mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

สูงวัย….ทำไม???เสี่ยงล้ม

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • สูงวัย….ทำไม???เสี่ยงล้ม

สูงวัย….ทำไม???เสี่ยงล้ม

มีนาคม 29, 2024
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • การเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุ
  • ความเสื่อม
  • ปัจจัยเสี่ยงล้ม
  • ผู้สูงอายุ
  • ล้ม

เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ พบว่าร่างกายจะมีกระบวนการเสื่อมแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เกิดการเสื่อมถอยทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะความเสื่อมของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบหัวใจและการหายใจ สมองและระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ ส่งผลทำให้ความสามารถทางกายในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง แต่อัตราการเสื่อมถอยในแต่ละระบบจะแตกต่างกัน เช่น ความเร็วในการส่งสัญญาณประสาทจะลดลงร้อยละ 10-15 ความยืดหยุ่นของข้อต่อจะลดลงร้อยละ 20-30 จากช่วงอายุ 30-80 ปี ตับและไตสูญเสียการทำงานร้อยละ 40-50 จากช่วงอายุ 30-70 ปี เมื่อมีอายุ 80 ปี ความสามารถในการหายใจสูงสุดลดลงร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับอายุ 30 ปี และ เมื่อมีอายุ 70 ปี เพศหญิงจะสูญเสียมวลกระดูกถึงร้อยละ 30 เพศชายสูญเสียมวลกระดูกถึงร้อยละ 151

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในผู้สูงอายุ1

  1. ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
  • มวลกล้ามเนื้อ ขนาดมวลกล้ามเนื้อจะลดลง โดยมวลกล้ามเนื้อจะเริ่มลดลงหลังจากอายุ 30 ปี อัตราการลดลงของมวลกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นร้อยละ 3-8 ทุก ๆ 10 ปี ในผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายด้วยแรงต้าน ส่งผลให้การเคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ ไม่คล่องตัว อัตราการใช้พลังงานลดลงซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้มวลไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดภาวะโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ โรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้มีการจำกัดการเคลื่อนไหว เพิ่มความเสี่ยงในการล้มจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง ความเหนื่อยล้า และการทรงตัวที่ไม่ดี เมื่อมีอายุ 70 ปี ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลงเฉลี่ยร้อยละ 30 โดยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนจะลดลงช้ากว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา
  • ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ปริมาณของเส้นใยฝอยและเนื้อเยื่อที่ยืดหดได้ในกล้ามเนื้อลดลง ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อขาดความยืดหยุ่น และจำกัดองศาการเคลื่อนไหว
  • มวลกระดูก มีการลดลงอย่างมากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น อัตราการลดลงมวลกระดูกจะเกิดขึ้นมากกว่ามวลกล้ามเนื้อ โดยหลังจากอายุ 50 ปี มวลกระดูกจะลดลงร้อยละ 30 ในทุก ๆ 10 ปี ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย การเคลื่อนไหวข้อต่าง ๆ เกิดการตึงแข็ง อักเสบ และติดเชื้อได้ง่าย
  1. ระบบหายใจ มีการยึดติดของผนังทรวงอก ความจุปอดลดลง ทำให้ปริมาตรอากาศทั้งหมดที่หายใจเข้าหรือออกเต็มที่ในเวลา 1 นาทีลดลง ส่งผลให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง
  2. ระบบหัวใจ หลอดเลือดมีการแข็งตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดลดลง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ความสามารถในการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากลดลง ส่งผลรุนแรงถึงหัวใจล้มเหลวได้
  3. สมองและระบบประสาท ปริมาตรของสมองลดลง ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัวทำงานได้ลดลง การทำงานประสานกันของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การได้ยินและการมองเห็นลดลง ส่งผลให้เกิดขบวนการของสมองด้านการรู้คิดและความจำลดลง ความเสี่ยงต่อการล้มเพิ่มขึ้น
  4. ระบบต่อมไร้ท่อ มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้อัตราการใช้พลังงานขณะพักลดลง ความไวต่ออินซูลินและความทนต่อกลูโคสลดลง ขนาดของตับ ไตและการไหลเวียนเลือดลดลง ส่งผลให้โรคอ้วน โรคเบาหวาน การดูดซึมของยาหลายชนิดลดลง การกำจัดยาทางไตลดลง

จากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดความเสี่ยงล้มได้สูง ซึ่งการล้มเป็นสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุและเป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจรองจากอุบัติเหตุทางถนน2 ความเสี่ยงจากการล้มจะยิ่งมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มหกล้มร้อยละ 28-35 ต่อปี ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มหกล้มเพิ่มเป็นร้อยละ 32-42 ต่อปี3 โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีโรคประจำตัว เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือ มีปัญหาเรื่องการทรงตัว และผู้สูงอายุที่หกล้มและมีกระดูกสะโพกหักมีโอกาสเสียชีวิตภายใน 1 ปีถึงร้อยละ 284

ปัจจัยเสี่ยงของการล้มในผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม5,6 คือ  

