mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การดูแลตนเองและการออกกำลังกายในผู้ที่เป็นโรคเส้นเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ (Lateral epicondylitis หรือ tennis elbow)

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การดูแลตนเองและการออกกำลังกายในผู้ที่เป็นโรคเส้นเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ (Lateral epicondylitis หรือ tennis elbow)

การดูแลตนเองและการออกกำลังกายในผู้ที่เป็นโรคเส้นเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ (Lateral epicondylitis หรือ tennis elbow)

พฤษภาคม 3, 2024
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • exercise
  • lateral epicondylitis
  • ออกกำลังกาย

แนะนำให้ทุกท่านอ่านบทความเรื่อง “โรคเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ (Lateral epicondylitis หรือ tennis elbow)” เพื่อให้เข้าใจถึงการกำเนิดโรค อาการ อาการแสดง และการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน ส่วนในบทความต่อไปนี้จะแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองและการออกกำลังกายในโรคเส้นเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ

ดังที่เคยอธิบายในบทความก่อนหน้าเกี่ยวกับโรคเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ จะมีอาการบาดเจ็บบริเวณปุ่มกระดูกต้นแขนทางด้านนอกบริเวณข้อศอกขณะอยู่นิ่งหรือขณะเคลื่อนไหวข้อศอก หรือข้อมือ ซึ่งกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับบริเวณดังกล่าวนั้นจะเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือขึ้นเป็นส่วนใหญ่ (1,2)

โรคเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบนั้น สามารถแบ่งระยะการบาดเจ็บออกเป็น 2 ระยะใหญ่ ๆ คือ ระยะเฉียบพลัน และระยะเรื้อรัง ซึ่งการดูแลตนเองนั้นก็จะแตกต่างกันตามระยะในการอักเสบ

ระยะเฉียบพลัน

ระยะนี้จะมีอาการเจ็บปวดค่อนข้างมาก โดยอาจเกิดหลังจากการทำกิจกรรมทันที เช่น บาดเจ็บหลังจากเล่นกีฬาทันที หรือหลังจากออกกำลังกายไม่เกิน 48 ชั่วโมง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถพบอาการบวม สีผิวบริเวณที่มีอาการอักเสบจะมีสีแดงกว่าบริเวณอื่น และเมื่อสัมผัสจะพบว่ามีความรู้สึกอุ่นกว่าบริเวณใกล้เคียง โดยสรุปในระยะนี้จะมีอาการอักเสบ (ปวด บวม แดง ร้อน) ค่อนข้างมาก การดูแลตนเองในระยะนี้จึงเน้นไปในด้านการลดอาการอักเสบเป็นหลัก โดยปกติมักจะใช้หลักของ “RICE” ดังนี้

R = Rest การพัก หรือหยุดการใช้งานของบริเวณที่อักเสบ

I = Ice การประคบเย็น เพื่อลดการอักเสบและลดบวมบริเวณที่บาดเจ็บ โดยใช้เจลเย็น (cold pack) หรือถุงใส่น้ำผสมน้ำแข็งในอัตราส่วน 1:1 ประคบประมาณ 15-20 นาที ขณะประคบจะรู้สึกเย็น แต่ต้องไม่มีอาการปวดหรือเย็นจัดจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการผิวหนังไหม้ (burn) ได้ ในกรณีที่มีอาการอักเสบมาก สามารถประคบได้ทุก ๆ 3 ชั่วโมง (4)

C = Compression การใช้ผ้ายืดพันเบา ๆ รอบบริเวณที่อักเสบ อาจจะทำพร้อมกันขณะประคบเย็น เพื่อลดอาการบวม แต่จะต้องพันไม่แน่นเกินไป เช่น หากมีการพันบริเวณข้อศอก แขนส่วนล่างจะต้องไม่มีอาการชา หรือมีสีคล้ำกว่าปกติ หากพันแน่นเกินไปอาจทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ปกติ

