โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือและแขนท่อนล่าง(Carpal tunnel syndrome & Pronator teres syndrome)


รูปที่ 1 แสดงตำแหน่งเส้นประสาทและช่องโพรงประสาท (Carpal tunnel)
Carpal tunnel syndrome (CTS)
คือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อช่องทางที่เส้นประสาทลอดผ่านบริเวณกลางฝ่ามือด้านหน้าแคบลง หรือเมื่อเนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นเอ็นข้อมือเกิดภาวะอักเสบและบวม ทำให้เกิดแรงกดต่อเส้นประสาทและรบกวนการไหลเวียนของเลือด โดยแรงกดที่ผิดปกตินี้อาจทำให้เกิดอาการชา ความรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม เจ็บ และเกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในมือได้ โดยสาเหตุส่วนใหญ่แล้ว มักเกิดได้จากปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมกัน มีการศึกษาพบว่า มักจะเจอ Carpal tunnel syndrome ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า และมักพบได้มากที่สุดในคนอายุ 45-54 ปี (1)

รูปที่ 2 แสดงบริเวณที่มักมีการกดทับเส้นประสาท
อาการและอาการแสดงของ Carpal tunnel syndrome (2,3)
- อาการชา รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม แสบร้อน และเจ็บ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง อาการเหล่านี้มักจะทำให้ตื่นกลางดึก และอาจลามไปถึงแขนท่อนบนจนถึงไหล่
- อาการเหมือนถูกกระแทกที่ข้อมือ ลามไปถึงนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง
- มีอาการอ่อนแรงและความติดขัดในมือ ทำให้ยากที่จะทำกิจกรรมที่ต้องการความละเอียด เช่น ติดกระดุมเสื้อ ร้อยด้าย หรือการเขียนหนังสือ
- อาจพบการทำของตกเนื่องจากความอ่อนแรง, ชา, หรือการสูญเสียความรู้สึกของการเคลื่อนไหวในมือ
ปัจจัยเสี่ยงของ Carpal tunnel syndrome
- กรรมพันธุ์อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ เนื่องจากขนาดของ carpal tunnel อาจมีขนาดเล็กลงตามธรรมชาติในบางคน หรือมีความแตกต่างทางกายวิภาคที่เปลี่ยนแปลงขนาดของช่องทางสำหรับเส้นประสาท ซึ่งลักษณะเหล่านี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
- การใช้มือซ้ำ ๆ การทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวมือและข้อมือซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นเอ็นในข้อมืออักเสบและบวม ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกดดันต่อเส้นประสาทได้
- การตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์สามารถทำให้เกิดการบวมและกดดันเส้นประสาท
- ภาวะสุขภาพ โรคเบาหวาน, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์, และความไม่สมดุลของต่อมไทรอยด์ เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับ Carpal tunnel syndrome
การรักษา carpal tunnel syndrome
- การใช้ประทานยาเพื่อบรรเทาอาการอักเสบและอาการปวด
- การใส่เฝือกเพื่อลดการเคลื่อนไหวของข้อมือ
- การฉีดยาสเตียรอยด์
- การผ่าตัด
- การทำกายภาพบำบัด และ การออกกำลังกาย
ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการ Carpal tunnel syndrome จะมากขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษา และอาจนำไปสู่การสูญเสียความรู้สึกในนิ้วมือและเกิดกล้ามเนื้อในมือฝ่อลีบได้ ดังนั้นการได้รับการวินิจฉัยและได้รับการรักษา Carpal tunnel syndrome อย่างทันท่วงทีจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายถาวรในผู้ป่วยบางรายจึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อบรรเทาความดันที่กดทับเส้นประสาท
Pronator Teres Syndrome (PTS) (4,5)
เกิดจากการโดนกดทับของเส้นประสาท median ที่บริเวณกล้ามเนื้อ Pronator teres ในแขนท่อนล่าง อาจเกิดจากความหนาตัวหรืออาการบวมจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ Pronator teres ภาวะนี้พบได้น้อยและมักพบในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี อาการของ PTS ประกอบด้วยอาการปวดที่ท้องแขนล่างด้านใน อาการชา มีความรู้สึกเปลี่ยนไปที่ท้องแขนด้านใน และที่นิ้วมือ 4 นิ้วนับจากนิ้วโป้ง (นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง) โดยอาจมีอาการอ่อนแรงและทำให้เกิดการจับของได้ไม่มั่นคง อาจร่วมกับการปวดเมื่อคลำที่ท้องแขนล่างด้านใน และมีอาการเพิ่มขึ้นเมื่อคลำหรือกดที่กล้ามเนื้อ Pronator teres โดยอาจพบความผิดปกติของนิ้วมือที่เกิดจากอาการการอ่อนแรงได้ และอาจจะมีอาการในฝ่ามือ ใกล้เคียงกับ CTS หรือในบางกรณี ผู้ป่วยสามารถมีอาการที่เกิดจากการกดทับจากทั้งสองบริเวณได้ หรือที่เรียกว่า Double-crush syndromes

