3 เทคนิคดูแลภาวะน้ำนมน้อยในคุณแม่

น้ำนมแม่เป็นอาหารจากธรรมชาติที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายเช่น โปรตีน ไขมัน วิตามมินต่าง ๆ (1) และนอกจากนั้นในนมแม่ยังมีสารที่จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของลูกให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟแนะนำให้ลูกทานนมแม่เพียงอย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน หลังจากนั้นควรเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่และอาหารที่เหมาะสมตามวัยจนลูกอายุครบ 2 ขวบหรือมากกว่านั้น (2)
ปัญหาน้ำนมน้อยในคุณแม่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในคุณแม่ที่ให้นมบุตร (3) ซึ่งภายใน 1 สัปดาห์หลังคลอดภาวะน้ำนมน้อยถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่ เพราะระบบผลิตน้ำนมจะพัฒนาเต็มที่อยู่ที่ 2- 7 วัน ทั้งนี้หากคุณแม่ได้ให้นมลูกมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ยังมีภาวะน้ำนมน้อย อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น
- คุณแม่มีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัว อ่อนเพลียหรือเสียเลือดมาก
- คุณแม่ได้รับสารอาหารและน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอ
- คุณแม่ได้รับยาหรือสารบางอย่างที่ส่งผลต่อการผลิตน้ำนม เช่น ยาคุมกำเนิด สารเสพติด เป็นต้น
- คุณแม่มีความเครียด กังวล พักผ่อนน้อย
- ลูกดูดนมไม่ถูกวิธี ดูดช้า ดูดไม่เกลี้ยงเต้า
- ลูกได้รับนมเสริม น้ำ หรือ อาหารอื่น ๆ ทำให้ลูกอิ่มและทานนมแม่ลดลง
ภาวะน้ำนมน้อยในคุณแม่ เป็นความผิดปกติที่สามารถแก้ไขได้ ทางผู้เขียนมีเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างและการหลั่งน้ำนมของคุณแม่ มาฝาก 3 เทคนิคดังต่อไปนี้
เทคนิคที่ 1 กระตุ้นให้แม่ให้นมลูกภายในครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่งโมงแรกหลังคลอด (4) และมีการดูดกระตุ้นซ้ำ ๆ ทุก 2-3 ชั่วโมง
เมื่อลูกดูดนมแม่จะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโปรแลคติน (prolactin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยสร้างน้ำนม และฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) ที่ช่วยการหลั่งน้ำนม นอกจากนั้นทุกครั้งที่ให้นมควรระบายน้ำนมให้เกลี้ยงเต้าเพื่อป้องกันปัญหาการอุดตันของท่อน้ำนมและเป็นการส่งเสริมให้น้ำนมสามารถผลิตได้ดีขึ้น
ประโยชน์
- การดูดนมของลูกจะช่วยกระตุ้นให้แม่มีการสร้างและหลั่งน้ำนม
- ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด การให้ลูกดูดนมแม่จะช่วยให้ลูกได้รับหัวน้ำนม (colostrum) เป็นน้ำนมลักษณะเป็นสีเหลือง ที่โปรตีน แร่ธาตุ และ สารที่เป็นภูมิต้านทานโรคมากกว่าน้ำนมชนิดอื่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงจากติดเชื้อและภาวะตัวเหลืองในลูกแรกเกิด ช่วยให้ลำไส้ แข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ช่วยให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากแม่ทำให้เกิดสายใยความผูกพัน
เทคนิคที่ 2 การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ Skin to Skin contact (5, 6)
วิธีการทำ
คุณแม่อยู่ในท่านั่งหรือท่านอนที่สบาย อุ้มลูกอยู่ระหว่างหน้าอก โดยให้ผิวหนังบริเวณหน้าอก หน้าท้อง แขน และขา สัมผัสกับผิวหนังของคุณแม่ให้มากที่สุด คุณแม่สามารถทำได้นานเท่าที่ต้องการ
ประโยชน์ (7)
- ลูกที่ได้รับการกอดสัมผัสจะเริ่มต้นดูดนมแม่ได้เร็วกว่า และมีอัตราการดูดนมแม่ประสบความสำเร็จสูงกว่าลูกที่ไม่ได้รับการกอดสัมผัส
- แม่และลูกผ่อนคลาย ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจของลูกสม่ำเสมอ
- ช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกายลูกด้วยไออุ่นจากแม่
- ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อทำให้ลูกได้สัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ของแม่คือ เชื้อนอร์มอลฟลอร่า (normal flora) ซึ่งจะขยายพันธุ์ไปที่ผิวหนังของลูก (colonization) และต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อลูก