E = Elevation การจัดวางบริเวณที่มีอาการให้สูงขึ้นกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบวมค้างบริเวณส่วนปลาย เช่น ในกรณีผู้ที่เป็นโรคเอ็นข้อศอกทางด้านนอกอักเสบ ไม่ควรจะปล่อยแขนห้อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ เนื่องจากอาจจะทำให้ปลายมือบวมกว่าปกติได้ เป็นต้น (3)

แต่ในขณะที่มีอาการอักเสบ สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ เพื่อให้ข้อต่อยังสามารถเคลื่อนไหวได้สุดช่วง และป้องกันการยึดติดของกล้ามเนื้อและข้อต่อได้

รูปที่ 1 แสดงเจลเย็น (cold pack)

รูปที่ 1 แสดงเจลเย็น (cold pack)

รูปที่ 2 แสดงการวางบริเวณข้อศอกให้สูงกว่าระดับหัวใจ

รูปที่ 2 แสดงการวางบริเวณข้อศอกให้สูงกว่าระดับหัวใจ

การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหวของข้อมือ

ท่าเริ่มต้น ยืนหรือนั่ง ยื่นแขนข้างที่มีอาการไปทางด้านหน้า ข้อศอกเหยียดตรง

ท่าออกกำลังกาย ออกแรงกระดกข้อมือขึ้น และลงเบา ๆ สลับกัน

จำนวนครั้ง 10 ครั้งต่อรอบ 3 รอบต่อวัน หรือขึ้นกับอาการเจ็บปวด

การออกกำลังกายเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหวของข้อศอก

ท่าเริ่มต้น ยืนหรือนั่ง ยื่นแขนข้างที่มีอาการไปทางด้านหน้า ข้อศอกเหยียดตรง

ท่าออกกำลังกาย ออกแรงงอข้อศอกเข้า และออกเบา ๆ สลับกัน

จำนวนครั้ง 10 ครั้งต่อรอบ 3 รอบต่อวัน หรือขึ้นกับอาการเจ็บปวด

หมายเหตุ ขณะออกกำลังกาย ผู้ป่วยต้องไม่มีอาการปวดหรืออักเสบมากขึ้น

ระยะเรื้อรัง

เมื่อพ้นระยะอักเสบ หรืออาการอักเสบลดลงแล้ว อาการเจ็บปวดอาจจะยังคงอยู่ แต่อาการบวม แดง ร้อนลดลงแล้ว สามารถเปลี่ยนจากการประคบเย็นเป็นประคบอุ่นได้ โดยการประคบอุ่นนั้นจะต้องรู้สึกอุ่น และไม่ร้อนจัดจนเกินไป เพื่อป้องกันการผิวหนังไหม้ สามารถประคบได้ครั้งละประมาณ 20-30 นาที (4)

ในระยะนี้เราจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายมากขึ้น โดยจะเน้นทั้งการยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดความเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อศอก

การยืดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ (ท่าคว่ำมือ)

ท่าเริ่มต้น ยืนหรือนั่ง ยื่นแขนข้างที่มีอาการไปทางด้านหน้า ข้อศอกเหยียดตรง ในทิศทางคว่ำมือ

ท่าออกกำลังกาย ใข้มืออีกข้าง จับข้อมือแล้วค่อย ๆ ยืดกล้ามเนื้อในทิศทางกระดกข้อมือลง  

จำนวนครั้ง ยืดค้างไว้ 10 วินาที โดยประมาณ ยืด 10 ครั้งต่อรอบ 3 รอบต่อวัน

การยืดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ (ท่าหงายมือ)

ท่าเริ่มต้น ยืนหรือนั่ง ยื่นแขนข้างที่มีอาการไปทางด้านหน้า ข้อศอกเหยียดตรง ในทิศทางหงายมือ

ท่าออกกำลังกาย ใข้มืออีกข้าง จับข้อมือแล้วค่อย ๆ ยืดกล้ามเนื้อในทิศทางกระดกข้อมือลง 

