การดูแลตัวเองเมื่อเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

เส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด คือภาวะของการที่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อรอบ ๆ หัวไหล่ได้รับบาดเจ็บจนมีการฉีกหรือขาด โดยมีระดับความรุนแรงของการฉีกขาดได้หลายระดับ อาการของเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดนั้นมักจะนำมาด้วยความเจ็บเมื่อใช้งานกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ ตามมาด้วยการจำกัดการเคลื่อนไหว รวมทั้งอาจมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อตามมาได้เช่นกัน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักจะมาจากการใช้งานที่มากจนเกินไป โดยการฉีกขาดนั้นสามารถเกิดฉับพลันทันทีเลยก็ได้ เช่น จากอุบัติเหตุ และจากการเล่นกีฬา หรืออาจจะค่อย ๆ สะสมการบาดเจ็บจนนำไปสู่การฉีกขาดก็ได้ และสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สุงอายุ คือ ฉีกขาดจากอาการเสื่อมของเส้นเอ็นรอบข้อไหล่ โดยหากยังมีการใช้งานที่มากเกินไปหรือไม่เหมาะสมในผู้สูงอายุ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการฉีกขาดของเส้นเอ็นข้อไหล่ได้ (1)
การรักษาเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด จะขึ้นกับระดับความรุนแรงและความเหมาะสมของอาการ โดยแต่ละวิธีการนั้นสามารถให้ผลลัพธ์และประสิทธิภาพการฟื้นฟูที่ใกล้เคียงกัน (2) แบ่งเป็น 2 วิธีการ คือ
- การรักษาโดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด เช่น การใช้ยา, กายภาพบำบัด และถ้าหากยังไม่ดีขึ้น แพทย์ก็จะพิจารณาให้เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อไป
- การรักษาโดยใช้วิธีการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเพื่อยึดติดเส้นเอ็นที่ฉีกขาดเข้าด้วยกัน โดยหลังการผ่าตัดนั้น ผู้ป่วยควรได้รับการพักฟื้นและการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ และภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
การดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด
หลังจากพบแพทย์และทราบแน่ชัดแล้วว่ามีภาวะเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด แน่นอนว่านอกจากการรักษาทางการแพทย์และทางกายภาพบำบัดแล้วนั้น การระมัดระวัง และ การดูแลตัวเองระหว่างการฟื้นฟูก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน เนื่องจากในระหว่างการรักษา ทั้งด้วยวิธีการผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด หากเรามีการใช้งานข้อไหล่อย่างไม่ระมัดระวัง ใช้งานหนักเกินความเหมาะสมของระยะฟื้นฟู เส้นเอ็นที่ทำการฟื้นฟูอยู่นั้น อาจจะมีการฉีกขาดที่เพิ่มมากขึ้น หรือฉีกขาดซ้ำหลังจากที่ฟื้นฟูไปแล้วก็ได้เช่นกัน โดยวิธีการดูแลฟื้นฟูเอ็นข้อไหล่ที่บาดเจ็บจะแบ่งตามวิธีการรักษาและระยะการฟื้นฟู โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.) วิธีการดูแลตัวเอง เมื่อรักษาเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดโดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด (3,4)
การรักษาด้วยวิธีนี้ จะเป็นการให้เส้นเอ็นที่ได้รับบาดเจ็บฟื้นฟูด้วยตัวเส้นเอ็นเอง โดยจะส่งเสริมการฟื้นฟูด้วยการใช้ยา หรือวิธีและเครื่องมือกายภาพบำบัด โดยวิธีการดูแลตัวเองอาจแบ่งตามระยะเวลาดังนี้
ระยะ 0-4 สัปดาห์แรก
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในระยะนี้คือ
1.) การพักและการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก, หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องยกแขนสูง, หรือยกแขนค้างเป็นเวลานาน
- การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง arm sling หรือ shoulder support
2.) การลดอาการปวด อาการอักเสบ
- การประคบเย็น เพื่อลดอาการเจ็บและอาการอักเสบ
- การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
3.) การคงองศาการเคลื่อนไหว
- การขยับเคลื่อนไหวข้อไหล่ขึ้นและลงอย่างระมัดระวังในองศาที่ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ
- หลีกเลี่ยงการขยับเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว หรือกิจกรรมที่มีแรงกระทำต่อข้อไหล่
การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหว table slide

การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหว table slide
- นั่งหันหน้าเข้าหาโต๊ะ วางมือบนโต๊ะโดยใช้ผ้าขนหนูพับวางรองใต้ฝ่ามือค่อย ๆ เลื่อนมือไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ให้ไกลเท่าที่ไม่มีอาการเจ็บ แล้วค่อยๆเลื่อนกลับมาที่เดิม
- ทำเช่นเดียวกับข้อที่ 1 แต่เปลี่ยนเป็นนั่งหันด้านข้างลำตัวฝั่งที่มีอาการเข้าหาโต๊ะ วางมือลงบนโต๊ะโดยใช้ผ้าขนหนูพับวางรองใต้ฝ่ามือค่อยๆเลื่อนมือไปด้านข้างอย่างช้าๆ ให้ไกลเท่าที่ไม่มีอาการเจ็บ แล้วค่อยๆเลื่อนกลับมาที่เดิม
หลังจากระยะนี้อาการเจ็บและอาการอักเสบควรจะลดลง และสามารถขยับข้อไหล่ได้มากขึ้น สามารถขยับไหล่ในทิศทางทั่วไปได้โดยไม่มีอาการปวด
ระยะ 4-8 สัปดาห์
ในระยะนี้ จะคล้ายกับระยะแรก แต่จะเริ่มให้ความสำคัญกับการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่มากขึ้น โดยยังควรระมัดระวังในการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับระยะแรก
การออกกำลังกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเปลี่ยนความยาวกล้ามเนื้อ หรือ การออกแรงโดยไม่มีการเคลื่อนไหว (Isometric strengthening exercise)

การออกกำลังกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเปลี่ยนความยาวกล้ามเนื้อ หรือ การออกแรงโดยไม่มีการเคลื่อนไหว (Isometric strengthening exercise)
- ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หันหน้าหากำแพง จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้กำปั้นดันกำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
- ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หันหลังหากำแพง จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้ด้านหลังศอกดันกำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

- ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หันด้านหลังมือหากำแพง จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้หลังมือดันกำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

- ยืนงอศอก 90 องศา กำมือ หน้าหามุมกำแพง ใช้กำมือยื่นออกมาด้านหน้าให้กำมือเลยมุมกำแพงเข้าไป จากนั้นออกแรงจากหัวไหล่ใช้กำปั้นด้านฝ่ามือดันเข้าหากำแพงในลักษณะออกแรงคงที่ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ออกกำลังกายเพิ่งกำลังกล้ามเนื้อสะบัก

ออกกำลังกายเพิ่งกำลังกล้ามเนื้อสะบัก
ยืนหรือนั่งกำมือวางศอกทั้งสองข้างอยู่ข้างลำตัว ออกแรงกางแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างและหนีบสะบักเข้าหากันและ ทำ 10 ครั้ง ต่อชุด 3 ชุด ต่อวัน
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของข้อต่อ
ยืนหันหน้าหากำแพงใช้มือยันลูกบอลกับกำแพง จากนั้นกลิ้งลูกบอลในทิศขึ้น-ลง และ ซ้าย-ขวา ช้า ๆ ทีละทิศทาง ทำทิศทางละ 10 ครั้ง
ระยะ 8-12 สัปดาห์
ในระยะนี้ผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ และสามารถออกกำลังกายเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อได้มากขึ้น โดยสามารถออกกำลังกายที่มีการขยับเคลื่อนไหวมากขึ้น และสามารถเพิ่มแรงต้านในการออกกำลังกายได้ อาจใช้ดัมเบล หรือยางยืดออกกำลังกายก็ได้ โดยควรเริ่มต้นด้วยน้ำหนักเบา และแรงต้านน้อยก่อน

