mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

กายภาพบำบัดในเด็กที่มีความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางเด็ก
  • กายภาพบำบัดในเด็กที่มีความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ

กายภาพบำบัดในเด็กที่มีความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ

พฤษภาคม 15, 2024
Categories
  • กายภาพบำบัดทางเด็ก
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Hypotonia
  • Hypotonia in children

เด็กที่ไม่ชอบเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อย อาจเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองหลายท่านอาจเคยพบเจอ แต่อาจไม่ได้นึกว่าเป็นอาการผิดปกติอะไร และไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาการดังกล่าว แต่อาการนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ (hypotonia) บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเด็กที่มีภาวะความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติว่ามีอาการอย่างไร และกายภาพบำบัดสามารถช่วยอะไรได้บ้าง

ความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติคืออะไร

ความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ คือ ภาวะที่มีความผิดปกติของความตึงตัวของกล้ามเนื้อ โดยมีการลดลงของความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (decrease muscle tone)1 มีการลดลงของแรงต้านขณะทำการพาให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวโดยที่เด็กไม่ได้ออกแรง (passive movement) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง (decrease muscle strength) ส่งผลให้เด็กเคลื่อนไหวน้อยและยากลำบาก

ความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติเกิดจากอะไร

ความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดขึ้นได้อย่างแน่ชัด แต่เกิดได้จากหลายสาเหตุประกอบไปด้วย เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system), ความผิดปกติของระบบประสาทกล้ามเนื้อ (neuromuscular), โรคทางกล้ามเนื้อ (muscle disorders) หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม (genetic disorders) ซึ่งมักพบภาวะความตึงตัวกล้ามเนื้อต่ำได้บ่อยในกลุ่มโรค Down’s syndrome, prader-willi syndrome และ cerebral palsy เป็นต้น นอกจากนี้ยังแบ่งกลุ่มเด็กที่มีภาวะนี้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก2 ดังนี้

  1. Central hypotonia เด็กมักมีการตื่นตัวที่ผิดปกติ (abnormal consciousness), ชัก (seizure), หยุดหายใจ (apnea), การทรงท่าที่ผิดปกติ (abnormal posturing), มีความลำบากในการรับประทานอาหาร (feeding difficulties), กำลังกล้ามเนื้อน้อยกว่าปกติโดยเฉพาะบริเวณแกนกลางของร่างกาย และส่วนของ tendon reflex ปกติ หรือแรงกว่าปกติ (hyperactive)
  2. Peripheral hypotonia เด็กตื่นตัวดีกว่า, กล้ามเนื้อกลุ่มต้านแรงโน้มถ่วงโลก (antigravity limb muscles) อ่อนแรง, และพบรีเฟล็กซ์เอ็นลึก (deep tendon reflex) น้อยหรือไม่พบ, มีการผิดรูปของกระดูกหรือข้อต่อ (deformities of bones or joints) และพบภาวะลิ้นสั่น (tongue fasciculations)

ลักษณะความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติเป็นอย่างไร1, 2

  1. ในท่านอนหงายจะเห็นลักษณะเด็กนอนทิ้งตัว แบะขาทั้งสองข้างออกทางด้านนอกคล้ายการแบะขาของกบ ซึ่งเรียกว่าขาอยู่ในลักษณะ Frog-legged posture
รูปที่ 1 แสดงลักษณะ Frog-legged posture

รูปที่ 1 แสดงลักษณะ Frog-legged posture

  1. เมื่ออุ้มเด็กให้อยู่ในแนวดิ่งมักพบว่า เด็กไม่สามารถชันคอและศีรษะให้ตั้งตรงได้ (Head lag)
  2. เมื่ออุ้มเด็กในแนวนอนพบว่า เด็กทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง
  3. พบการอ่อนแรงของกำลังกล้ามเนื้อ (muscle weakness)
  4. บางรายพบข้อต่อยึดติด (contracture)
  5. พบปัญหาการกลืนและการหายใจ
  6. บางรายพบการเคลื่อนไหวน้อยหรือไม่พบการเคลื่อนไหวขณะเด็กร้องไห้
  7. ความสามารถในการทรงตัวในท่าทางต่าง ๆ ลดลง3 เช่น ท่านั่ง
  8. ความโค้งของอุ้งเท้าลดลง (medial arch of foot)

การตรวจประเมินภาวะความตึงตัวกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติทางการแพทย์2, 4

  1. ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
  2. ประเมินทางการสร้างภาพประสาท (neuroimaging) เพื่อหาต้นกำเนิดของภาวะความตึงตัวกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ (hypotonia)
  3. ประเมินทางเวชพันธุศาสตร์ (medical genetic) หรือ พันธุศาสตร์ของระบบประสาท (neurogenetic)
  4. ประเมินทางพันธุกรรม
  5. ประเมินทางชีวเคมี เช่น ประเมิน ammonia, lactate, amino acids และอื่น ๆ เป็นต้น
  6. ประเมินทางระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (electromyography : EMG), การตรวจความเร็วการนำสัญญาณประสาท (nerve conduction velocity : NVC) และ การตรวจชิ้นกล้ามเนื้อ (muscle biopsy)
  7. ประเมินเพื่อทดสอบภาวะความตึงตัวกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

