mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

คอตกหมอนทำอย่างไรดี ????

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • คอตกหมอนทำอย่างไรดี ????

คอตกหมอนทำอย่างไรดี ????

ตุลาคม 5, 2022
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • neck pain
  • ตกหมอน
  • ปวดคอ
  • หันคอไม่ได้

คอตกหมอน เป็นคำเรียกอาการปวดคอหลังจากตื่นนอนตอนเช้า คอแข็ง และมีอาการเจ็บปวดบริเวณคอเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่วมกับจำกัดการเคลื่อนไหวคอในทุกทิศทาง ซึ่งเป็นอาการที่รบกวนการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ส่วนมากอาการสามารถหายเองได้ภายใน 3-5 วัน1 นอกจากนี้ยังอาจเป็นต้นเหตุของกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง เป็นสัญญาณแสดงการเสื่อมของกระดูกคอ หรือบ่งชี้สุขลักษณะการนอนที่ผิดปกติด้วย2

คอตกหมอนคืออะไร?

คอตกหมอน คือ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อคอเฉียบพลันทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงคอ เมื่อคลำอาจจะพบการเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นลำ (muscle spasm) ชัดเจน หรือรู้สึกผิวหนังบริเวณนั้นอุ่นกว่าบริเวณอื่น3,4 นอกจากนี้อาจมีอาการปวด และเกร็งของกล้ามเนื้อบ่า และสะบักข้างเดียวกันได้อีกด้วย โดยส่วนมากมักมีอาการปวดข้างเดียว

สาเหตุ

มักเกิดจากการที่ลำคอและศีรษะอยู่ในท่าทางที่ผิดปกติระหว่างนอนหลับเป็นเวลานาน เช่น คอพับ คอเอียง หรือหันไปข้างใดข้างหนึ่ง2 ทำให้กล้ามเนื้อคอด้านหนึ่งหดสั้นและอีกข้างถูกยืดยาวออก ซึ่งการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุลกันนี้ทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอถูกจำกัดการเคลื่อนไหว เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วมีการลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กล้ามเนื้อที่มีความตึงตัวอยู่ถูกกระชากออกทำให้เกิดกล้ามเนื้อคออักเสบเฉียบพลัน (acute muscle strain) นำมาซึ่งอาการปวดอย่างรุนแรง และยังสามารถทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรอบ ๆ บาดเจ็บตามไปด้วย เนื่องจากต้องทำงานแทนกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ

อาการ5

  1. ปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ และอาจมีอาการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ เช่น กล้ามเนื้อบ่า ไหล่ หรือสะบัก

  2. มีอาการปวดแบบรำคาญ (achy or throbbing pain) ที่กล้ามเนื้อลึก ๆ เป็นบางครั้งหรือตลอดเวลาจนรบกวนการนอน

  3. มีอาการปวดแปล๊บที่กล้ามเนื้อ (sharp pain) ขณะเคลื่อนไหวคอ

  4. อาการแย่ลงเมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่น การเคลื่อนไหวคอแล้วทำให้อาการปวดเพิ่มมากขึ้น

  5. กล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นลำทำให้เกิดจุดกดเจ็บบนกล้ามเนื้อ หรือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดร้าวไปที่อื่นได้

  6. คอแข็งหรือเคลื่อนไหวคอได้ลำบาก ไม่สามารถหันคอไปทิศตรงข้ามกับบริเวณที่มีอาการได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะมีอาการปวด บวม และอักเสบ

