mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

อย่าปล่อยให้ปวดหลังเรื้อรัง

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • อย่าปล่อยให้ปวดหลังเรื้อรัง

อย่าปล่อยให้ปวดหลังเรื้อรัง

เมษายน 14, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Chronic low back pain
  • low back pain
  • pain path way
  • ปวดหลัง

อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง เมื่อเรามาพูดถึงความหมายโดยละเอียดคือ อาการปวดบริเวณต่ำกว่าซี่โครงถึงก้นย้อยเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือน (1) อาการปวดหลังถือได้ว่าเป็นอาการที่สามารถพบได้ในกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย การดำเนินชีวิตในอิริยาบถต่าง ๆ ล้วนสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน เดิน หรือการออกกำลังกาย เนื่องจากการเคลื่อนไหวของร่างกายในกิจกรรมต่าง ๆ สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่าง จึงเป็นเหตุให้หลังส่วนล่างมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้บ่อยครั้ง  จากผลสำรวจในปี 1990 ถึง 2015 พบอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ที่มีอาการปวดหลังสูงขึ้นถึง 54% (2) นอกจากนี้การปวดหลังส่วนล่างยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ด้านจิตใจและด้านเศรษฐกิจ (3) โดยปกติแล้วอาการปวดสามารถแบ่งได้ 3 ระยะ (4) คือ

  1. ระยะเฉียบพลัน 0-6 สัปดาห์ (Acute)
  2. ระยะกึ่งเฉียบพลัน 6-12 สัปดาห์ (Sub-acute)
  3. ระยะเรื้อรัง มากกว่า 12 สัปดาห์ (Chronic)

จะเห็นได้ว่าการบาดเจ็บก็มีความสัมพันธ์กับเวลา ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงว่าการปล่อยให้มีอาการปวดหลังเรื้อรัง จะส่งผลกระทบกับร่างกายและจิตใจของเราอย่างไรบ้างมาติดตามกันเลยครับ

ในเบื้องต้นเรามาทำเข้าใจพื้นฐานการรับความรู้สึกปวดกันก่อน เมื่อร่างกายได้รับการบาดเจ็บ บริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บจะมีการหลังสารสื่อประสาทและส่งไปที่ตัวรับสัญญาณความเจ็บปวด (Nociceptor) เพื่อแปลงให้สารสื่อประสาทกลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า จากนั้นสัญญาณไฟฟ้าจะวิ่งผ่านแนวเส้นประสาทไปที่ไขสันหลังเพื่อปรับแต่งสัญญาณ และส่งขึ้นไปตามแนวไขสันหลังไปที่สมองเพื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น กรณีที่มีระดับความปวดสูง ๆ สมองจะมีระบบการส่งสัญญาณลงมายับยั้งความปวดที่ส่งขึ้นไป จากนั้นสมองจะส่งรูปแบบการตอบสนองต่อความปวดที่เกิดขึ้นลงมา (5) นี่คือธรรมชาติการรับรู้ความปวดของร่างกายมนุษย์ ตามรูปที่ 1

รูป 1 สภาวะปกติ

รูป 1 สภาวะปกติ

แต่ความปกตินั้นจะไม่ปกติถ้าความปวดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากร่างกายของมนุษย์มีความพิเศษในการปรับตัวได้สูง จากความรู้ในเบื้องต้นเราสามารถแบ่งการรับความรู้สึกได้ 2 ช่วงคือ ช่วงก่อนถึงไขสันหลังจะเรียกว่าเป็นส่วนปลายของระบบประสาท (Peripheral) และช่วงจากไขสันหลังถึงสมองจะเป็นส่วนกลางของระบบประสาท (Central) ความพิเศษก็คือเมื่อร่างกายได้รับการบาดเจ็บหรือความปวดอย่างต่อเนื่อง ในส่วนปลายของระบบประสาทจะเกิดความไวต่อการเกิดการกระตุ้นมากขึ้น (Peripheral sensitization) กล่าวคือการสัมผัสเพียงเบา ๆ ก็สามารถทำให้เกิดอาการปวดขึ้นได้โดยง่าย โดยในสภาวะปกติอาจไม่รู้สึกปวดมากขนาดนี้ นั่นหมายความว่าความทนทานต่อความปวดเราต่ำลง ในขณะที่ช่วงการส่งสัญญาณจากไขสันหลังไปที่สมองจะมีความไวในการส่งสัญญาณไฟฟ้าความปวดขึ้นไปที่สมองเร็วขึ้น (Central sensitization) ขณะเดียวกันกระบวนการยับยั้งความปวดที่สมองส่งลงมาก็มีประสิทธิภาพลดลงไปด้วยทำให้ยับยั้งความปวดที่ส่งขึ้นไปไม่ได้ ทำให้สมองรับรู้ความปวดได้ง่ายขึ้น (6) จากที่กล่าวไปตอนต้นว่าสมองของมนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวได้สูงและมีการเชื่อมโยงกันในหลาย ๆ ส่วน จากการศึกษาที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับความปวดอย่างต่อเนื่องและยาวนาน สมองด้านการรับรู้ความปวดจะมีการเชื่อมโยงกับสมองในส่วนของอารมณ์และความคิด ส่งผลให้เกิดความเชื่อและความกลัวต่อสาเหตุที่ทำให้เกิดความปวด (7) ยกตัวอย่างที่ทุกคนคิดถึงง่าย ๆ คือในกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยล้มขณะเดินกระดูกสันหลังทรุดและต้องนอนรักษาตัวเป็นระยะเวลานานหลาย ๆ รายจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นความกลัวไม่กล้ากลับมาเดินอีกครั้งหลังจากที่รักษาตัวจนหาย หรือในบางรายเคยประสบอุบัติเหตุในสถานที่แห่งหนึ่งจนปวดหลังมาก อาจเป็นเหตุให้ไม่กล้ากลับไปยังสถานที่แห่งนั้นอีกครับ

