ข้อสะโพกตึงตัวปัญหาที่คนปวดหลังมองข้าม

ปัญหาอาการปวดหลัง เป็นปัญหาทางสุขภาพที่คนทุกเพศทุกวัยเคยประสบในการดำเนินชีวิตประจำวันจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการใช้ชีวิต การทำงานและสถานะทางเศรษฐกิจ จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า อาการปวดหลังส่วนล่างของพนักงานบริษัทเกิดจากการนั่งเป็นเวลานาน โดยพบว่าพนักงานบริษัท ใช้เวลามากถึง 80 % ของเวลาทำงานไปกับการนั่งทำงาน (1-3) อาการปวดหลังส่วนล่างนั้น หลายคนอาจมองว่าเกิดจากปัญหาที่หลังส่วนล่างโดยตรง แต่ในเชิงโครงสร้างของร่างกายหลังส่วนล่างมีการเคลื่อนไหวที่ควบคู่ไปกับข้อต่อใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นกระดูกสันหลังส่วนอก ข้อต่อเชิงกรานและข้อสะโพก จึงเป็นเหตุผลว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายในท่าใดท่าหนึ่งนั้น ไม่ได้เกิดการเคลื่อนไหวเพียงแค่หลังส่วนล่างอย่างเดียว แต่ยังประกอบด้วยการเคลื่อนไหวที่ข้อต่อข้างเคียงร่วมด้วย ดังนั้น ในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างไม่ควรมองข้ามปัญหาข้อต่อใกล้เคียงที่ตึงตัว โดยในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับปัญหาข้อสะโพกตึงตัวกันครับ
ข้อสะโพกกับหลังส่วนล่างเป็นข้อต่อที่มีความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวที่ใกล้ชิดกันมาก เมื่อลองสังเกตจากการเคลื่อนไหวของร่างกายจะพบว่าข้อต่อทั้ง 2 ส่วนมักมีการเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการก้มตัว แอ่นหลัง หรือเดิน หากเราลองพิจารณาโดยละเอียดเมื่อเราอยู่ในท่ายืนก้มตัวจะพบว่ากระดูกสันหลังส่วนล่างจะอยู่ในท่าเคลื่อนตัวไปด้านหน้าร่วมกับการงอข้อสะโพก ในขณะเดียวกันเมื่อเราอยู่ในท่ายืนแอ่นหลังกระดูกสันหลังส่วนล่างจะเคลื่อนตัวไปด้านหลังร่วมกับข้อสะโพกจะเคลื่อนอยู่ในท่าเหยียด นอกจากนั้น การเอียงตัวไปด้านข้างยกตัวอย่างเช่น ยืนเอียงตัวมาด้านซ้าย ข้อสะโพกด้านซ้ายจะเคลื่อนตัวกางออกในขณะที่ข้อสะโพกด้านขวาจะเคลื่อนตัวหุบเข้า จากตัวอย่างการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะพบว่ากระดูกสันหลังส่วนล่างและข้อสะโพกเป็นข้อต่อที่ไม่สามารถแยกส่วนการเคลื่อนไหวกันได้ (4)
จากข้อมูลข้างต้นเราจะพบความสัมพันธ์การเคลื่อนไหวระหว่างหลังส่วนล่างและข้อสะโพก จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ความผิดปกติของข้อต่อใดข้อต่อหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวสัมพันธ์กันสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บและส่งผลให้เกิดอาการปวดได้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับหลังส่วนล่างและข้อสะโพกได้ด้วยเช่นกัน เมื่อมีการจำกัดการเคลื่อนไหวข้อสะโพก จะส่งผลให้กล้ามเนื้อและเยื่อหุ้มข้อสะโพกหดสั้นลง ส่งผลให้เกิดการชดเชยการเคลื่อนไหวไปที่หลังส่วนล่าง ทำให้โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บต่อหลังส่วนล่างมีมากขึ้น เพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ขอยกตัวอย่างในนักกอล์ฟหรือนักเทนนิส การเคลื่อนไหวในกีฬาดังกล่าวต้องมีการบิดหมุนลำตัวและข้อสะโพกในการเล่น เมื่อข้อสะโพกมีการจำกัดการเคลื่อนไหวส่งผลให้จังหวะการบิดหมุนลำตัวลดลง แต่ผู้เล่นยังคงต้องการมุมองศาการเคลื่อนไหวได้เท่าเดิมจึงมีการชดเชยการเคลื่อนไหวไปที่หลังส่วนล่างมากขึ้น (5) ในขณะเดียวกันเมื่อสังเกตดูจากกิจวัตรประจำวันของคนทั่ว ๆ ไป ก็ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งการเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ ถ้ามีข้อสะโพกที่ตึงตัวก็สามารถส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้เช่นกัน จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการนั่งนานในกลุ่มพนักงานบริษัท พบว่าผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างจะมีการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกที่ลดลงและมีการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่างที่เพิ่มมากขึ้น (6) การเคลื่อนไหวที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนล่างเกิดการบาดเจ็บเป็นผลให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างตามมา