    7.1) กรณีเด็กโตจะใช้ The Ashworth scales

    7.2) กรณีเด็กทารก จะใช้วิธีทดสอบ ดังนี้

          7.2.1) Pull to sit ทำโดยให้เด็กทารกนอนหงาย ผู้ประเมินจับแขนแล้วค่อย ๆ ดึงเด็กขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง หากพบศีรษะแหงนหงายไปทางด้านหลัง บ่งบอกถึงภาวะ hypotonia ถ้าในเด็กปกติ จะงอแขนและเก็บศีรษะขึ้นมาอยู่ในแนวตรง

          7.2.2) The scarf sign ทำโดยจับแขนเด็กดึงข้ามบริเวณหน้าอกขึ้นไปหาหัวไหล่ฝั่งตรงข้าม แล้วพบแรงต้านน้อย แขนเด็กจะวางแนบไปกับบริเวณหน้าอกและคอลักษณะคล้ายผ้าพันคอ บ่งบอกว่าเด็กมีภาวะ hypotonia

          7.2.3) ในเด็กทารกที่มีภาวะความตึงตัวกล้ามเนื้อต่ำกว่าปกติ hypotonia เมื่อเราอุ้มใต้แขนเด็กจะเห็นว่าแขนเด็กห้อยแสดงถึงการที่ต้องได้รับการพยุงบริเวณแขนหรือขณะอุ้มใต้แขนจะเห็นว่าตัวเด็กไหลลงไปทางด้านล่างแล้วบริเวณรักแร้จะลู่มาติดกับมือผู้ประเมิน

          7.2.4) Vertical suspension ทำโดยให้ผู้ประเมินอุ้มเด็กในท่าคว่ำโดยมือผู้ประเมินพยุงบริเวณหน้าอกและท้อง ในเด็กปกติ เมื่ออุ้มท่านี้ ทารกจะเหยียดหลังตรง คอตรง ขนานพื้น งอแขนและขา แต่ในเด็กที่มีภาวะ hypotonia เด็กจะทิ้งตัวลงบนมือผู้ประเมินเป็นลักษณะคล้ายตัว U ไม่เหยียดหลังตรง คอพับลง

กายภาพบำบัด สามารถช่วยอะไรได้บ้าง?5, 6

  1. เพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (muscle tone)
  2. กระตุ้นพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย
  3. ใช้การกระชับข้อต่อ (joint approximation) ในรายที่มีข้อต่อหลวมหรือไม่กระชับ
  4. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (muscle strength)
  5. เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อต่อการทำกิจกรรม (muscle endurance)
  6. ส่งเสริมการเคลื่อนไหวด้วยเทคนิควอยตาบำบัด (Vojta therapy)3
  7. ออกกำลังกายเพิ่มความมั่นคงของเชิงกรานในท่านั่ง (Pelvic girdle stability training)7
  8. จัด ดัด ดึงข้อต่อ ในรายที่มีข้อต่อยึดติด (contracture)
  9. แนะนำการจัดท่าเด็กให้อยู่ในท่าทางต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เช่น การจัดท่านอนหรือท่านั่ง
  10. แนะนำการใส่รองเท้าหรืออุปกรณ์เสริมเพื่อรองรับโค้งอุ้งเท้าด้านใน8

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงการแนะนำการดูแลเบื้องต้น หากผู้ปกครองท่านใดมีบุตรหลานที่มีภาวะนี้และต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม แนะนำให้ปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อให้เด็กได้รับการตรวจประเมินและได้รับการรักษาได้อย่างเฉพาะบุคคล

เรียบเรียงโดย กภ.องครักษ์ ธรรมมิกะ

References

  1. Mercuri E, Pera MC, Brogna C. Neonatal hypotonia and neuromuscular conditions. Handb Clin Neurol. 2019;162:435-48.
  2. Ahmed MI, Iqbal M, Hussain N. A structured approach to the assessment of a floppy neonate. J Pediatr Neurosci. 2016;11(1):2-6.
  3. Ha S-Y, Sung Y-H. Vojta approach affects neck stability and static balance in sitting position of children with hypotonia. Int Neurourol J. 2021;25(Suppl 2):S90.
  4. Sparks SE. Neonatal hypotonia. Clin Perinatol. 2015;42(2):363-71.
  5. Mendoza C. Physical therapy management of Wiedemann-Steiner syndrome from birth to 3 years. Pediatr Phys Ther. 2020;32(3):E64-E9.
  6. Paleg G, Romness M, Livingstone R. Interventions to improve sensory and motor outcomes for young children with central hypotonia: A systematic review. J Pediatr Rehabil Med. 2018;11(1):57-70.
  7. Ahmed W, Gharib R, El-Din H, El-Talawy H. Effect of pelvic girdle stability training on functional sitting control in children with hypotonic cerebral palsy. Int Res J Med Med Sci. 2021;9:24-33.
  8. Weber A, Martin K. Efficacy of orthoses for children with hypotonia: a systematic review. Pediatr Phys Ther. 2014;26(1):38-47.
Post Views: 3,498
Share
16

Related posts

เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more
มีนาคม 31, 2026

เรียนรู้เรื่อง “เจ็บปวด” ตอนที่ 3 PRICE, POLICE, PEACE&LOVE


Read more
มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.