mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ข้อเข่าเสื่อม

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • ข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อม

มีนาคม 27, 2019
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
Tags
  • OA
  • osteoarthritis
  • ข้อเข่าเสือม

กายวิภาคศาสตร์ของข้อเข่า

ข้อเข่าเป็นข้อต่อที่เกิดขึ้นจากกระดูก 3 ชิ้น ประกอบกัน ได้แก่ กระดูกขาท่อนบน (Femur), กระดูกขาท่อนล่าง (Tibia) และกระดูกสะบ้า (patella) (รูปที่ 1) โดยจะประกอบเป็น 2 ข้อต่อหลัก ๆ ได้แก่ ข้อต่อระหว่างกระดูกขาท่อนบนและกระดูกขาท่อนล่าง เรียกว่า tibiofemoral joint ทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักของลำตัว และข้อต่อระหว่างกระดูกสะบ้าและกระดูกขาท่อนบน เรียกว่า patellofemoral joint ทำหน้าที่ในการลดแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นต่อข้อเข่าเมื่อกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (quadriceps femoris) หดตัว โดยที่ผิวสัมผัสของกระดูกทั้ง 3 ชิ้นที่มาประกอบกันจะมีกระดูกอ่อนผิวข้อ (articular cartilage) ปกคลุมอยู่ เพื่อลดแรงเสียดทานที่จะเกิดขึ้นกับข้อต่อเมื่อมีการเคลื่อนไหว และยังเป็นตัวรับแรงกดของน้ำหนักตัวที่กดลงมาเมื่อมีการเคลื่อนไหวอีกด้วย (1)

รูปที่ 1 กายวิภาคศาสตร์ของข้อเข่า

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อที่ปกคลุมอยู่บนพื้นผิวของกระดูกแต่ละชิ้นที่มาประกอบกันค่อย ๆ บางลงจนอาจไม่เหลือกระดูกอ่อนผิวข้ออยู่เลย ในผู้ป่วยบางรายที่มีการเสื่อมของกระดูกผิวข้อมาก ร่วมกับมีการแคบลงของช่องว่างระหว่างกระดูกขาท่อนบนและขาท่อนล่าง ทำให้เมื่อมีการขยับของข้อต่อ กระดูกทั้ง 2 ส่วนจะเกิดการเสียดสีกันทำให้เกิดอาการเจ็บขึ้นได้ (2) (รูปที่ 2) ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เกิดข้อเข่าเสื่อม เช่น อายุที่มากขึ้น, พันธุกรรม, เพศหญิง, ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก, เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า, เกิดการบาดเจ็บต่อข้อเข่าซ้ำ ๆ, กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอ่อนแรง, ข้อเข่าหลวม, อาชีพที่ต้องมีการนั่งคุกเข่าหรือการยืนย่อเข่าเป็นเวลานานหรือมีการบาดเจ็บที่เกิดบริเวณหมอนรองกระดูกข้อเข่า (meniscus) เป็นต้น (3)

รูปที่ 2 กายวิภาคศาสตร์ของข้อเข่าเสื่อม

อาการแสดงของผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม

  • ปวดบริเวณข้อเข่า ซึ่งอาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ และจะเบาลงเมื่อได้พัก
  • ในผู้ป่วยที่มีอาการมากร่วมกับมีเยื่อหุ้มข้อเข่าอักเสบอาจทำให้มีอาการปวดขณะพักหรือปวดตอนกลางคืนได้
  • มีอาการข้อเข่าติดแข็งเป็นระยะเวลาสั้น ๆ (ไม่เกิน 30 นาที) ในตอนเช้าหรือเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ
  • พบจุดกดเจ็บที่บริเวณข้อเข่า
  • อาจมีการบวมของข้อเข่า
  • มีเสียงขณะเคลื่อนไหวข้อเข่าหรือขณะเดิน
  • มีการจำกัดองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่า
  • มีการนูนของปุ่มกระดูกบริเวณข้อเข่า
  • อาจพบการผิดรูปของแนวขา (เข่าโก่งหรือเข่าชิด) ในรายที่มีอาการมาก

