การออกกำลังกายแก้ไขสะโพกโย้ หรือภาวะระดับกระดูกเชิงกรานสูงต่ำไม่เท่ากัน (Trendelenburg sign)

ภาวะระดับกระดูกเชิงกรานสูงต่ำไม่เท่ากัน (Trendelenburg sign) เป็นลักษณะความผิดปกติของการทำงานของ กลุ่มกล้ามเนื้อกางข้อสะโพก (hip abductor muscle group) ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ gluteus medius และ gluteus minimus ซึ่งอยู่บริเวณขอบบนของกระดูกเชิงกราน (iliac crest) ไปเกาะถึงบริเวณข้อสะโพกด้านนอก โดยกลุ่มกล้ามเนื้อ มัดดังกล่าว มีหน้าที่อยู่ 2 ลักษณะคือ
1.การทำงานของกล้ามเนื้อในรูปแบบ open kinetic chain คือ ขณะที่เท้าไม่ติดพื้น โดยกล้ามเนื้อนี้ จะทำหน้าที่จำกัดการเคลื่อนไหวของเชิงกราน และขยับข้อสะโพกกางออกด้านข้างนอกลำตัว (hip abduction)
2.การทำงานของกล้ามเนื้อในรูปแบบ closed kinetic chain คือ ขณะที่เท้าติดพื้น หรือขณะเดิน โดยกล้ามเนื้อนี้จะจำกัดการเคลื่อนไหวของรยางค์ส่วนปลาย (ต้นขา, เข่า, ข้อเท้า) และทำหน้าที่รักษาระดับของ ขอบกระดูกเชิงกรานด้านบนให้อยู่แนวขนานกับพื้น หากกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกเหล่านี้อ่อนแรง จะทำให้ ไม่สามารถรักษาระดับกระดูกเชิงกรานให้อยู่แนวขนานกับพื้นได้ โดยท่านสามารถตรวจความสามารถของ กล้ามเนื้อสะโพกดังกล่าวในการควบคุมระดับเชิงกรานขณะที่เท้าอยู่ติดพื้นได้ด้วยตนเองโดย (1,2)
- เริ่มต้นให้ท่านเอามือทั้งสองข้างจับบริเวณขอบเชิงกรานด้านบน หากท่านต้องการตรวจ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกฝั่งขวามือ ให้ท่านยกเท้าซ้ายขึ้น งอข้อสะโพกทำมุม 30 องศา ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที หากท่านไม่สามารถทรงตัวได้ สามารถนำนิ้วมือไปแตะกำแพงหรือโต๊ะเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการอุบัติเหตุล้มได้
- จากนั้นให้ท่านสังเกตว่าระดับของมือขวาที่จับอยู่บริเวณขอบบนของเชิงกราน ยกตัวสูงขึ้นมากกว่าซ้ายมือ หรือลำตัวเอียงไปทางด้านเดียวกับขาข้างที่เท้าอยู่ติดพื้น สามารถบ่งบอกได้ว่า กล้ามเนื้อกางข้อสะโพกทางขวาอ่อนแรง

