ออกกำลังกายลดเสี่ยงล้มในผู้สูงอายุ

การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันการล้มที่มีประสิทธิภาพ ใช้ค่าใช้จ่ายน้อย1 สามารถทำได้เอง การออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ ร่วมกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางร่างกาย ในการลดการเสี่ยงล้มที่ต่างกัน เช่น การออกกำลังกายที่เน้นการฝึกการทรงตัว (balance training) และการฝึกทำกิจกรรมต่าง ๆ (functional training) ช่วยลดอัตราการล้มได้ร้อยละ 24 หรือการฝึกการทรงตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับการฝึกความต้านทานโดยใช้แรงต้าน (weight training) สามารถลดอัตราการล้มได้ร้อยละ 34 และการออกกำลังกายที่จัดเป็นสามมิติ (three dimension training) เป็นการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายใน 3 ระนาบคือ ไปด้านบนและล่าง (up and down) ไปด้านข้าง (side to side) และไปด้านหน้าและหลัง (forward and backward) เช่น Tai chi, Qi Gong dance และ Square stepping exercise สามารถลดอัตราการล้มได้ร้อยละ 19 การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการทรงตัว ความยืดหยุ่นของร่างกาย และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้2,3 โดยเฉพาะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีผลต่อการเสี่ยงล้ม นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น การไหลเวียนเลือดไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายดีขึ้น ช่วยลดการเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ช้าลง ร่างกายมีภูมิต้านทานดีขึ้น ลดภาวะความเครียดได้ช่วยให้ผู้สูงอายุมีความจำดีขึ้น4
หลักการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ5 ประกอบด้วย
- ชนิดการออกกำลังกายควรเป็นกิจกรรมที่ผู้สูงอายุสนใจ มีความสนุกสนาน ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ต้องเป็นการออกแรงกระทำต่อกระดูกไม่มาก เป็นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่น การเดิน การเต้นรำ การขี่จักรยานหรือทำสวน สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางกระดูกและกล้ามเนื้อควรออกกำลังกายในสระน้ำหรือการปั่นจักรยานอยู่กับที่ โดยการออกกำลังกายแบบผสมผสาน (multiple types of exercise) คือ การออกกำลังกายเพื่อฝึกการเดินและการทรงตัว (gait, balance and functional training) ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (strength and resistance training) และการออกกำลังกายเพื่อฝึกการเคลื่อนไหวใน 3 ระนาบ (three dimensions exercise) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บและกระดูกหักจากการล้มได้ดีที่สุด2
- ความหนักของการออกกำลังกายควรเพิ่มความหนักของการออกกำลังกายขึ้นทีละน้อย โดยแบ่งระดับความหนัก6 ดังนี้
-
- ระดับนิ่งเฉย: กิจกรรมที่ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น นั่งเฉย ๆ นั่งดูทีวี นั่งประชุม นั่งขับรถ นั่งสวดมนต์
- ระดับเบา: ออกแรงน้อย ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินระยะทางสั้น ๆ โยคะ รดน้ำต้นไม้
- ระดับปานกลาง: ออกแรงระดับปานกลาง หายใจเร็วขึ้นกว่าระดับเบา เหนื่อยแต่ยังไม่หอบ เหงื่อออกซึมเล็กน้อย พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน เดินขึ้นลงบันได ทำสวน
- ระดับหนัก: ออกแรงอย่างหนัก หายใจเร็วและแรงขึ้นกว่าระดับปานกลาง หัวใจเต้นเร็ว รู้สึกเหนื่อยหอบ มีเหงื่อออกมาก ไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้ พูดได้เพียงคำสั้น ๆ เท่านั้น เช่น วิ่งเร็ว ว่ายน้ำเร็ว กระโดดเชือก ปั่นจักรยานเร็วระยะไกล
ควรมีการออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือระดับหนักอย่างน้อยครั้งละ 20 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์
- ความถี่ของ การออกกำลังกายเป็นการกำหนดจำนวนครั้งในการออกกำลังกายต่อวันหรือสัปดาห์ที่มีความต่อเนื่องในการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุควรออกกำลังกายที่มีความต่อเนื่อง ประมาณ 30-40 นาทีเป็นเวลา 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์
- ระยะเวลาของการออกกำลังกายควรมีความต่อเนื่องโดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 30-45 นาที ถ้าไม่สามารถออกกำลังกายต่อเนื่อง 30-45 นาทีได้ อาจปรับเป็นออกกำลังกายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 10 นาที รวมกันอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ทุกวัน เมื่อรวมกันในแต่ละสัปดาห์ จะได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์
สรุปได้ว่าหลักการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุนั้นควรเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยเพิ่มความหนักและความถี่ของการออกกำลังกายขึ้นทีละน้อย ซึ่งการออกกำลังกายควรปฏิบัติ 30-40 นาทีต่อวัน 3-4 วันต่อสัปดาห์
ข้อควรระวังและคำแนะนำการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ7
-
ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องออกแรงเกร็งหรือเบ่ง เช่น การยกน้ำหนักเพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
-
ไม่ควรออกกำลังกายที่มีแรงกระทำต่อข้อมาก ๆ เช่น การวิ่ง การกระโดด การขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหากระดูกสันหลังหรือข้อเข่าเสื่อมตามวัย
-
ไม่ควรบริหารร่างกายในท่าที่ต้องใช้ความเร็วสูง ต้องเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลัน หรือเดินบนทางลาด ทางลื่นเนื่องจากผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทส่วนกลางทำให้การรักษาสมดุลของร่างกายทำได้ไม่ดี จึงมีโอกาสเกิดการล้มได้ง่าย
-
ไม่ควรออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศร้อนอบอ้าว หรือแดดจัด อาจทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากเนื่องจากระบบการระบายความร้อนของร่างกายเสื่อมประสิทธิภาพ
-
ควรเริ่มออกกำลังกายความหนัก และความยากจากน้อยไปหามาก ไม่หักโหม ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่และคน
-
ควรอบอุ่นร่างกายก่อนเริ่มออกกำลังกาย และมีระยะผ่อนคลายลดความหนักในการออกกำลังกาย เน้นการยืดเหยียด ในช่วงท้ายก่อนจบการออกกำลังกายประมาณ 5-10 นาที
-
ไม่ควรออกกำลังกายในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลียหรือไม่สบาย
ควร “หยุด” ออกกำลังกายทันทีเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้8
-
- หน้ามืด เวียนศีรษะ ตัวเย็นผิดปกติ คลื่นไส้
- หายใจไม่ออก หายใจไม่ทัน
- ชีพจรเต้นผิดปกติ ใจสั่น เจ็บแน่นหน้าอก
- แขน ขาไม่มีแรง ควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้
- ปวดล้ากล้ามเนื้อมาก
อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุแต่ละคนมีความแตกต่างด้านร่างกาย ส่งผลให้วิธีการออกกำลังกายของแต่ละคนต่างกัน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเลือกระดับความยากง่ายของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเอง ให้ประเมินโดยตอบคำถามดังต่อไปนี้7
- ท่านสามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีคนช่วยใช่หรือไม่
- ท่านสามารถใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่กังวลเรื่องการหกล้มใช่หรือไม่
- ท่านสามารถลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ได้เองโดยไม่ต้องใช้มือยันและยืนได้อย่างมั่นคงใช่หรือไม่
- ท่านสามารถยืนโดยวางส้นเท้าต่อกับปลายเท้าได้นานกว่า 10 วินาทีใช่หรือไม่
ถ้าตอบ ใช่ ทั้ง 4 ข้อ ให้ทำการออกกำลังกายระดับยาก
ถ้าตอบ ไม่ใช่ เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ให้ทำการออกกำลังกายระดับง่าย
ท่าออกกำลังกายลดการเสี่ยงล้ม9,10
ท่าออกกำลังกายระดับง่าย
ท่าที่ 1: นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง จากนั้นเหยียดเข่าข้างที่ต้องการออกกำลังกายให้ตรง พร้อมกระดกข้อเท้าขึ้น ค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนขาลงช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 2: ยืนตรง จับพนักเก้าอี้เพื่อเพิ่มความมั่นคง งอเข่าข้างที่ต้องการออกกำลังกายไปด้านหลังในทิศเข้าหาก้น ค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนขาลงช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 3: ยืนตรง จับพนักเก้าอี้เพื่อเพิ่มความมั่นคง กางขาที่ต้องการออกกำลังกายไปทางด้านข้างตรง ๆ ระวังไม่ให้มีการงอของข้อสะโพกหรือหลัง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนขาลงช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 4: นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง โน้มตัวมาด้านหน้าร่วมเหยียดเข่าและสะโพกขึ้นจนยืนตรง แล้วกลับลงนั่งช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 5: ยืนตรงหันหน้าเข้าราว/เก้าอี้ ใช้มือจับให้มั่นคง ยกขาหนึ่งข้างไปด้านหน้าและยืนด้วยขาข้างเดียว ค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นสลับข้างอีก ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าออกกำลังกายระดับยาก
ท่าที่ 1: ยืนตรง กางขาทั้งสองข้างกว้างระดับไหล่ ย่อเข่าทั้งสองข้างลงช้า ๆ หลังตรง ระวังไม่ให้เข่าด้านหน้างอเลยปลายเท้า ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 2: ยืนตรง กางขาทั้งสองข้างกว้างระดับไหล่ ค่อย ๆ เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้นจนสุด และค่อย ๆ วางส้นเท้าลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 3: ยืนตรง กางขาทั้งสองข้างกว้างระดับไหล่ ค่อย ๆ ยกปลายเท้าขึ้นทั้งสองข้าง และยืนด้วยส้นเท้า จากนั้นค่อย ๆ วางปลายเท้าลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 4: ยืนตรง เท้าชิดกัน มือเท้าเอว ก้าวขาข้างหนึ่งออกไปทางด้านข้าง จากนั้นก้าวขาอีกข้างมาตามชิด ทำซ้ำ 10 ก้าว ไปและกลับ/ชุด 3-5 ชุด/วัน