ซึ่งอาการดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลดลง (2)

แนวทางการรักษาในผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม

เป้าหมายในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมคือ ลดอาการปวด, บวม, ข้อเข่าติดแข็งที่เกิดขึ้น และการเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยการรักษามีทั้งแบบการใช้ยาและไม่ใช้ยา การรักษาด้วยยามักจะใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบ สำหรับการรักษาแบบไม่ใช้ยา เช่น กายภาพบำบัดและการผ่าตัด เป็นต้น โดยการรักษาทางกายภาพบำบัด ได้แก่ การออกกำลังกาย (การออกกำลังกายเฉพาะส่วนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าและการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและปอด), การยืดกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบเข่า, ธาราบำบัด, การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวด เช่น TENS, Ultrasound  และ การทำหัตถการ เช่น การขยับข้อต่อเพื่อให้ข้อต่อสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เป็นต้น (4)

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
 

ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพกด้านหน้า

  1. ยืนตรงวางขาข้างที่ต้องการยืดบนเก้าอี้
  2. ย่อเข่าข้างตรงข้ามและดันสะโพกไปด้านหน้าพร้อมแอ่นตัวไปด้านหลังจนรู้สึกตึงที่ด้านหน้าสะโพกข้างที่ต้องการยืด ค้างไว้ 10 วินาที
  3. ทำซ้ำ 10 ครั้ง / ชุด, 3-5 ชุด / วัน

 

ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า

  1. ยืนตรง ใช้มือจับข้อเท้าขาข้างที่ต้องการยืดไว้
  2. ดึงขาข้างที่ต้องการยืดไปด้านหลัง ในทิศทางเฉียงขึ้น จนรู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหน้า  ค้างไว้ 10 วินาที
  3. ทำซ้ำ 10 ครั้ง / ชุด, 3-5 ชุด / วัน

 

ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านข้าง

  1. ยืนไขว้ขาข้างที่ต้องการยืดไปทางด้านหลัง
  2. ดันสะโพกไปทางขาที่ต้องการยืดจนรู้สึกตึงบริเวณต้นขาด้านนอก ค้างไว้ 10 วินาที
  3. ทำซ้ำ 10 ครั้ง / ชุด, 3-5 ชุด / วัน

 

ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามสะโพกและต้นขาด้านใน

  1. นอนหงายชันเข่าทั้ง 2 ข้าง
  2. หนีบลูกบอลไว้ระหว่างเข่าทั้งสองข้าง
  3. ยกสะโพกขึ้นให้สุดโดยไม่แอ่นหลัง ค้างไว้ 5 วินาที แล้ววางสะโพกลง
  4. ทำซ้ำ 10 ครั้ง / ชุด, 3-5 ชุด / วัน

 

ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและด้านใน

หมายเหตุ

  • ท่ายืดทั้ง 3 ท่า หากจะล้มหรือรู้สึกไม่มั่นคง สามารถเอามือจับกำแพงหรือเก้าอี้ได้
  • หากมีอาการปวดหรือเจ็บมากขึ้นระหว่างการออกกำลังกาย ควรหยุดพักจนกระทั่งอาการหายไปแล้วค่อยออกกำลังกายใหม่ หากอาการยังคงอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

เรียบเรียงโดย กภ. พงษ์ประภัทร เสนา

อ้างอิง

  1. Jawad F. Abulhasan, Michael J. Grey. Review Anatomy and Physiology of Knee Stability. JFMK, 2017; 2(34):2-3.
  2. Kroon FPB, Van der Burg LRA, Buchbinder R, Osborne RH, Johnston RV, Pitt V. Self-management education programmes for osteoarthritis. The Cochrane Library, 2014; 1:3.
  3. Heidari B. Knee osteoarthritis prevalence, risk factors, pathogenesis and features: Part I. Caspian J Intern Med, 2011; 2(2):208.
  4. Alshami AM. Knee osteoarthritis related pain: a narrative review of diagnosis and treatment. Int J Health Sci Educ, 2014; 8(1):89-98.
  5. Designed by Freepik
Post Views: 3,642
Share
1

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.