mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

น้ำหนักตัวขึ้นทำไมมักปวดหลัง

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • น้ำหนักตัวขึ้นทำไมมักปวดหลัง

น้ำหนักตัวขึ้นทำไมมักปวดหลัง

กรกฎาคม 11, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • back pain
  • BMI
  • low back pain
  • Obesity

ในปัจจุบันปัญหาอาการปวดหลังส่วนล่างถือได้ว่าเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังประสบกันอยู่ โดยพบว่าร้อยละ 80 ของคนทั่วโลกเคยมีประสบการณ์ปวดหลังส่วนล่าง (1) ซึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างสามารถมีได้หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งานในชีวิตประจำวัน ท่านั่งทำงาน นั่งขับรถ การยืน ท่าทางในการยกของ รวมไปถึงการออกกำลังกาย ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้ทั้งสิ้น แต่หลายคนยังไม่ทราบว่า นอกจากการใช้งานแล้ว ตัวเราเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้เช่นกัน ตัวเราเองในที่นี้ ก็คือความอ้วนหรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดการปวดหลังส่วนล่างได้ จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าค่าดัชนีมวลกายที่สูง มีความสัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่าง (2) ทำไมคนที่มีดัชนีมวลกายที่สูงหรือคนอ้วน จึงมีความเสี่ยงที่จะปวดหลังส่วนล่าง ในบทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยดังกล่าวกันครับ

ในลักษณะท่าทางปกติ หลังส่วนล่างจะมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่เหมาะสม รวมไปถึงกล้ามเนื้อรอบ ๆ หลังส่วนล่างจะมีความยาวที่เหมาะสมต่อการใช้งานและเคลื่อนไหว โดยธรรมชาติการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ว่าจะเป็นการยกแขน ยกขา การเดินหรือออกกำลังกายนั้น ก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวใด ๆ กล้ามเนื้อมัดลึกบริเวณหลังส่วนล่างและหน้าท้องจะทำการหดตัวเพื่อส่งเสริมความมั่นคงให้กับกระดูกสันหลังก่อน (3) ซึ่งเป็นกลไกการทำงานในการเคลื่อนไหวของร่างกายและยังเป็นตัวช่วยป้องกันการบาดเจ็บต่อโครงสร้างของหลังส่วนล่างไม่ว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อฟาเซท (facet joint) เอ็นประกบข้อต่อ (spinal ligament) คิดว่าหลาย ๆ คนคงอยากทราบแล้วใช่มั้ยครับ ว่าเมื่อเราอ้วนขึ้นจะเกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้อย่างไร มาติดตามกันครับ

เมื่อเรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โดยธรรมชาติแล้วร่างกายจะต้องแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นที่ข้อเข่า ข้อสะโพก โดยเฉพาะที่หลังส่วนล่าง ไขมันที่เพิ่มขึ้นร่างกายจะมีการสะสมที่บริเวณหน้าท้องเป็นส่วนใหญ่ (4) ในขณะที่ร่างกายยังคงมีกิจกรรมการใช้งานคงเดิม จึงเป็นสาเหตุให้ลักษณะท่าทางของร่างกายต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อชดเชยลักษณะหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้น โดยส่วนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรกก็คือส่วนเว้าส่วนโค้งหลังส่วนล่าง ร่างกายจะมีหลังส่วนล่างแอ่นมากขึ้น เปรียบได้กับการถือของหนัก คล้ายกับคนที่ตั้งครรภ์ เมื่อหน้าท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น ร่างกายจะเกิดการชดเชยให้หลังส่วนล่างแอ่นมากขึ้น การที่ส่วนเว้าส่วนโค้งหลังส่วนล่างเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้กล้ามเนื้องอสะโพก ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่มีจุดเกาะที่บริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่างมีความยาวลดลงส่งผลให้เกิดแรงบีบอัดที่กระดูกสันหลังส่วนล่างเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความยาวกล้ามเนื้อหน้าท้องมัดลึกที่ทำหน้าที่เพิ่มความมั่นคงให้กับกระดูกสันหลังส่วนล่างจะมีความยาวกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นผลให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง (5)

จากเหตุปัจจัยดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ส่วนเว้าหลังส่วนล่างที่เพิ่มขึ้น ความยาวของกล้ามเนื้อรอบ ๆ หลังส่วนล่างที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้โครงสร้างของหลังส่วนล่าง ไม่ว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อฟาเซท เอ็นประกบข้อต่อ และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง เกิดการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ถ้าน้ำหนักตัวมากเกิดขึ้นในวัยก่อน 45 ปี การบาดเจ็บมีโอกาสจะเกิดขึ้นในรูปแบบของกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ถ้าเกิดขึ้นในช่วงวัยที่มากกว่า 45 ปีขึ้นไป ปัญหาอาการปวดหลังส่วนล่างมีโอกาสเกิดขึ้นเป็นไปในรูปแบบของกระดูกสันหลังส่วนล่างเสื่อม (6) เราจะสังเกตได้ว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อลักษณะท่าทางของร่างกาย เป็นเหตุให้โครงสร้างหลังส่วนล่างมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่มีอาการปวดหลังร่วมกับมีภาวะอ้วน อาการจะดีขึ้นเมื่อลดน้ำหนักลง (7)

