อย่าปล่อยให้ปวดหลังเรื้อรัง


อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง เมื่อเรามาพูดถึงความหมายโดยละเอียดคือ อาการปวดบริเวณต่ำกว่าซี่โครงถึงก้นย้อยเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือน (1) อาการปวดหลังถือได้ว่าเป็นอาการที่สามารถพบได้ในกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย การดำเนินชีวิตในอิริยาบถต่าง ๆ ล้วนสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน เดิน หรือการออกกำลังกาย เนื่องจากการเคลื่อนไหวของร่างกายในกิจกรรมต่าง ๆ สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่าง จึงเป็นเหตุให้หลังส่วนล่างมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้บ่อยครั้ง จากผลสำรวจในปี 1990 ถึง 2015 พบอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ที่มีอาการปวดหลังสูงขึ้นถึง 54% (2) นอกจากนี้การปวดหลังส่วนล่างยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ด้านจิตใจและด้านเศรษฐกิจ (3) โดยปกติแล้วอาการปวดสามารถแบ่งได้ 3 ระยะ (4) คือ
- ระยะเฉียบพลัน 0-6 สัปดาห์ (Acute)
- ระยะกึ่งเฉียบพลัน 6-12 สัปดาห์ (Sub-acute)
- ระยะเรื้อรัง มากกว่า 12 สัปดาห์ (Chronic)
จะเห็นได้ว่าการบาดเจ็บก็มีความสัมพันธ์กับเวลา ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงว่าการปล่อยให้มีอาการปวดหลังเรื้อรัง จะส่งผลกระทบกับร่างกายและจิตใจของเราอย่างไรบ้างมาติดตามกันเลยครับ
ในเบื้องต้นเรามาทำเข้าใจพื้นฐานการรับความรู้สึกปวดกันก่อน เมื่อร่างกายได้รับการบาดเจ็บ บริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บจะมีการหลังสารสื่อประสาทและส่งไปที่ตัวรับสัญญาณความเจ็บปวด (Nociceptor) เพื่อแปลงให้สารสื่อประสาทกลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า จากนั้นสัญญาณไฟฟ้าจะวิ่งผ่านแนวเส้นประสาทไปที่ไขสันหลังเพื่อปรับแต่งสัญญาณ และส่งขึ้นไปตามแนวไขสันหลังไปที่สมองเพื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น กรณีที่มีระดับความปวดสูง ๆ สมองจะมีระบบการส่งสัญญาณลงมายับยั้งความปวดที่ส่งขึ้นไป จากนั้นสมองจะส่งรูปแบบการตอบสนองต่อความปวดที่เกิดขึ้นลงมา (5) นี่คือธรรมชาติการรับรู้ความปวดของร่างกายมนุษย์ ตามรูปที่ 1

