mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การเตรียมร่างกายสำหรับการดำน้ำแบบ Freediving

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การเตรียมร่างกายสำหรับการดำน้ำแบบ Freediving

การเตรียมร่างกายสำหรับการดำน้ำแบบ Freediving

มิถุนายน 20, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • diving
  • Freediving
  • sport
  • swimming

การเตรียมร่างกายสำหรับการดำน้ำแบบ Freediving

เมื่อพูดถึงการดำน้ำ นอกจากการดำน้ำลึกแบบสคูบ้า (scuba) และการดำน้ำตื้นอย่างสน็อกกลิ้ง (snorkeling) แล้วนั้น คงขาดไม่ได้ที่จะพูดถึงการดำน้ำอีกชนิดหนึ่งที่กำลังมาแรงไม่แพ้กันคือการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ (Freediving) เนื่องจากมีทั้งความคล่องตัว อุปกรณ์ที่น้อย และภาพถ่ายที่ออกมาก็ยังสวยงามและสามารถสร้างสรรค์ ได้หลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว การดำน้ำแบบ Freediving จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดย Freediving เป็นการดำน้ำที่ใช้ลมหายใจของเราเองเพียงอย่างเดียวไม่มีการใช้ถังออกซิเจน โดยจะใช้การเก็บลมหายใจด้วยวิธีเฉพาะที่ต้องเรียนและฝึกฝนจากสถาบันที่เชื่อถือได้และต้องผ่านการทดสอบเพื่อได้รับใบอนุญาติก่อน ถึงจะสามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

กีฬา Freediving จึงจำเป็นต้องใช้ทั้งความสามารถทั้งของระบบหายใจและระบบกล้ามเนื้อ ในส่วนของระบบหายใจ ควรมีการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระบังลม และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจส่วนอื่นๆ และมีการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความจุปอด เพื่อให้ปอดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสามารถกลั้นลมหายใจได้เป็นระยะเวลานาน ในส่วนของระบบกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อหลัก ๆ ที่สำคัญ คือ กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และ กล้ามเนื้อสะโพก ซึ่งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหล่านี้ มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายในกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างมาก(4,5) โดยกีฬา Freediving นั้นใช้การตีขาแบบเหยียดตรง จึงต้องใช้กล้ามเนื้อสะโพกเป็นหลัก หากแรงกล้ามเนื้อสะโพกไม่เพียงพออาจจะทำให้เราไปใช้การออกแรงแบบงอเข่าแทนได้ ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ถูกต้องและอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อตามมาได้

การเตรียมความพร้อมของระบบหายใจ

  1. การฝึกหายใจแบบใช้กระบังลม

การหายใจแบบใช้กระบังลม หรือที่เรียกว่า Diaphragmatic breathing exercise การฝึกหายใจในลักษณะนี้ จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระบังลม ซึ่งจะทำให้เราสามารถฝึกกลั้นหายใจแบบเฉพาะของกีฬา Freediving ได้ง่ายขึ้น และช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย (1) และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บของหลังส่วนล่างได้อีกด้วย (2)

เราสามารถฝึกการหายใจเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระบังลมหรือ Diaphragmatic breathing exercise ด้วยวิธีดังนี้ (3)

  1. นั่ง หรือ นอน อย่างผ่อนคลาย
  2. วางมือลงบนบริเวณหน้าท้อง และ เหนือทรวงอก
  3. ปิดริมฝีปาก หายใจเข้าทางจมูกอย่างช้า ๆ ควรรู้สึกถึงอากาศในช่องท้องที่ค่อย ๆ ขยายขึ้นจากมือที่อยู่ด้านล่าง และให้มือที่อยู่ด้านบนเหนือทรวงอกนั้นขยับน้อยที่สุด
  4. หายใจออกทางปากอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ คล้ายการเป่าฟองอากาศ
  5. ใช้สมาธิกับการหายใจอย่างช้า ๆ หายใจเข้าออกต่อเนื่องประมาณ 5 – 10 ครั้ง

นอกจากการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระบังลมแล้ว ยังมีวิธีการฝึกฝนร่างกายเพื่อให้พร้อมต่อการทำงานของระบบหายใจอีกด้วย โดยสามารถฝึกตามได้ด้วยวิธีดังนี้ (8)