ท่าที่ 5: ยืนโดยวางส้นเท้าต่อกับปลายเท้า จากนั้นก้าวขาโดยให้ปลายเท้าต่อส้นเท้าเป็นเส้นตรงและเดินต่อเท้าเช่นนี้ไปจนครบ 10 ก้าว 3-5 รอบต่อวัน

ท่าที่ 6: ยืนตรง เดินด้วยส้นเท้า 10 ก้าว 3-5 รอบต่อวัน

ท่าที่ 7: ยืนตรง เดินด้วยปลายเท้าไป 10 ก้าว 3-5 รอบต่อวัน

การออกกำลังกายถือเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญของผู้สูงอายุ การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการล้มและยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย ผู้สูงอายุควรเลือกประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ควรหักโหมจนเกินไป และทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ
เรียบเรียงโดย กภ. ลดาวรรณ เติมวรกุล
เอกสารอ้างอิง
- Davis JC, Robertson MC, Ashe MC, Liu-Ambrose T, Khan KM, Marra CA. Does a home-based strength and balance programme in people aged > or =80 years provide the best value for money to prevent falls? A systematic review of economic evaluations of falls prevention interventions. Br J Sports Med. 2010 Feb;44(2):80-9.
- ธัญญรัตน์ อโนทัยสินทวี. การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ เรื่อง มาตการป้องกันการพลัดตกหกล้มสำหรับผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต].โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ. [เข้าถึงเมื่อ 13 มีนาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hitap.net/documents/24277
- Sherrington C, Fairhall N, Wallbank G, Tiedemann A, Michaleff ZA, Howard K, et al. Exercise for preventing falls in older people living in the community: an abridged Cochrane systematic review. Br J Sports Med. 2020;54(15):885-91.
- ณัฐกานต์ ธิยะ, ธนวรรธน์ อิ่มสมบูรณ์. พฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยอุบัติเหตุหญิง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์;2551.
- นิพพาภัทร์ สินทรัพย์, จิณวัตร จันครา, บุปผา ใจมั่น. กิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุเพื่อการมีอายุที่ยืนยาว. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล. 2562;25(2):229-46.
- ชุติมา ชลายนเดชะ.กิจกรรมทางกายต่อสุขภาวะ. ใน: ชุติมา ชลายนเดชะ, บรรณาธิการ. หัวข้อกิจกรรมทางกายของไทย: คู่มือการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชุมชน. พิมพ์ครั้งที่ 3. นครปฐม: คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล; หน้า 2-9.
- อุษณีย์ แป้นถึง. ผลของโปรแกรมการออกกาลังกายในผู้สูงอายุ ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ[วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. สมุทรปราการ: มหาวิทยาลัยบูรพา;2560.
- สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: สินทวีการพิมพ์;2562.
- มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. ยากันล้ม: คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย;2558.
- Otago Medical School. Otago Exercise Programme to Prevent Falls in OlderAdults. New Zealand: University of Otago;2003.