รูปที่ 3 แสดงตำแหน่งกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างและเส้นประสาทที่ลอดผ่าน
อาการและอาการแสดงของ Pronator teres syndrome
- ปวดที่ท้องแขนล่างด้านใน
- อาการชาหรือมีความรู้สึกเปลี่ยนไปอาจเกิดขึ้นที่ท้องแขนท่อนล่างด้านในและนิ้วมือ
- อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออาจพบปัญหาในการหยิบจับสิ่งของไม่มั่นคง
- อาจพบอาการอื่น ๆ ที่นิ้วมือคล้ายคลึงกับ Carpal tunnel syndrome
อาการและอาการแสดงของ PTS และ CTS นั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก เช่น อาการชาและความอ่อนแรงในมือ และร้าวขึ้นบริเวณแขน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ PTS มักมีอาการปวดที่ท้องแขนท่อนล่างด้านในและมีสัญญาณของอาการที่กล้ามเนื้อ pronator teres
ปัจจัยเสี่ยงของ PTS
- การใช้งานที่มากเกินไป การทำงานที่ต้องหมุนแขนหรือข้อมืออย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกับแขนและข้อมือ
- การทำงานหรือกีฬาที่ต้องใช้กำลังงานมาก เช่น การยกของหนัก การเล่นกีฬาที่ต้องใช้แขนและข้อมืออย่างต่อเนื่อง
- บาดเจ็บจากการชนกระแทกหรือการกระทำที่ทำให้กล้ามเนื้อ Pronator teres บาดเจ็บหรืออักเสบได้
- ภาวะที่ทำให้มีการอักเสบเช่น โรคภูมิต้านทานลดหรือภาวะที่ทำให้มีการอักเสบเช่นโรคระบบภูมิคุ้มกัน
- ภาวะที่ทำให้มีการบีบคั้นที่ปลายของแขนอาจส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ Pronator teres ได้
การรักษาและการป้องกันโรค PTS
การรักษาของทั้งสองภาวะมีความคล้ายคลึงกัน เช่น การทำกายภาพบำบัด การหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดอาการ สำหรับ CTS อาจใช้การใส่เฝือกข้อมือขณะนอนหลับ ออกกำลังกายเพื่อให้เส้นประสาทเคลื่อนไหวได้ดี การฉีดยาสเตียรอยด์ใน Carpal tunnel หรือในบางกรณีอาจต้องทำการผ่าตัดเพื่อบรรเทาความดันที่เส้นประสาทกลางมือ แต่สำหรับ PTS นั้นจะเป็นการรักษาทางกายภาพบำบัดและการใช้ยา และอาจรวมไปถึงการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดด้วยเช่นกัน หากอาการรุนแรงหรือเส้นประสาทได้รับความเสียหาย ดังนั้น การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญในการหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการเสื่อมของเส้นประสาทและการสูญเสียการทำงานของมือ หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการที่ใกล้เคียงกับที่กล่าวมา ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
เรียบเรียงโดย กภ. ดุสิตา วงศ์สง่าศรี
เอกสารอ้างอิง
- Joshi A, Patel K, Mohamed A. Carpal Tunnel Syndrome: Pathophysiology and Comprehensive Guidelines for Clinical Evaluation and Treatment. Cureus. 2022 Jul 20;14(7). https://doi.org/10.7759/cureus.27053
- Genova A, Dix O, Saefan A, Thakur M, Hassan A. Carpal tunnel syndrome: a review of literature. Cureus. 2020 Mar;12(3).
- Carpal tunnel syndrome [Internet]. Johns Hopkins Medicine Health Library. 2019 [cited 2024 Jul 21]. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/carpal-tunnel-syndrome
- Europe PMC. Europe PMC [Internet]. Europepmc.org. 2019 [cited 2024 Aug 11]. https://europepmc.org/article/nbk/nbk526090
- Binder H, Zadra A, Popp D, Komjati M, Tiefenboeck TM. Outcome of surgical treated isolated pronator teres syndromes—a retrospective cohort study and complete review of the literature. Int J Environ Res Public Health. 2021 Dec 22;19(1):80.