  1. การฝึกผ่อนคลายร่างกาย
  1. การฝึกฝนร่างกายให้ผ่อนคลาย (Relaxation techniques) การผ่อนคลายเป็นหลักสำคัญอีกอย่างหนึ่งของกีฬา Freediving เพราะเมื่อร่างกายผ่อนคลายเราจะสามารถหายใจได้อย่างสม่ำเสมอและลึกยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อลดปริมาณการใช้ออกซิเจนลงได้อีก
  2. การฝึกฝนด้วยการจินตนาการภาพ (Visualization techniques) อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายและควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น คือการจินตนาการภาพถึงสถานที่ที่ทำให้รู้สึกสงบสุขและผ่อนคลาย การฝึกฝนเทคนิคนี้จะทำให้เราสามารถทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้ง่ายและเร็วขึ้นเมื่ออยู่ใต้น้ำ
  3. การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด

Aerobic exercise คือ การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน เพื่อเพิ่มความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือดและเพิ่มความสามารถในการนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ aerobic exercise มีดังนี้

  1. ว่ายน้ำ
  2. ปั่นจักรยาน
  3. วิ่ง, เดิน
  4. เต้น
  5. ปีนเขา
  6. กระโดดเชือก

โดยสามารถเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ และควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที หรือ วันละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบการหายใจและหลอดเลือดได้ดียิ่งขึ้น

การเตรียมความพร้อมของระบบกล้ามเนื้อ

การเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพก Donkey kick

ตั้งคลาน วางตัวลงบนฝ่ามือและหัวเข่าทั้งสองข้างให้ลำตัวขนานกับพื้น ให้ตำแหน่งหัวไหล่อยู่ตรงเหนือข้อมือ จากนั้นหงายฝ่าเท้าขึ้น ยกขึ้นด้านบนในทิศที่ให้ต้นขาขนานกับพื้นและสูงกว่าระดับลำตัว ยกขึ้นลงช้า ๆ 15 ครั้ง และทำซ้ำ 3 รอบ

นอกจากการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพกแล้ว กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากในการทรงท่าขณะดำน้ำ เพื่อให้การควบคุมทิศทางและการขยับรยางค์มีความแข็งแรงมั่นคงมากขึ้นขึ้น รวมทั้งสามารถลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการใช้งานอีกด้วย (6,7)

ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว Plank

นอนคว่ำงอศอก วางตัวบนข้อศอกและปลายเท้า ยกลำตัวให้ลอยขึ้นจากพื้นวางร่างกายเป็นเส้นตรงให้อยู่ในระนาบเดียวกันตั้งแต่ไหล่ไปจนถึงก้นและส้นเท้า ระวังไม่ให้หลังแอ่นหรือโก่งขึ้น ค้างไว้  30-60 วินาที สามารถปรับเพิ่มลดระยะเวลาได้ตามความสามารถ ระวังไม่ให้ลำตัวออกจากแนวเส้นตรงตลอดการออกกำลังกายจากนั้นทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว Mountain climber

เริ่มต้นในท่าคว่ำ วางฝ่ามือลงบนพื้น แขนเหยียดตรงขึ้น ตำแหน่งหัวไหล่อยู่ตรงเหนือข้อมือ วางร่างกายเป็นเส้นตรงตั้งแต่ไหล่ไปจนถึงก้นและส้นเท้า จากนั้นงอเข่าทีละข้างเข้าหาหน้าอก แล้ววางขาสลับกลับไปที่เดิม  ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ ข้างละ 10 ครั้ง ทำซ้ำ 3 รอบ

ทั้งนี้ การเตรียมตัวโดยการฝึกฝนกล้ามเนื้อนั้น ควรทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนการไปทำกิจกรรมจริง เพื่อให้กล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ได้มีเวลาในการเสริมสร้างความแข็งแรงและความมั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ควรหักโหมมากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้าได้

นอกจากการเตรียมกำลังกล้ามเนื้อก่อนการไปเล่นกีฬาแล้วนั้น ยังมีการยืดกล้ามเนื้อ (Stretching exercise) ที่ควรจะปฏิบัติทั้งก่อนและหลังกิจกรรมที่ทำอีกด้วย เพื่อลดการบาดเจ็บและลดความเสี่ยงที่จะเกิดตะคริว ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อเป็นเวลานานและอยู่ในน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าบนบก

ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก

นอนหงายยกขาข้างที่ต้องการจะยืดพาดมาที่บริเวณเหนือหัวเข่าของขาด้านตรงข้าม ลักษณะคล้ายเลขสี่ จากนั้นงอเข่าด้านที่โดนทับอยู่ขึ้นมาให้ชิดอกมากที่สุด ดังรูป ทำค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