รูป 1 สภาวะปกติ
แต่ความปกตินั้นจะไม่ปกติถ้าความปวดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากร่างกายของมนุษย์มีความพิเศษในการปรับตัวได้สูง จากความรู้ในเบื้องต้นเราสามารถแบ่งการรับความรู้สึกได้ 2 ช่วงคือ ช่วงก่อนถึงไขสันหลังจะเรียกว่าเป็นส่วนปลายของระบบประสาท (Peripheral) และช่วงจากไขสันหลังถึงสมองจะเป็นส่วนกลางของระบบประสาท (Central) ความพิเศษก็คือเมื่อร่างกายได้รับการบาดเจ็บหรือความปวดอย่างต่อเนื่อง ในส่วนปลายของระบบประสาทจะเกิดความไวต่อการเกิดการกระตุ้นมากขึ้น (Peripheral sensitization) กล่าวคือการสัมผัสเพียงเบา ๆ ก็สามารถทำให้เกิดอาการปวดขึ้นได้โดยง่าย โดยในสภาวะปกติอาจไม่รู้สึกปวดมากขนาดนี้ นั่นหมายความว่าความทนทานต่อความปวดเราต่ำลง ในขณะที่ช่วงการส่งสัญญาณจากไขสันหลังไปที่สมองจะมีความไวในการส่งสัญญาณไฟฟ้าความปวดขึ้นไปที่สมองเร็วขึ้น (Central sensitization) ขณะเดียวกันกระบวนการยับยั้งความปวดที่สมองส่งลงมาก็มีประสิทธิภาพลดลงไปด้วยทำให้ยับยั้งความปวดที่ส่งขึ้นไปไม่ได้ ทำให้สมองรับรู้ความปวดได้ง่ายขึ้น (6) จากที่กล่าวไปตอนต้นว่าสมองของมนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวได้สูงและมีการเชื่อมโยงกันในหลาย ๆ ส่วน จากการศึกษาที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับความปวดอย่างต่อเนื่องและยาวนาน สมองด้านการรับรู้ความปวดจะมีการเชื่อมโยงกับสมองในส่วนของอารมณ์และความคิด ส่งผลให้เกิดความเชื่อและความกลัวต่อสาเหตุที่ทำให้เกิดความปวด (7) ยกตัวอย่างที่ทุกคนคิดถึงง่าย ๆ คือในกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยล้มขณะเดินกระดูกสันหลังทรุดและต้องนอนรักษาตัวเป็นระยะเวลานานหลาย ๆ รายจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นความกลัวไม่กล้ากลับมาเดินอีกครั้งหลังจากที่รักษาตัวจนหาย หรือในบางรายเคยประสบอุบัติเหตุในสถานที่แห่งหนึ่งจนปวดหลังมาก อาจเป็นเหตุให้ไม่กล้ากลับไปยังสถานที่แห่งนั้นอีกครับ
ทีนี้เรามาดูถึงผลกระทบทางด้านร่างกายบ้างว่าหลังจากที่เกิดการปวดหลังเรื้อรังส่งผลทางด้านการเคลื่อนไหวอย่างไร จากการศึกษาพบว่าการปวดหลังเรื้อรังนั้นจะส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงโดยเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อมัดลึกที่เกาะอยู่ตามแนวกระดูกสันหลังซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของหลังส่วนล่าง การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน เดิน กลุ่มกล้ามเนื้อมัดลึกต้องทำงานก่อนการเคลื่อนไหว เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง แต่ในผู้ที่มีอาการปวดหลัง พบว่า การทำงานของกล้ามเนื้อประสานสัมพันธ์ไม่ดีเหมือนปกติ (Co-ordination) รวมถึงกล้ามเนื้อหลังมัดลึกที่ไม่ทำงานส่งผลให้กล้ามเนื้อมีขนาดและกำลังกล้ามเนื้อลดลง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ เกิดความผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บของโครงสร้างของหลังส่วนล่าง ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแรงกล้ามเนื้อหลังมัดลึกที่ลดลงจะส่งผลให้เกิดแรงตกกระทบและแรงเฉือนที่โครงสร้างของกระดูกสันหลังส่วนล่างเพิ่มขึ้นเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บได้ (8) นี่จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำเป็นวงจรไปมาอย่างต่อเนื่อง และต้องมีกระบวนการในการรักษามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปวด การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ กำลังกล้ามเนื้อที่ลดลง รวมไปถึงด้านจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความกลัวที่จะเคลื่อนไหวจากอาการปวดครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนใช้เวลาในการรักษานานเหมือนคำกล่าวที่ว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งก็ยากที่ร่างกายจะกลับมาแข็งแรงเหมือนปกติ ตามรูปที่ 2

รูป 2 สภาวะปวดหลังเรื้อรัง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับอาการปวดหลังเรื้อรัง คิดว่าหลาย ๆ คนที่อ่านมาถึงตรงนี้จะมีความกลัวกับอาการปวดหลังเรื้อรังแล้วใช่มั้ยครับ สำหรับใครที่ยังไม่เป็นก็ขอให้ใช้ร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง และใครที่กำลังมีอาการปวดหลังแล้วก็รีบรักษาให้หายโดยเร็ว อย่าให้นานเกิน 3 เดือนนะครับ เพราะจะกลายเป็นอาการปวดหลังเรื้อรังที่ส่งผลกระทบกับร่างกายในหลาย ๆ ด้านและใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้น ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาในบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังมีอาการปวดหลังและผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลด้านสุขภาพ แน่นอนว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา แต่ถ้าบาดเจ็บแล้วควรรีบรักษาให้หายโดยเร็วนะครับ
เรียบเรียงโดย กภ.เดชวิน หลายศิริเรืองไร
เอกสารอ้างอิง
- Burton AK, Balagué F, Cardon G, Eriksen HR, Henrotin Y, Lahad A, et al. European guidelines for prevention in low back pain. Eur Spine J. 2006;15(2):136-168.
- Hartvigsen J, Hancock MJ, Kongsted A, Louw Q, Ferreira ML, Genevay S, et al. What low back pain is and why we need to pay attention. Lancet. 2018;391(10137):2356–2367.
- Baberi F, Jahandideh Z, Akbari M, Shakerian M, Choobineh A. Relationship between personality types and musculoskeletal disorders among office staff. Med Lav. 2019;110(4):293–303.
- Tavakkol R, Karimi A, Hassanipour S, Gharahzadeh A, Fayzi R. A multidisciplinary focus review of musculoskeletal disorders among operating room personnel. J Multidiscipl Healthcare. 2020;13:735–41.
- Bourne S, Machado AG, Nagel SJ. Basic anatomy and physiology of pain pathways. Neurosurgery Clinics, 2014;25(4):629-638.
- Li W, Gong Y, Liu J, Guo Y, Tang H, Qin S, et al. Peripheral and central pathological mechanisms of chronic low back pain: a narrative review. J Pain Res. 2021;14:1483-1494.
- Giesecke T, Gracely RH, Grant MA, Nachemson A, Petzke F, Williams DA, et al. Evidence of augmented central pain processing in idiopathic chronic low back pain. Arthritis Rheum. 2004;50(2):613-623.
- Jacobs JV, Henry SM, Nagle KJ. (2010). Low back pain associates with altered activity of the cerebral cortex prior to arm movements that require postural adjustment. Clin Neurophysiol. 2010;121(3):431-440.