- ลดการร้องไห้งอแงของลูก พบว่าลูกที่ได้รับการสัมผัสจากแม่จะร้องไห้งอแงน้อยกว่าลูกที่ถูกแยกจากแม่
- กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) ของแม่ กระตุ้นการหลั่งของน้ำนมทำให้แม่
เทคนิคที่ 3 การระบายน้ำนมด้วยมือ (Hand expression)(8, 9)
ทำเพื่อเพิ่มการไหลของน้ำนม สามารถทำได้ก่อนและระหว่างให้นมลูกหรือปั๊มนม มีการศึกษาพบว่าการทำ Hand expression ก่อนและระหว่างให้นมลูกหรือปั๊มนมจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมในคุณแม่ได้(10)
การระบายน้ำนมด้วยมือหรือHand expression มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ
- จับเต้านมเป็นรูปตัว C หรือ ตัว U ห่างจากฐานหัวนม 3-4 เซนติเมตร
- มือกดเต้านมเข้าหากระดูกทรวงอก
- บีบนิ้วมือและนิ้วชี้เข้าหากัน
- คลายแรงบีบ เคลื่อนมือไปในทิศทางต่าง ๆ เช่น วางนิ้ว 6 และ 12 นาฬิกา เปลี่ยนเป็น 2 และ 8 นาฬิกา, 4 และ 10 นาฬิกา เป็นต้น
ข้อควรระวังในการทำระบายน้ำนมด้วยมือ
- คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดก่อนทำ
- ระหว่างการระบายน้ำนมด้วยมือไม่ควรมีอาการเจ็บของเต้านมหรือลานนม หากมีอาการเจ็บควรลดแรงในการบีบลง
ทั้ง 3 เทคนิคที่กล่าวถึงในข้างต้นเป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่คุณแม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เพื่อกระตุ้นการสร้างและหลั่งน้ำนม นอกจาก 3 เทคนิคนี้ คุณแม่อย่าลืมดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยการ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หมั่นหาเวลาว่างทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียด เพราะสุขภาพคุณแม่ส่งผลโดยตรงต่อการผลิตน้ำนม และหากคุณแม่ได้ทำตามเทคนิคข้างต้นไปสักระยะหนึ่งแล้วปริมาณน้ำนมยังไม่เพิ่ม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อทำการประเมินปัญหาและรักษาต่อไป
เรียบเรียงโดย กภ.วัลย์ลิกา ประเสริฐกุล
เอกสารอ้างอิง
- Lawrence RA. Maternal nutrition and supplements for mother and infant. In: Lawrence RA, Lawrence RM, editors. Breastfeeding. 9th ed. Philadelphia: Elsevier; 2022. p. 247-77.
- Victora CG, Bahl R, Barros AJ, França GV, Horton S, Krasevec J, et al. Breastfeeding in the 21st century: epidemiology, mechanisms, and lifelong effect. LancetLANCET. 2016;387(10017):475-90.
- Feenstra MM, Jorgine Kirkeby M, Thygesen M, Danbjorg DB, Kronborg H. Early breastfeeding problems: A mixed method study of mothers’ experiences. Sex Reprod Healthc. 2018;16:167-74.
- Desborough J, Smith J, Pramono A. The Ten Steps to Successful Breastfeeding Policy Review. Breastfeed. Rev. 2019;27(3):15-28.
- Moore ER, Bergman N, Anderson GC, Medley N. Early skin‐to‐skin contact for mothers and their healthy newborn infants. Abbreviation: Cochrane Database Syst Rev. 2016(11).
- Marín GM, Llana MI, López EA, Fernandez VE, Romero BI, Touza PP. Randomized controlled trial of early skin-to-skin contact: effects on the mother and the newborn. Acta Paediatrica. 2010;99(11):1630-4.
- จงลักษณ์ ทวีแก้ว กบ, ปรางทิพย์ ทาเสนาะ เอลเทอร์. เนื้อแนบเนื้อสัมผัสแรกรักจากแม่สู่ลูก: ความสำคัญและการปฎิบัติ. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์. 2562;3(3):1-10.
- Steurer L SJ. Manual expression of breast milk. J. Perinat. Neonatal Nurs. 2018;2(32):102-3.
- Khatoon S, Begum T, Begum N. Expression of breast milk-an update. J Shaheed Suhrawardy Med Coll. 2013;4(2):62-4.
- Morton J, Hall JY, Wong RJ, Thairu L, Benitz WE, Rhine WD. Combining hand techniques with electric pumping increases milk production in mothers of preterm infants. Am J Perinatol. 2009;29(11):757-64.