เมื่อได้ทราบข้อมูลถึงสาเหตุอาการปวดหลังของคนน้ำหนักตัวเกินแล้ว ไม่ว่าจะมาจากกล้ามเนื้องอสะโพกที่หดสั้นลง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องมัดลึกอ่อนแรงลง จะขอชวนทุกคนมาออกกำลังกายกันต่อ มีทั้งหมด 5 ท่าด้วยกัน

  1. ท่ายืดกล้ามเนื้องอสะโพกในท่ายืน (iliopsoas muscle stretching in standing)

รูปที่ 1. ท่ายืดกล้ามเนื้องอสะโพกในท่ายืน (iliopsoas muscle stretching in standing)

รูปที่ 1. ท่ายืดกล้ามเนื้องอสะโพกในท่ายืน (iliopsoas muscle stretching in standing)

ท่าเริ่มต้น : ยืนตัวตรง

ท่ายืดกล้ามเนื้อ : ก้าวขาฝั่งตรงข้ามกับข้างที่ต้องการยืดขึ้นบนที่วางเตี้ย ๆ หรือขั้นบันได มือทั้ง 2 ด้านหงายฝ่ามือดันบริเวณขอบกระดูกเชิงกราน จากนั้นลงน้ำหนักที่ขาด้านหน้า แอ่นตัวไปด้านหลัง ค้าง 20 วินาที จำนวน 5 ครั้ง สลับทำทั้ง 2 ด้าน (ขณะยืดกล้ามเนื้อควรรู้สึกตึงสบายที่บริเวณด้านหน้าต้นขาข้างที่ทำการยืด สามารถมีอาการตึงปวดได้เล็กน้อย)

  1. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับเริ่มต้น)

 

รูปที 2. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับเริ่มต้น)

รูปที่ 2.ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับเริ่มต้น)

ท่าเริ่มต้น : นอนหงายชันเข่า มือ 2 ด้าน วางบริเวณหน้าท้อง

ท่าออกกำลัง : แขม่วท้อง ดึงสะดือลงมาที่กระดูกสันหลัง ให้หลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น จากนั้นหายใจเข้าออก (ลึก ๆ ยาว ๆ) ในขณะที่ท้องยังแขม่วอยู่ จำนวนครั้งนับจากการหายใจเข้าออก หายใจเข้าออก 1 รอบนับเป็น 1 ครั้ง ทำ 10-20 ครั้ง/เซต (จำนวนครั้ง ทำจำนวนเท่าที่สามารถเกร็งได้ไม่มีอาการสั่นในเซตนั้น ๆ) จำนวน 3 เซต (มือ 2 ด้านที่วางบนท้องให้สัมผัสว่าหน้าท้องเกร็งแขม่วขณะออกกำลัง เส้นสีขาวรูปซ้ายเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่แอ่น และรูปขวาเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่กดลงกับพื้นเตียงขณะแขม่วท้อง) โดยขณะออกกำลัง ต้องไม่กลั้นหายใจ และพยายามลดการเกร็งบริเวณอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน้าท้อง

 

  1. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับปานกลาง)
รูปที 3. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับปานกลาง)

รูปที่ 3. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับปานกลาง)

ท่าเริ่มต้น : : นอนหงายชันเข่า มือ 2 ด้าน วางข้างลำตัว

ท่าออกกำลัง : งอเข่าและสะโพก 90 องศา หัวเข่ากางออกระดับเดียวกับหัวไหล่ ยกแขน 2 ข้างขึ้นคล้ายถือลูกบอลลูกใหญ่ ๆ จากนั้นแขม่วท้อง ดึงสะดือลงมาที่กระดูกสันหลัง ให้หลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น จากนั้นหายใจเข้าออก (ลึก ๆ ยาว ๆ) ในขณะที่ท้องยังแขม่วอยู่ จำนวนครั้งนับจากการหายใจเข้าออก หายใจเข้าออก 1 รอบนับเป็น 1 ครั้ง ทำ10-20 ครั้ง/เซต จำนวน 3 เซต (ในขณะทำให้เกร็งท้องแขม่วตลอดการหายใจเข้าออกและหลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น เส้นสีขาวรูปซ้ายเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่แอ่น และรูปขวาเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่กดลงกับพื้นเตียงขณะแขม่วท้อง) โดยขณะออกกำลัง ต้องไม่กลั้นหายใจ และพยายามลดการเกร็งบริเวณอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน้าท้อง

  1. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับยาก)
รูปที 4. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับยาก)

รูปที่ 4. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับยาก)