  1. ปัจจัยภายในร่างกาย (Intrinsic factor) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงสภาวะร่างกายและจิตใจ ดังนี้

- การเปลี่ยนแปลงทางการมองเห็น เช่น เลนส์ตาขุ่นและทึบแสงมากขึ้น ตามีความไวต่อแสงลดลง การแยกสีผิดปกติ ต้อกระจก ทำให้เกิดการรับรู้ภาพผิดพลาด ความชัดเจนในการมองลดลง การเปลี่ยนระยะมองวัตถุและการกะระยะที่ไม่ชัดเจน ทำได้ช้าลง มีผลต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และการทำกิจกรรมอื่น ๆ

- การเปลี่ยนแปลงของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ความแข็งแรงของกระดูกลดลง ความยืดหยุ่นของข้อต่อลดลง มีผลต่อท่าทางการเดิน การรับน้ำหนัก

- การเปลี่ยนแปลงการทำงานของอวัยวะหูชั้นในผิดปกติไป ทำให้เกิดอาการบ้านหมุน (Vertigo) ซึ่งเป็นผลให้กลไกการทำงานที่ควบคุมการทรงตัวลดลง และเกิดความบกพร่องของการเดิน ทำให้อาจสะดุดล้มได้ง่าย

- การเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากความเจ็บป่วย ได้แก่

  • ระบบหัวใจหรือหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบแคบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดปกติ
  • ระบบประสาทและสมอง เช่น สมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน
  • ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก จากการทำกิจกรรมลดลง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความยืดหยุ่นลดลง
  • การใช้ยา เช่น ยานอนหลับ ยาต้านซึมเศร้า มีผลต่อระบบประสาท และยาขยายหลอดเลือด ยาขับปัสสาวะทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อการล้มได้
  • ความผิดปกติทางจิต เช่น อาการวิตกกังวล หลงลืม ซึมเศร้า ทำให้การรับรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายลดลง
  1. ปัจจัยภายนอกร่างกาย (extrinsic factor) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมรอบตัวของบุคคล เช่น พื้นบ้านที่ลื่น มีระดับต่างกัน บันไดมีความสูงไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีราวจับ ห้องน้ำเป็นแบบนั่งยอง แสงสว่างไม่เพียงพอ เครื่องใช้ภายในบ้านขัดขวางทางเดิน รองเท้าที่ใหญ่หรือเล็กเกินไป แว่นตาที่ไม่พอเหมาะกับสายตา

ผลกระทบของการล้มในผู้สูงอายุ7,8

  1. เกิดอาการบาดเจ็บ เช่น ฟกช้ำ เกิดแผล กระดูกหักหรือพิการ
  2. สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา
  3. ผลกระทบด้านสุขภาพจิต เช่น กลัวการออกจากบ้าน ซึมเศร้า ไม่มั่นใจในการเดิน หรือกลัวหกล้มซ้ำ สูญเสียความภาคภูมิใจและความมีคุณค่าในตนเองลดลง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลง
  4. เสียชีวิต

การล้มจึงเป็นปัญหาที่สำคัญและพบบ่อยเนื่องจากความเสื่อมของร่างกาย และมีผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ สังคม ของผู้สูงอายุ ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวที่ต้องดูแลผู้สูงอายุอีกด้วย ดังนั้น ผู้สูงอายุและครอบครัวควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการล้ม ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเกิดการล้ม ซึ่งได้กล่าวในบทความนี้แล้ว และท่านผู้อ่านสามารถติดตาม การประเมินความเสี่ยงในการล้มด้วยตนเอง การป้องกันการล้ม และวิธีลดความเสี่ยงของการล้มที่สามารถทำเองได้และได้ผลมากที่สุด คือ การออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสามารถในการทรงตัวและการเดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการล้มในผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีเป็นองค์รวม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้ในบทความถัดไปค่ะ

เรียบเรียงโดย กภ. ลดาวรรณ เติมวรกุล

เอกสารอ้างอิง

  1. จตุพร เพิ่มทรัพย์ทวี. การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ. นครปฐม: ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2564.
  2. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2558.
  3. World Health Organization. WHO global report on falls prevention in older age. Ageing. and Life Course Unit: World Health Organization; 2008.
  4. Lyritis GP. Epidemiology of hip fracture: the MEDOS study. Mediterranean osteo-porosis study.  Osteoporos Int. 1995;6(suupl3):11-5.
  5. Assantachai P. Common health problems in the elderly and prevention. 2nd Bangkok: Department of Preventive and Social Medicine Siriraj Hospital Mahidol University; 2011. p. 51-66.
  6. Worathaisong N. Factors related to falls in elderly people living in the community [Master of Nursing Science Thesis]. Khon Kaen: Khon Kaen University; 2008.
  7. National Center for Injury Prevention and Control. Preventing falls: how to develop community-based fall prevention programs for older adults. Atlanta, GA: Centers for Disease Control and Prevention; 2008.
  8. Kitkumhang V, Kittimanon N, Pannanothai S. Risk factors of fall in elderly in the community. J Health Sci 2006;15(5):787-99.
Post Views: 3,345
Share
4

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.