รูปที่ 1 แสดงภาวะปกติ และภาวะระดับกระดูกเชิงกรานสูงต่ำไม่เท่ากันเนื่องจากกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกไม่แข็งแรง (Trendelenburg sign) ตามลำดับ
ผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากพบว่ากล้ามเนื้อกางข้อสะโพกไม่สามารถรักษาระดับของกระดูกเชิงกรานได้ คือ จะส่งผลทำให้ เดินแล้วสะโพกโย้ขึ้นด้านบนขณะที่เท้าติดพื้น (Trendelenburg gait) แล้วจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวชดเชยโดยการเอียงตัวไป ทางด้านเดียวกับเท้าที่อยู่ติดพื้น ส่งผลให้โครงสร้างบริเวณหลังส่วนล่าง, หมอนรองกระดูก, กล้ามเนื้อ, เส้นประสาทกดเบียดมากขึ้น รวมไปถึงข้อสะโพกที่รับน้ำหนักมากเกินไปจนอาจเกิดอาการบาดเจ็บตามมาได้
ข้อแนะนำเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะระดับสะโพกไม่เท่ากัน เช่น (3,4)
-
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งเสริมให้สะโพกโย้ขึ้นด้านบน เช่น การนั่งไขว่ห้างรวมไปถึงการยืนทิ้งสะโพก ยักสะโพกไปทางด้านใดด้านหนึ่ง
- ออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวเพื่อป้องกันการเอียงตัวที่มากเกินไปของหลังส่วนล่าง และเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกออกด้านข้างลำตัวให้แข็งแรงอยู่เสมอ
วิธีออกกำลังกายกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกป้องกันภาวะระดับกระดูกเชิงกรานไม่เท่ากัน (5)
- ท่าออกกำลังกายเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกในท่านอนตะแคงกางข้อสะโพกออกด้านข้าง (side lying hip abduction exercise) ดังรูปที่ 2
-
- ท่าเริ่มต้นให้ท่านนอนตะแคงพร้อมงอเข่าของขาที่อยู่ด้านล่างวางไว้ด้านหน้าลำตัว ส่วนขาทางด้านหลังเหยียดตรงไว้ด้านหลังแนวเดียวกับลำตัว นำมือจับขอบเตียงทั้ง 2 ข้าง
- จากนั้นแขม่วท้องเล็กน้อย (เพื่อทำให้หลังมั่นคง ไม่เกร็งหลังช่วยในการออกกำลังกาย) แล้วออกแรง กางข้อสะโพกขึ้นด้านบน เฉียงมาด้านหลังทำมุมประมาณ 45 องศาจากแนวลำตัว ค้างไว้ 3-5 วินาที/ครั้ง, ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน จากนั้นสลับข้าง ทำซ้ำขั้นตอนเดิม หรือหากมีอาการตึง หรือสั่นมากขณะออกกำลังในท่านี้ อาจจะทำด้วยจำนวนครั้งเท่าที่ได้
- ขณะทำท่าออกกำลังกายจะรู้สึกเกร็งที่บริเวณกล้ามเนื้อกางข้อสะโพก และระมัดระวังไม่ให้เกิดการเกร็งบริเวณพังผืดที่ต้นขาด้านนอก (iliotibial band), หลังส่วนล่าง หรือเกร็งที่บริเวณกล้ามเนื้อหน้าแข้ง โดยให้ลดระดับความสูงของการกางข้อสะโพกลง และหมุนเท้าให้ขนานกับพื้นเตียง จะทำให้กล้ามเนื้อกางข้อสะโพกออกแรงได้มีประสิทธิภาพตามความสามารถของท่านได้
- ท่านสามารถเพิ่มความยากได้โดยนำถุงทรายมาคล้องไว้เหนือข้อเท้าประมาณ 1-3 กิโลกรัม หรือนำยางยืดมาคล้องไว้ระหว่างข้อเท้า 2 ข้าง เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกางข้อสะโพกทำงานได้มากขึ้น

รูปที่ 2 แสดงท่าออกกำลังกายในท่านอนตะแคงกางข้อสะโพกออกด้านข้าง (side lying hip abduction exercise)
- ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกในท่าเดินต้านยางยืดทางด้านข้าง (lateral side stepping exercise with band) (6) ดังรูปที่ 3
-
- ท่าเริ่มต้นให้ท่านยืนกางขาระดับเดียวกับหัวไหล่ มือประสานกันไว้กึ่งกลางหน้าอก นำยางยืดออกกำลังกายคล้องไว้เหนือข้อเข่าทั้ง 2 ข้าง
- จากนั้นโน้มลำตัวส่วนบนไปทางด้านหน้า ถ่ายน้ำหนักบริเวณเชิงกรานไปทางด้านหลัง (คล้ายกับการนั่งเก้าอี้) และงอเข่า หย่อนสะโพกลงด้านล่างโดยระวังไม่ให้ระดับข้อเข่าเลยระดับปลายเท้า พร้อมออกแรงกางข้อสะโพกออกด้านข้างต้านแรงกับยางยืดที่มาคล้องไว้ระหว่างเหนือเข่าทั้ง 2 ข้าง เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกางข้อสะโพกทำงานได้มากขึ้น
- ต่อมาให้ท่านเดินออกทางด้านข้างลำตัว 3-5 ก้าว แล้วเดินกลับจุดเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน หรือหากมีอาการตึง หรือสั่นมากขณะออกกำลังในท่านี้ อาจจะทำด้วยจำนวนครั้งเท่าที่ได้
- ขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความเมื่อยล้า หรือเกร็งตัวของกล้ามเนื้อกางข้อสะโพก และแขม่วท้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างขณะออกกำลังกาย
- ท่านสามารถเพิ่มความยากได้โดยนำดัมเบลมาถือไว้หน้าลำตัวประมาณ 3-5 กิโลกรัม