จำนวนครั้ง ยืดค้างไว้ 10 วินาที โดยประมาณ ยืด 10 ครั้งต่อรอบ 3 รอบต่อวัน

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงบริเวณข้อศอกนั้น สามารถออกกำลังกายได้ด้วยตนเองที่บ้าน โดยใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเล็กน้อยเป็นแรงต้าน เช่น ขวดน้ำขนาดพอเหมาะ หรือดัมเบลขนาดเล็ก เป็นต้น

การเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ (5)

ท่าเริ่มต้น ยืนหรือนั่ง ท้องแขนวางบนโต๊ะ ปลายข้อมือพ้นออกจากขอบโต๊ะ ในทิศทางคว่ำมือ ถืออุปกรณ์ เช่น ขวดน้ำ หรือดัมเบล เพื่อเป็นแรงต้าน

ท่าออกกำลังกาย ออกแรงกระดกข้อมือขึ้นและลงช้า ๆ

จำนวนครั้ง 10 ครั้งต่อรอบ 3 รอบต่อวัน

การเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหงายข้อมือ

ท่าเริ่มต้น ยืนหรือนั่ง ท้องแขนวางบนโต๊ะ ในทิศทางคว่ำมือ ถืออุปกรณ์ เช่น ขวดน้ำ หรือดัมเบล เพื่อเป็นแรงต้าน

ท่าออกกำลังกาย ออกแรงในการหงายข้อมือไปและกลับช้า ๆ

จำนวนครั้ง 10 ครั้งต่อรอบ 3 รอบต่อวัน

ข้อควรระวังขณะออกกำลังกาย

  1. ขณะออกกำลังกายหรือหลังจากออกกำลังกาย ไม่ควรจะมีอาการปวดเพิ่มขึ้น หากมีอาการปวดมาก ควรหยุดออกกำลังกายและพักทันที
  2. ไม่ควรออกกำลังกายมากจนเกินไป จนเกิดอาการต่อไปนี้ เช่น เกิดอาการล้า ไม่สามารถกระดกข้อมือ หรืองอศอกได้
  3. ไม่ควรออกกำลังกายในจังหวะที่เร็วจนเกินไป หรือเกิดแรงกระชาก เนื่องจากอาจเกิดอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้
  4. ควรเลือกอุปกรณ์การออกกำลังกายที่พอดี ไม่หนักจนเกินไป

หากทำการดูแลตนเองและออกกำลังกายดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับคำปรึกษาหรือทำการรักษาต่อ

เรียบเรียงโดย กภ. ทัชชกร สงวนศักดิ์

เอกสารอ้างอิง

  1. Kaydok E, Ordahan B, Solum S, Karahan AY. Short-term efficacy comparison of high-intensity and low-intensity laser therapy in the treatment of lateral epicondylitis: a randomized double-blind clinical study. Arch Rheumatol. 2020;35(1):60-7.
  2. Vicens G, Seijas R, Sallent A, Dominguez A, Ares O, Torrecilla A. Tennis elbow pathogenesis. Int J Orth. 2017;4(3):767-69.
  3. Dubois B, Esculier J-F. Soft-tissue injuries simply need PEACE and LOVE. Br J Sorts Med. Jan 2020;54(2):3-5.
  4. สุทธชัย ใจบาล, ศุภรานันท์ เรืองพุก, ณัฐนันท์ แซ่ตั้ง. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการประคบร้อน งานกายภาพบำบัด โรงพยาบาลหัวหิน. วารสารหัวหินสุขใจไกลกังวล. 2559; หน้า 66-77.
  5. Stasinopoulos D, Stasinopoulos I. Comparison of effects of eccentric training, eccentric-concentric training, and eccentric-concentric training combined with isometric contraction in the treatment of lateral elbow tendinopathy. JHT. 2017; 13-9.
Post Views: 5,491
Share
20

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.