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น1-3

  1. ประคบเย็น อาจใช้น้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้าขนหนู หรือใช้เจลประคบเย็นห่อด้วยผ้าขนหนู ประคบบริเวณที่ปวดประมาณ 15-20 นาที สามารถทำได้ทุก 2 ชั่วโมง ไม่แนะนำให้ประคบร้อน เนื่องจากอยู่ในระยะที่มีการอักเสบ การประคบร้อนจะทำให้อาการแย่ลง
  2. นวดกล้ามเนื้อคอเบา ๆ ด้วยการกดคลึงบริเวณกล้ามเนื้อที่ปวดเบา ๆ ไม่ให้รู้สึกเจ็บขณะนวด จนรู้สึกว่ากล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนนุ่มลง ไม่แนะนำให้นวดแรงมากจนเกินไป เพราะจะทำให้มีการอักเสบมากขึ้น
  3. การเคลื่อนไหวข้อต่อหรือยืดกล้ามเนื้อคอด้วยตนเอง
    3.1 การเคลื่อนไหวคอด้วยตนเองทำโดย นั่งตัวตรง เคลื่อนไหวคอในทิศก้ม เงย เอียง และหมุนคอ ในแต่ละทิศทางช้า ๆ จนรู้สึกตึง ทิศทางละ 5-10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วัน (รูปที่ 1)

 

รูปที่ 1 การเคลื่อนไหวคอในทิศก้ม-เงย (บน) เอียงคอขวา-ซ้าย (กลาง) หมุนคอไปทางขวา-ซ้าย (ล่าง)

รูปที่ 1 การเคลื่อนไหวคอในทิศก้ม-เงย (บน) เอียงคอขวา-ซ้าย (กลาง) หมุนคอไปทางขวา-ซ้าย (ล่าง)

3.2 การยืดกล้ามเนื้อคอด้านหลังและด้านข้างด้วยตนเอง
การยืดกล้ามเนื้อคอด้านหลังทำโดย นั่งตัวตรง มือประสานกันบริเวณท้ายทอย จากนั้นค่อย ๆ ก้มศีรษะลงช้า ๆ จนรู้สึกตึงที่บริเวณหลังคอ ทำค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง 10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วัน (รูปที่ 2)

รูปที่ 2 การยืดกล้ามเนื้อคอด้านหลัง

รูปที่ 2 การยืดกล้ามเนื้อคอด้านหลัง

การยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้างทำโดย นั่งตัวตรง แขนข้างหนึ่งจับขอบที่นั่ง ก้มศีรษะ และเอียงคอไปฝั่งตรงข้าม พร้อมกับหันศีรษะไปฝั่งเดียวกันกับข้างที่จะยืด ใช้มืออีกข้างจับศีรษะออกแรงดึงช้า ๆ ให้รู้สึกตึงบริเวณบ่า ทำค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง 10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วันและสลับทำอีกฝั่ง (รูปที่ 3)

รูปที่ 3 การยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง

รูปที่ 3 การยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันอาการคอตกหมอน

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

  • ปรับท่านอนให้เหมาะสม จะช่วยทำให้ป้องกันและลดอาการบาดเจ็บที่สามารถเกิดขึ้นได้

ท่าทางการนอนระหว่างคืนส่วนใหญ่จะอยู่ในท่านอนตะแคงมากที่สุด ควรเอาหมอนมาชิดกับศีรษะให้มากขึ้นเพื่อรองไม่ให้ศีรษะทับไหล่ งอขาทั้งสองข้างเข้าหาลำตัวเล็กน้อยเพื่อ ป้องกันไม่ให้แนวกระดูกสันหลังบิดจนเกินไป ความสูงของหมอนที่เหมาะสมสำหรับท่านอนตะแคงคือ 10 เซนติเมตร หากหมอนสูงเกินไป แนวกระดูกสันหลังส่วนคอถูกยกให้สูงขึ้นและกล้ามเนื้อส่วนล่างเกร็งตัวตามไหล่บนที่ยกขึ้นมาจะทำให้ร่างกายอยู่ในลักษณะไหล่ยกตลอดเวลา หากหมอนต่ำเกินไปจะทำให้แนวกระดูกสันหลังส่วนคอตกลงด้านล่าง กล้ามเนื้อส่วนบนเกร็งตัวมากขึ้น เพื่อรักษาแนวกระดูกสันหลังส่วนคอให้ตรง ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอและหลังส่วนบนได้หลังตื่นนอน