ท่ายืดกล้ามเนื้อขาด้านหลัง

นั่งเหยียดขาข้างที่ต้องการจะยืดออกไปด้านข้าง งอขาข้างตรงข้ามเข้ามาพักไว้ จากนั้นเอื้อมมือไปทิศปลายเท้าด้านที่ต้องการจะยืด ให้เอื้อมไปเท่าที่กล้ามเนื้อขาด้านหลังรู้สึกตึง ระวังไม่ให้ตึงมากเกินไปจนมีอาการเจ็บ ทำค้างไว้ 15 วินาทีทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า

ยืนตัวตรง หาราวจับหรือเก้าอี้ที่มั่นคงจับไว้เพื่อป้องกันการเซล้ม จากนั้นงอเข่าพับไปด้านหลัง ใช้มืออีกข้างจับที่ปลายเท้าให้รู้สึกถึงความตึงที่ต้นขาด้านหน้า พยายามเหยียดลำตัวให้ตรง ปลายเข่าชี้ลงด้านล่าง ทำค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

ข้อห้ามข้อควรระวังเบื้องต้นขณะ Freediving

  • ควรหยุดพักเมื่อมีกระแสน้ำที่แรงจนรู้สึกว่าต้องพยายามอย่างมากในการว่ายฝ่าไป
  • ควรหยุดพักหากรู้สึกว่าอุณหภูมิของน้ำเย็นจนเกินไป เนื่องจากอาจทำให้เกิดตะคริวได้
  • ไม่ควรเล่นกีฬา Freediving ตามลำพัง เนื่องจากอุบัติเหตุฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จึงควรมีผู้อื่นอยู่ใกล้ ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันท้วงทีในยามจำเป็น
  • ไม่ควรลงเล่นกีฬา Freediving ถ้าหากไม่สามารถฝึกฝนการหายใจตามเทคนิคและหลักการของกีฬา Freediving ได้
  • เมื่อมีภาวะความดันสูงหรือต่ำที่ยังไม่สามารถควบคุมได้

ทั้งนี้กีฬา Freediving ยังมีข้อปฏิบัติเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอื่น ๆ อีกมาก จึงต้องทำตามหลักการและผ่านการเรียนวิธีที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเสียก่อน จึงจะสามารถเล่นกีฬา Freediving ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย

  เรียบเรียงโดย กภ. ดุสิตา วงศ์สง่าศรี

เอกสารอ้างอิง

  1. Magnon V, Dutheil F, Vallet GT. Benefits from one session of deep and slow breathing on vagal tone and anxiety in young and older adults. Sci Rep. 2021 Sep 29;11(1).
  2. Finta R, Nagy E, Bender T. The effect of diaphragm training on lumbar stabilizer muscles: a new concept for improving segmental stability in the case of low back pain. J Pain Res. 2018;Volume 11:3031–45.
  3. Association AL. Breathing exercises [Internet]. American Lung Association. [cited 2023Apr20]. Available from: https://www.lung.org/lung-health-diseases/wellness/breathing-exercises
  4. Kim B, Yim J. Core Stability and Hip Exercises Improve Physical Function and Activity in Patients with Non-Specific Low Back Pain: A Randomized Controlled Trial. Tohoku J Exp Med. 2020;251(3):193–206.
  5. Sasaki S, Tsuda E, Yamamoto Y, Maeda S, Kimura Y, Fujita Y, et al. Core-Muscle Training and Neuromuscular Control of the Lower Limb and Trunk. J Athl Train. 2019 Sep 1;54(9):959–69.
  6. Bone, Muscle and Joint Team. Why a Strong Core is Your Best Guard Against Back Pain [Internet]. Health Essentials from Cleveland Clinic. Health Essentials from Cleveland Clinic; 2016 [cited 2023 APR 12]. Available from: https://health.clevelandclinic.org/strong-core-best-guard-back-pain/
  7. Huxel Bliven KC, Anderson BE. Core Stability Training for Injury Prevention. Sports Health: A Multidisciplinary Approach. 2013 Mar 25;5(6):514–22.
  8. How to Prepare for a Freediving Course [Internet]. blog.padi.com; 2021[cited 2023 JUN 3]. Available from: https://blog.padi.com/how-to-prepare-for-a-freediving-course/
Post Views: 5,670
Share
4

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.