห์

ในระยะนี้ จะคล้ายกับระยะแรก แต่จะเริ่มให้ความสำคัญกับการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่มากขึ้น โดยยังควรระมัดระวังในการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับระยะแรก

 

การออกกำลังกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเปลี่ยนความยาวกล้ามเนื้อ หรือ การออกแรงโดยไม่มีการเคลื่อนไหว (Isometric strengthening exercise)

การออกกำลังกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเปลี่ยนความยาวกล้ามเนื้อ หรือ การออกแรงโดยไม่มีการเคลื่อนไหว (Isometric strengthening exercise)

การออกกำลังกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเปลี่ยนความยาวกล้ามเนื้อ หรือ การออกแรงโดยไม่มีการเคลื่อนไหว (Isometric strengthening exercise)

  1. ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หันหน้าหากำแพง จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้กำปั้นดันกำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
  2. ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หันหลังหากำแพง จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้ด้านหลังศอกดันกำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

 

  1. ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หันด้านหลังมือหากำแพง จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้หลังมือดันกำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
  1. ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หน้าหามุมกำแพง ใช้กำมือยื่นออกมาด้านหน้าให้กำมือเลยมุมกำแพงเข้าไป จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้กำปั้นด้านฝ่ามือดันเข้าหากำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

 

ออกกำลังกายเพิ่งกำลังกล้ามเนื้อสะบัก

ออกกำลังกายเพิ่งกำลังกล้ามเนื้อสะบัก

ออกกำลังกายเพิ่งกำลังกล้ามเนื้อสะบัก

ยืนหรือนั่งกำมือวางศอกทั้งสองข้างอยู่ข้างลำตัว ออกแรงกางแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างและหนีบสะบักเข้าหากันและ ทำ 10 ครั้ง ต่อชุด 3 ชุด ต่อวัน

 

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ

ยืนหันหน้าหากำแพงใช้มือยันลูกบอลกับกำแพง จากนั้นกลิ้งลูกบอลในทิศขึ้น-ลง และ ซ้าย-ขวา ช้า ๆ ทีละทิศทาง ทำทิศทางละ 10 ครั้ง

 

ระยะ 8-12 สัปดาห์

ในระยะนี้ผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ และสามารถออกกำลังกายเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อได้มากขึ้น โดยสามารถออกกำลังกายที่มีการขยับเคลื่อนไหวมากขึ้น และสามารถเพิ่มแรงต้านในการออกกำลังกายได้ อาจใช้ดัมเบล หรือยางยืดออกกำลังกายก็ได้ โดยควรเริ่มต้นด้วยน้ำหนักเบา และแรงต้านน้อยก่อน

  1. ยืนตรงใช้มืออีกข้างกำยางยืดออกกำลังกายไว้ข้างลำตัว จากนั้นใช้แขนข้างที่ต้องการออกกำลังกายดึงยางยืดให้ยืดขึ้นตรงในทิศด้านหน้าอย่างช้า ๆ ทำ 10 ครั้ง ต่อชุด 3 ชุด ต่อวัน
  2. ยืนตรงใช้มืออีกข้างกำยางยืดออกกำลังกายไว้ข้างลำตัว จากนั้นใช้แขนข้างที่ต้องการออกกำลังกายดึงยางยืดให้ยืดขึ้นตรงในทิศด้านข้างอย่างช้า ๆ ทำ 10 ครั้ง ต่อชุด 3 ชุด ต่อวัน

ระยะ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

ในระยะนี้ผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทางโดยไม่ปวด สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น และสามารถเพิ่มความยากในการออกกำลังกายได้ หรือเริ่มสามารถกลับไปเล่นกีฬาบางชนิดได้อย่างระมัดระวัง

2.) วิธีการดูแลตัวเองหลังได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด (5)

ระยะ 0-4 สัปดาห์

สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีเดียวกันกับการรักษาโดยไม่ได้รับการผ่าตัด แต่ยังไม่ควรใช้งานแขนและยังไม่ควรเริ่มออกกำลังกาย

ระยะ 4-6 สัปดาห์

จะสามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ โดยเริ่มจาก การออกกำลังกายโดยมีตัวช่วยเช่น table slide หรือการออกกำลังกายที่มีคนช่วยพยุง

ระยะ 6-12 สัปดาห์

ระยะนี้จะเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแรงได้มากขึ้นเริ่มออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านได้ แต่ต้องค่อย ๆเพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด โดยอาจใช้ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อสะบัก หรือการออกกำลังกายด้วยยางยืดเหมือนข้างต้นก็ได้

ทั้งนี้ การดูแลตัวเองและการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหรือโดยไม่ได้ใช้วิธีการผ่าตัดนั้น ทั้งสองวิธีควรได้รับคำแนะนำในการออกกำลังกายโดยให้อยู่ภายใต้การติดตามอาการของแพทย์ และการดูแลของนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับความรุนแรงของอาการและความเร็วในการฟื้นฟูอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

 เรียบเรียงโดย กภ. ดุสิตา วงศ์สง่าศรี

เอกสารอ้างอิง

  1. Rotator Cuff Injury. [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 2]; Available from: https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/rotator-cuff-injury#:~:text=What%20causes%20a%20rotator%20cuff,time%20due%20to%20repetitive%20activities.
  2. Ranebo MC, Hallgren HC, Holmgren T, Adolfsson LE. Surgery and physiotherapy were both successful in the treatment of small, acute, traumatic rotator cuff tears: a prospective randomized trial. JSES. 2020 Mar 1;29(3):459-70.
  3. Rehabilitation Protocol for Non-Operative Massive Rotator Cuff Tear(s). [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 9]; Available from: https://www.massgeneral.org/assets/mgh/pdf/orthopaedics/sports-medicine/physical-therapy/rehabilitation-protocol-for-non-operative-massive-rotator-cuff-tear.pdf
  4. Edwards P, Ebert J, Joss B, Bhabra G, Ackland T, Wang A. Exercise rehabilitation in the non-operative management of rotator cuff tears: a review of the literature. J. Sports Phys. Ther. 2016 Apr;11(2):279.
  5. Rehabilitation Protocol for Rotator Cuff Repair-Small to Medium Sized Tears. [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 9]; Available from: https://www.massgeneral.org/assets/mgh/pdf/orthopaedics/sports-medicine/physical-therapy/rehabilitation-protocol-for-rotator-cuff-repair.pdf
Post Views: 10,941
Share
9

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.