ส่วนการนอนหงาย หมอนที่เหมาะสมควรมีส่วนที่รองรับคอยาวลงมาถึงส่วนสะบักด้านหลัง เพราะหากหมอนรองรับแต่ส่วนศีรษะจะทำให้ส่วนคอลอยอยู่ส่งผลต่ออาการปวดคอตอนเช้าได้6-8

ดังนั้น ท่านอนที่เหมาะสมคือศีรษะและคอควรอยู่ในแนวตรงทั้งท่านอนตะแคงและนอนหงาย และไม่ควรนอนคว่ำอ่านหนังสือ หรือนอนดูโทรทัศน์เป็นเวลานาน

  • ปรับท่าทางในการทำงาน เนื่องจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อคอเกิดความตึงตัวจนทำให้กระดูกสันหลังคอเกิดการยึดติดและขยับได้ลำบาก ส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อคอเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้นควรเปลี่ยนอิริยาบถท่าท่างในการนั่งทำงานบ่อย ๆ หรือยืดกล้ามเนื้อทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย

2. การเลือกหมอนและที่นอนให้เหมาะกับสรีระร่างกายของผู้นอน คือไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป มีความยืดหยุ่นระดับกลาง เมื่อนอนแล้วกระดูกสันหลังเรียงกันเป็นเส้นตรง

3. การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคออย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดอัตราการเกิดอาการคอตกหมอนได้2

ผู้ที่มีอาการคอตกหมอน ที่แนะนำให้พบนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไปได้แก่

  1. มีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่ทุเลาภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งอาจเป็นโรคของข้อกระดูกเรื้อรังอันเนื่องมาจากสาเหตุอื่น ๆ
  2. มีลักษณะอาการปวดเสียว หรือชา ที่บริเวณแขนข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีอาการตาพล่ามัว อาจมีสาเหตุมาจากเส้นประสาทคอถูกกดทับจากหมอนรองกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกคอเสื่อม
  3. มีประวัติได้รับบาดเจ็บรุนแรง เช่น รถชน
  4. มีอาการก้มคอไม่ได้ ปวดศีรษะรุนแรง และมีไข้สูงร่วมด้วย
  5. แขน หรือขาอ่อนแรง อาจเกิดจากความผิดปกติของไขสันหลัง

ดังที่กล่าวมาแล้วว่าคอตกหมอนเป็นอาการที่พบได้บ่อย และเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการขึ้น หรือการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

เรียบเรียงโดย กภ. ลดาวรรณ เติมวรกุล

เอกสารอ้างอิง

  1. VAVKEN, P. Evidence-based treatment of muscle injuries. Schweiz Z Med Traumatol. 2018;66(1).

  2. Binder AI. Neck pain. BMJ Clin Evid. 2008;2008(4):1103.

  3. Maffulli N, Del Buono A, Oliva F, Giai Via A, Frizziero A, Barazzuol M, et al. Muscle Injuries: A Brief Guide to Classification and Management. Transl Med UniSa. 2014;1(12):14-8.

  4. VALLE, X. Clinical practice guide for muscular injuries: epidemiology, diagnosis, treatment and prevention. Br J Sports Med. 2011;45(2):e2-e2.

  5. DAVIDOFF, R. A. Trigger points and myofascial pain: toward understanding how they affect headaches. Cephalalgia. 1998;18(7):436-48.

  6. Sacco IC, Pereira IL, Dinato RC, Silva VC, Friso B, Viterbo SF. The effect of pillow height on muscle activity of the neck and mid-upper back and patient perception of comfort. JMPT. 2015;38(6):375-81.

  7. Persson L. Neck pain and pillows–A blinded study of the effect of pillows on non-specific neck pain, headache and sleep.Adv Physiother. 2006;8(3):122-7.

  8. Liu SF, Lee YL, Liang JC. Shape design of an optimal comfortable pillow based on the analytic hierarchy process method. J Chiropr Med. 2011;10(4):229-39.

Post Views: 36,731
Share
0

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.