ท่าเริ่มต้น : นอนหงายชันเข่า มือ 2 ด้าน วางข้างลำตัว

ท่าออกกำลัง : งอเข่าและสะโพก 90 องศา หัวเข่ากางออกระดับเดียวกับหัวไหล่ ยกแขน 2 ข้างขึ้น จากนั้นแขม่วท้อง ดึงสะดือลงมาที่กระดูกสันหลัง ให้หลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น จากนั้นหายใจออกร่วมกับยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ สลับหายใจเข้าลดแขนลงมาจับที่หัวเข่า นับเป็น 1 ครั้ง ทำ10-20 ครั้ง/เซต จำนวน 3 เซต (ขณะทำให้เกร็งท้องแขม่วตลอดการยกแขน หายใจเข้าออกและหลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น เส้นสีขาวรูปซ้ายเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่แอ่น และรูปถัดมาเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่กดลงกับพื้นเตียงขณะแขม่วท้อง) ) โดยขณะออกกำลัง ต้องไม่กลั้นหายใจ และพยายามลดการเกร็งบริเวณอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน้าท้อง

  1. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับยากมาก)
รูปที 5. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับยากมาก)

รูปที่ 5. ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อหลังและท้อง (ระดับยากมาก)

ท่าเริ่มต้น : นอนหงายชันเข่า มือ 2 ด้าน วางข้างลำตัว

ท่าออกกำลัง : งอเข่าและสะโพก 90 องศา หัวเข่ากางออกระดับเดียวกับหัวไหล่ ยกแขน 2 ข้างขึ้น จากนั้นแขม่วท้อง ดึงสะดือลงมาที่กระดูกสันหลัง ให้หลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น จากนั้นหายใจออกยกแขนขึ้นพร้อมเหยียดขา 2 ข้างลง สลับหายใจเข้างอเข่างอสะโพกและลดแขนลงมาจับที่เข่า นับเป็น 1 ครั้ง ในขณะที่ท้องยังแขม่วอยู่ ทำ10-20 ครั้ง/เซต จำนวน 3 เซต (ขณะทำให้เกร็งท้องแขม่วตลอดการยกแขนเหยียดขา หายใจเข้าออกและหลังส่วนล่างขนานแนบชิดกับพื้น เส้นสีขาวรูปซ้ายเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่แอ่น และรูปถัดมาเป็นเส้นสมมติหลังส่วนล่างที่กดลงกับพื้นเตียงขณะแขม่วท้อง) ) โดยขณะออกกำลัง ต้องไม่กลั้นหายใจ และพยายามลดการเกร็งบริเวณอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน้าท้อง

** หมายเหตุ ท่าออกกำลังกายทั้ง 4 ท่า ควรเลือกออกกำลังกายจากท่าง่ายไปยาก โดยเกณฑ์ในการเปลี่ยนระดับของท่า คือ ต้องสามารถเกร็ง ควบคุมหน้าท้องและหลังให้แนบชิดกับพื้นตลอดการทำท่าออกกำลังกายในท่าที่ทำ โดยออกกำลังกายในระดับความยากที่สามารถทำได้เท่านั้น ไม่ต้องทำให้ครบทุกท่า

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับความรู้เรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่าง ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยครับ เมื่อเวลาน้ำหนักตัวเราเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงร่างกายจนพัฒนามาเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังได้ ผู้เขียงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ในบทความนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินร่วมกับมีอาการปวดหลัง ผู้ที่กำลังปวดหลังและผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลการดูแลสุขภาพ สามารถนำความรู้และท่าออกกำลังกายจากบทความของเรานำไปใช้บริหารเพื่อป้องกันและลดอาการปวดหลังได้ครับ

เรียบเรียงโดย กภ.เดชวิน หลายศิริเรืองไร

เอกสารอ้างอิง

  1. Hanan S, Eman S. Cupping therapy (al-hijama): it’s impact on persistent non-specific lower back pain and client disability. Life Sci J. 2013;10(4s):631-42.
  2. Perera RS, Chen L, Hart DJ, Spector TD, Arden NK, Ferreira ML, et al. Effects of body weight and fat mass on back pain–direct mechanical or indirect through inflammatory and metabolic parameters? Semin Arthritis Rheum. 2022;52(2022):151935.
  3. Jacobs JV, Henry SM, Nagle KJ. Low back pain associates with altered activity of the cerebral cortex prior to arm movements that require postural adjustment. Clin Neurophysiol. 2010;121(3):431-440.
  4. Shiri R, Karppinen J, Leino-Arjas P, Solovieva S, Viikari-Juntura E: The association between obesity and low back pain: a meta-analysis. Am J Epidemiol. 2010;171(2):135-154.
  5. Coenen P, Kingma I, Boot CR, Bongers PM, Van Dieen JH. Cumulative mechanical low-back load at work is a determinant of low-back pain. Occup Environ Med 2014;71(5):332–337.
  6. Suri P, Miyakoshi A, Hunter DJ, Jarvik JG, Rainville J, Guermazi  A, et al. Does lumbar spinal degeneration begin with the anterior structures? A study of the observed epidemiology in a community-based population. BMC Musculoskelet. Disord. 2011;12:1-7.
  7. Atchison JW, Vincent HK. Obesity and low back pain: relationships and treatment. Pain Manag. 2012;2(1):79-86.
Post Views: 7,026
Share
10

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.