ทีนี้เรามาดูถึงผลกระทบทางด้านร่างกายบ้างว่าหลังจากที่เกิดการปวดหลังเรื้อรังส่งผลทางด้านการเคลื่อนไหวอย่างไร จากการศึกษาพบว่าการปวดหลังเรื้อรังนั้นจะส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงโดยเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อมัดลึกที่เกาะอยู่ตามแนวกระดูกสันหลังซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของหลังส่วนล่าง การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน เดิน กลุ่มกล้ามเนื้อมัดลึกต้องทำงานก่อนการเคลื่อนไหว เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง แต่ในผู้ที่มีอาการปวดหลัง พบว่า การทำงานของกล้ามเนื้อประสานสัมพันธ์ไม่ดีเหมือนปกติ (Co-ordination) รวมถึงกล้ามเนื้อหลังมัดลึกที่ไม่ทำงานส่งผลให้กล้ามเนื้อมีขนาดและกำลังกล้ามเนื้อลดลง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ เกิดความผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บของโครงสร้างของหลังส่วนล่าง ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแรงกล้ามเนื้อหลังมัดลึกที่ลดลงจะส่งผลให้เกิดแรงตกกระทบและแรงเฉือนที่โครงสร้างของกระดูกสันหลังส่วนล่างเพิ่มขึ้นเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บได้ (8) นี่จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำเป็นวงจรไปมาอย่างต่อเนื่อง และต้องมีกระบวนการในการรักษามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปวด การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ กำลังกล้ามเนื้อที่ลดลง รวมไปถึงด้านจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความกลัวที่จะเคลื่อนไหวจากอาการปวดครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนใช้เวลาในการรักษานานเหมือนคำกล่าวที่ว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งก็ยากที่ร่างกายจะกลับมาแข็งแรงเหมือนปกติ ตามรูปที่ 2

รูป 2 สภาวะปวดหลังเรื้อรัง

รูป 2 สภาวะปวดหลังเรื้อรัง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับอาการปวดหลังเรื้อรัง คิดว่าหลาย ๆ คนที่อ่านมาถึงตรงนี้จะมีความกลัวกับอาการปวดหลังเรื้อรังแล้วใช่มั้ยครับ สำหรับใครที่ยังไม่เป็นก็ขอให้ใช้ร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง และใครที่กำลังมีอาการปวดหลังแล้วก็รีบรักษาให้หายโดยเร็ว อย่าให้นานเกิน 3 เดือนนะครับ เพราะจะกลายเป็นอาการปวดหลังเรื้อรังที่ส่งผลกระทบกับร่างกายในหลาย ๆ ด้านและใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้น ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาในบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังมีอาการปวดหลังและผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลด้านสุขภาพ แน่นอนว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา แต่ถ้าบาดเจ็บแล้วควรรีบรักษาให้หายโดยเร็วนะครับ

                เรียบเรียงโดย กภ.เดชวิน หลายศิริเรืองไร

เอกสารอ้างอิง

  1. Burton AK, Balagué F, Cardon G, Eriksen HR, Henrotin Y, Lahad A, et al. European guidelines for prevention in low back pain. Eur Spine J. 2006;15(2):136-168. 
  2. Hartvigsen J, Hancock MJ, Kongsted A, Louw Q, Ferreira ML, Genevay S, et al. What low back pain is and why we need to pay attention. Lancet. 2018;391(10137):2356–2367.
  3. Baberi F, Jahandideh Z, Akbari M, Shakerian M, Choobineh A. Relationship between personality types and musculoskeletal disorders among office staff. Med Lav. 2019;110(4):293–303.
  4. Tavakkol R, Karimi A, Hassanipour S, Gharahzadeh A, Fayzi R. A multidisciplinary focus review of musculoskeletal disorders among operating room personnel. J Multidiscipl Healthcare. 2020;13:735–41.
  5. Bourne S, Machado AG, Nagel SJ. Basic anatomy and physiology of pain pathways. Neurosurgery Clinics, 2014;25(4):629-638.
  6. Li W, Gong Y, Liu J, Guo Y, Tang H, Qin S, et al. Peripheral and central pathological mechanisms of chronic low back pain: a narrative review. J Pain Res. 2021;14:1483-1494.
  7. Giesecke T, Gracely RH, Grant MA, Nachemson A, Petzke F, Williams DA, et al. Evidence of augmented central pain processing in idiopathic chronic low back pain. Arthritis Rheum. 2004;50(2):613-623.
  8. Jacobs JV, Henry SM, Nagle KJ. (2010). Low back pain associates with altered activity of the cerebral cortex prior to arm movements that require postural adjustment. Clin Neurophysiol. 2010;121(3):431-440.
Post Views: 2,843
Share
2

Related posts

มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more
มิถุนายน 1, 2026

การอบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาแบดมินตัน


Read more
พฤษภาคม 29, 2026

การปรับท่านั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกลอาการปวด


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.