- ยืนตรงใช้มืออีกข้างกำยางยืดออกกำลังกายไว้ข้างลำตัว จากนั้นใช้แขนข้างที่ต้องการออกกำลังกายดึงยางยืดให้ยืดขึ้นตรงในทิศด้านหน้าอย่างช้า ๆ ทำ 10 ครั้ง ต่อชุด 3 ชุด ต่อวัน
- ยืนตรงใช้มืออีกข้างกำยางยืดออกกำลังกายไว้ข้างลำตัว จากนั้นใช้แขนข้างที่ต้องการออกกำลังกายดึงยางยืดให้ยืดขึ้นตรงในทิศด้านข้างอย่างช้า ๆ ทำ 10 ครั้ง ต่อชุด 3 ชุด ต่อวัน
ระยะ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
ในระยะนี้ผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทางโดยไม่ปวด สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น และสามารถเพิ่มความยากในการออกกำลังกายได้ หรือเริ่มสามารถกลับไปเล่นกีฬาบางชนิดได้อย่างระมัดระวัง
2.) วิธีการดูแลตัวเองหลังได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด (5)
ระยะ 0-4 สัปดาห์
สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีเดียวกันกับการรักษาโดยไม่ได้รับการผ่าตัด แต่ยังไม่ควรใช้งานแขนและยังไม่ควรเริ่มออกกำลังกาย
ระยะ 4-6 สัปดาห์
จะสามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ โดยเริ่มจาก การออกกำลังกายโดยมีตัวช่วยเช่น table slide หรือการออกกำลังกายที่มีคนช่วยพยุง
ระยะ 6-12 สัปดาห์
ระยะนี้จะเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแรงได้มากขึ้นเริ่มออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านได้ แต่ต้องค่อย ๆเพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด โดยอาจใช้ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อสะบัก หรือการออกกำลังกายด้วยยางยืดเหมือนข้างต้นก็ได้
ทั้งนี้ การดูแลตัวเองและการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหรือโดยไม่ได้ใช้วิธีการผ่าตัดนั้น ทั้งสองวิธีควรได้รับคำแนะนำในการออกกำลังกายโดยให้อยู่ภายใต้การติดตามอาการของแพทย์ และการดูแลของนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับความรุนแรงของอาการและความเร็วในการฟื้นฟูอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
เรียบเรียงโดย กภ. ดุสิตา วงศ์สง่าศรี
เอกสารอ้างอิง
- Rotator Cuff Injury. [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 2]; Available from: https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/rotator-cuff-injury#:~:text=What%20causes%20a%20rotator%20cuff,time%20due%20to%20repetitive%20activities.
- Ranebo MC, Hallgren HC, Holmgren T, Adolfsson LE. Surgery and physiotherapy were both successful in the treatment of small, acute, traumatic rotator cuff tears: a prospective randomized trial. JSES. 2020 Mar 1;29(3):459-70.
- Rehabilitation Protocol for Non-Operative Massive Rotator Cuff Tear(s). [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 9]; Available from: https://www.massgeneral.org/assets/mgh/pdf/orthopaedics/sports-medicine/physical-therapy/rehabilitation-protocol-for-non-operative-massive-rotator-cuff-tear.pdf
- Edwards P, Ebert J, Joss B, Bhabra G, Ackland T, Wang A. Exercise rehabilitation in the non-operative management of rotator cuff tears: a review of the literature. J. Sports Phys. Ther. 2016 Apr;11(2):279.
- Rehabilitation Protocol for Rotator Cuff Repair-Small to Medium Sized Tears. [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 9]; Available from: https://www.massgeneral.org/assets/mgh/pdf/orthopaedics/sports-medicine/physical-therapy/rehabilitation-protocol-for-rotator-cuff-repair.pdf