โดยปกติข้อสะโพกสามารถเคลื่อนไหวได้ 6 ทิศทางคือ งอ เหยียด หุบเข้า กางออก หมุนเข้าและหมุนออก ถือได้ว่าเป็นข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวได้สูงในร่างกาย เมื่อทราบข้อมูลกันอย่างนี้แล้ว ใครกำลังมีปัญหาอาการปวดหลังส่วนล่างมาเช็คความตึงตัวของข้อสะโพกกันครับ
เช็คข้อสะโพกตึงตัว
ท่าที่ 1 เช็คการงอและการเหยียดของข้อสะโพก
เริ่มต้น : นอนหงาย งอเข่าและสะโพกข้างที่ต้องการตรวจการงอสะโพก เข้าหาลำตัว ขาอีกข้างที่วางราบกับพื้นจะเป็นการตรวจการเหยียดสะโพก
ผลลัพธ์ : สามารถงอเข่าและสะโพกได้ใกล้ชิดลำตัว หรือประมาณ 120 องศา ขาข้างที่วางสามารถวางราบกับพื้นได้ กรณีที่งอสะโพกได้น้อยหรือเข่างอในขาข้างที่วางราบกับพื้น แสดงว่ามีข้อสะโพกตึงตัว
ท่าที่ 2 เช็คการกางสะโพกออกด้านนอก
เริ่มต้น : นั่งแบะขาโดยให้ฝ่าเท้า 2 ข้างมาชิดกัน ขยับส้นเท้าให้ชิดลำตัว
ผลลัพธ์ : ขา 2 ข้างสามารถวางราบ หรือ ใกล้ชิดกับพื้น กรณีที่ไม่สามารถทำได้แสดงว่ามีความตึงตัวของข้อสะโพก
ท่าที่ 3 เช็คการบิดเข้าหรือบิดออกของข้อสะโพก
ท่าที่ 3 เช็คการบิดเข้าหรือบิดออกของข้อสะโพก
เริ่มต้น : นั่งพับเพียบ เริ่มต้นด้วยการขยับปลายเท้าไปด้านขวาก่อน ขาด้านขวาตรวจสอบมุมขอสะโพกหมุนเข้า ส่วน ด้านซ้ายจะตรวจสอบมุมข้อสะโพกหมุนออก
ผลลัพธ์ : สามารถวางเข่าทั้ง 2 ด้านราบกับพื้นและหลังส่วนล่างตั้งตรงได้ กรณีที่ลำตัวเอียงดังภาพแสดงว่ามีข้อสะโพกตึงตัว
หลังจากที่เราได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหลังส่วนล่างและข้อสะโพกกันไปแล้ว ผู้เขียนหวังอย่างยิ่งว่าในบทความจะเป็นความรู้ไม่มากก็น้อย เพื่อเป็นความรู้ในการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากอาการปวดหลังส่วนล่าง อาการปวดในร่างกายแต่ละบริเวณอาจมีสาเหตุจากหลาย ๆ ปัจจัยที่ส่งผลถึงกัน ดังนั้นเราไม่ควรที่จะโฟกัสปัญหาไปที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งเพียงอย่างเดียว สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเป็นประจำอย่าลืมเช็คปัญหาข้อสะโพกตึงตัวกันด้วยนะครับ เพราะอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่าง
เรียบเรียงโดย กภ. เดชวิน หลายศิริเรืองไร
เอกสารอ้างอิง
1. Spyropoulos P, Papathanasiou G, Georgoudis G, Chronopoulos E, Koutis H, Koumoutsou F. Prevalence of low back pain in Greek public office workers. Pain Physician. 2007;10(5):651–659.
2. Cho CY, Hwang YS, Cherng RJ. Musculoskeletal symptoms and associated risk factors among office workers with high workload computer use. J Manipulative Physiol Ther. 2012;35(7):534-40.
3. Subramanian S, Arun B: Risk factor analysis in sedentary office workers with low back pain. JCAIMS. 2017;13(1):15–18.
4. Lee RY, Wong TK. Relationship between the movements of the lumbar spine and hip. Hum Mov Sci. 2002; 21(4):481-494.
5. Nadler SF, Wu KD, Galski T, Feinberg JH. Low back pain in college athletes: a prospective study correlating lower extremity overuse or acquired ligamentous laxity with low back pain. Spine. 1998;23(7):828-833.
6. Nishimura T, Miyachi R. Relationship between low back pain and lumbar and hip joint movement in desk workers. J Phys Ther Sci. 2022;32(10):680-685.