รูปที่ 3 แสดงท่าออกกำลังกายในท่าเดินต้านยางยืดทางด้านข้าง (lateral side stepping exercise with band)
- ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกในท่า split squat ดังรูปที่ 4
-
- ท่าเริ่มต้นให้ท่านยืนกางขาระดับเดียวกับหัวไหล่ พร้อมเหยียดขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง (ระยะห่างประมาณ 1-2 ก้าว) ขาที่อยู่ด้านหน้างอเข่าเล็กน้อย โดยท่านสามารถเพิ่มความยากโดยนำดัมเบลมาถือไว้ประมาณ 3-5 กิโลกรัม
- จากนั้นให้ท่านโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ลำตัวเหยียดตรง พร้อมแขม่วท้องค้างไว้ แล้วออกแรงหย่อนก้นลงด้านล่าง ทิศเฉียงมาทางด้านหลัง ย่อตัวลง โดยเข่าของขาด้านหลังงอเล็กน้อย หลังจากนั้นยืดลำตัวขึ้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง/รอบ ทำทั้งหมด 5 รอบ/วัน
- ขณะที่ทำท่าออกกำลังกายจะสามารถรู้สึกถึงความเมื่อยล้า หรือเกร็งตัวของกล้ามเนื้อกางข้อสะโพก และกล้ามเนื้อเหยียดเข่า (quadriceps muscles) เล็กน้อย ไม่ควรมีอาการเกร็งหลัง

รูปที่ 4 แสดงท่าออกกำลังกายในเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกางข้อสะโพกในท่า split squat
เรียบเรียงโดย กภ. บุริศร์ ผาสุกสมิต
เอกสารอ้างอิง
- Bailey R, Selfe J, Richards J. The role of the Trendelenburg Test in the examination of gait. Phys Ther Rev 2009 Jun 1;14(3):190-7.
- Kendall KD, Patel C, Wiley JP, Pohl MB, Emery CA, Ferber R. Steps toward the validation of the Trendelenburg test: the effect of experimentally reduced hip abductor muscle function on frontal plane mechanics. Clin J Sport Med 2013 Jan 1;23(1):45-51.
- Fujita T, Hamai S, Hara D, Kawahara S, Yamaguchi R, Ikemura S., et al. Trendelenburg gait after total hip arthroplasty due to reduced muscle contraction of the hip abductors and extensors. J Orthop 2025 Jan 1;59:57-63.
- Park Y, Bae Y. Comparison of postures according to sitting time with the leg crossed. Journal of Phys Ther Sci 2014;26(11):1749-52.
- Collings TJ, Bourne MN, Barrett RS, Meinders EV, GONçALVES BA, Shield AJ., et al. Gluteal Muscle Forces during Hip-Focused Injury Prevention and Rehabilitation Exercises. Medicine and Science in Sports and Exercise. 2023 Apr 1;55(4):650-60.Gluteal Muscle Forces during Hip-Focused Injury Prevention and Rehabilitation Exercises. Med Sci Sports Exerc 2023 Apr 1;55(4):650-60.
- Youdas JW, Loder EF, Moldenhauer JL, Paulsen CR, Hollman JH. Hip-abductor muscle performance in participants after 45 seconds of resisted sidestepping using an elastic band. J Sport Rehabil 2006 Feb 1;15(1):1-1.




