ปัญหาส่วนใหญ่เมื่อคุณปวดเข่า


การบาดเจ็บทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ถือเป็นปัญหาสำคัญตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยอาการบาดเจ็บในช่วงวัยเด็กมักมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ ในวัยทำงานมักจะเกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน และในส่วนของผู้สูงอายุ อาการบาดเจ็บมักมีสาเหตุมาจากความเสื่อมของร่างกาย อาการปวดเข่าถือเป็นหนึ่งในปัญหาอาการปวดที่พบได้บ่อย โดยหลาย ๆ คนมักตั้งคำถามว่าอาการปวดที่เป็นอยู่เกิดขึ้นจากโครงสร้างอะไร ปกติหลาย ๆ คนมักจะยังไม่เข้าใจว่าอาการปวดเข่าเกิดจากโครงสร้างอะไร โดยในบทความนี้เราจะชวนทุกคนมาสังเกตหัวเข่ากันว่าอาการปวดดังกล่าวเกิดขึ้นจากโครงสร้างอะไรจนทำให้เราไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันหรือในกลุ่มนักกีฬา

โครงสร้างของหัวเข่า (รูปที่ 1) ประกอบด้วยกระดูก 4 ชิ้น หมอนรองกระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ ที่มีความซับซ้อนเชื่อมโยงกันทั้งภายในและภายนอกในข้อเข่าเพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของร่างกายและเกิดการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ (1) โดยอาการปวดมักเกิดขึ้นมากจากโครงสร้างต่าง ๆ ดังกล่าว ธรรมชาติการเคลื่อนไหวของร่างกายในข้อต่อนึงมักจะสัมพันธ์กับข้อต่อใกล้เคียง คือ เหนือและล่างต่อข้อดังกล่าว ซึ่งข้อเข่าก็จะมีความสัมพันธ์กับข้อสะโพกและข้อเท้า โดยข้อสะโพกจะมีความสัมพันธ์กับข้อเข่ามากที่สุด การที่มนุษย์เราสามารถยืนเดินตัวตรงได้ในปัจจุบันนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่กล้ามเนื้อสะโพกมีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากกว่าบรรพบุรุษของเรา (2) ในการยืนและการเดินเราจะสังเกตุได้ว่าเข่าและสะโพกจะเคลื่อนที่ไปในลักษณะและทิศทางที่ใกล้เคียงกัน เช่น ขณะยืน ข้อเข่าจะเกิดการเหยียดสุดส่วนข้อสะโพกก็จะอยู่ในท่าเหยียด ส่วนขณะก้าวขาไปข้างหน้า ข้อสะโพกและข้อเข่าก็จะอยู่ในท่างอเช่นเดียวกัน ซึ่งการงอและเหยียดของข้อสะโพกและข้อเข่านี้ จะมีการเคลื่อนไหวที่ลงรายละเอียดเพิ่มเติม คือมีการบิดเข้าหรือหมุนออกไปในทิศทางตรงข้ามกัน ทำให้เกิดการล็อกของข้อเข่าเพื่อเพิ่มความมั่นคง และเกิดการปลดล็อกให้กับข้อเข่าเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ (3) ข้อต่อจะเกิดการเคลื่อนไหวได้ต้องอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า เป็นตัวทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ปกติ แต่ถ้ากล้ามเนื้อทั้ง 2 มัดมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่ผิดปกติ ก็มักจะเกิดปัญหาตามมาที่ข้อเข่าจนเกิดการบาดเจ็บได้ โดยในบทความนี้จะขอกล่าวถึงปัญหาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้บ่อยของข้อเข่า มีอะไรบ้างตามมากันเลยครับ
- ข้อเข่าเสื่อม มักพบได้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้ 1.มีอาการตึงขัดในช่วงเช้าหลังตื่นนอน 2.มีเสียงคลิ๊ก ป็อป หรือลั่นในข้อเข่าขณะขยับเคลื่อนไหว 3.มีการจำกัดการเคลื่อนไหวที่ตัวข้อเข่างอเหยียดไม่สุด (4) ซึ่งปัญหาข้อเข่าเสื่อมโครงสร้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเกิดขึ้นที่ผิวข้อหรือหมอนรองกระดูกในข้อเข่า ทั้งนี้การสึกหรอหรือความเสื่อมของผิวข้อส่วนนึงมาจากกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาด้านหน้าที่ไม่มีความแข็งแรง จนทำให้ผิวข้อเกิดการบาดเจ็บซ้ำ ๆ เรื่อยมาจนพัฒนาเป็นข้อเช่าเสื่อม โดยมีจุดกดเจ็บตามรูปที่ 2
- กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังหรือ myofascial pain syndrome เป็นการบาดเจ็บที่ตัวกล้ามเนื้อ ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าสามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะคอบ่าหรือหลังส่วนล่าง แต่กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนร่างกาย ถ้ากล้ามเนื้อมัดดังกล่าวเกิดการใช้งานซ้ำ ๆ มากจนเกินไป โดยจากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีอาการปวดเข่าด้านหน้ามักมีการอักเสบของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า 2 มัดคือ vastus lateralis และ vastus medialis (5) โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่เข่าด้านหน้าและมีจุดกดเจ็บที่กล้ามเนื้อตามรูปที่ 2 โดยสาเหตุการบาดเจ็บมักเกิดจากการใช้งานในลักษณะการงอเหยียดเข่าซ้ำ ๆ ที่มากเกินกว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงขาดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (6)
- การบาดเจ็บที่เอ็นกล้ามเนื้อเข่าด้านนอกหรือ Iliotibial band syndrome เอ็นกล้ามเนื้อนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญมากในขณะยืนและเดิน โดยจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับเข่าและสะโพกทางด้านข้าง (7) จากการศึกษาพบว่ามีการบาดเจ็บในกลุ่มนักวิ่งถึง 14% (8) นอกจากนี้ผู้ที่ชอบปั่นจักรยาน เดินขึ้นลงบันไดและทางชันเป็นประจำ ก็เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาดังกล่าว ใครกำลังที่มีกิจกรรมดังที่กล่าวอยู่ให้ระวังตนเองไว้ โดยสามารถตรวจร่างกายเองได้ด้วยการกดบริเวณเอ็นกล้ามเนื้อด้านนอก บริเวณเหนือต่อปุ่มกระดูกต้นขาด้านนอก 1-2 เซนติเมตร ตามรูปที่ 2 ในท่างอเข่า 60 องศา จากนั้นเหยียดเข่าจนสุด ใครที่มีอาการบาดเจ็บจะเจ็บในช่วง 30 องศาสุดท้ายก่อนเหยียดขาสุด (9) นั้นหมายความว่ามีการบาดเจ็บที่เอ็นกล้ามเนื้อเข้าด้านนอกและอาจจะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อสะโพก
- การบาดเจ็บของเอ็นกล้ามเนื้อเข่าด้านในหรือ Pes-anserine tendinitis อาการบาดเจ็บดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากการขึ้นลงบันไดหรือทางต่างระดับบ่อย ๆ การปีนเขา การวิ่งออกกำลังกาย โดยเฉพาะในคนที่มีลักษณะเข่าบิดออกด้านนอกหรือคล้ายท่าเดินเป็ด (10) ซึ่งจะมีอาการปวดบริเวณเข่าด้านในเยื้องมาทางด้านล่าง ตามรูปที่ 2 การบาดเจ็บดังกล่าวมีความสัมพันธ์ถึงความตึงตัวของเอ็นกล้ามเนื้อเข่าด้านนอก ความตึงตัวมาก ๆ จะส่งผลให้กระดูกสะบ้าเคลื่อนตัวออกด้านนอก (11) มีผลทำให้เกิดข้อเข่าบิดออกด้านนอกมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อด้านใน หรือ Pes-anserine ทั้ง 3 ตัว ยืดยาวออกกว่าปกติส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บสะสมจนเกิดการอักเสบของกลุ้มเส้นเอ็นกล้ามเนื้อด้านในขึ้นได้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับอาการปวดเข่าที่พบได้บ่อย ซึ่งหลายคนยังไม่ทราบถึงโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับข้อเข่า ในบทความนี้ผู้เขียนจึงได้อัดแน่นไปด้วยข้อมูลการบาดเจ็บที่สามารถพบได้บ่อยในข้อเข่าให้กับผู้อ่านได้รับความรู้กันอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งปัญหาที่กล่าวมานั้นมักเกิดจากการละเลยในการดูแลความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่มีบทบาทสำคัญกับตัวข้อเข่าให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์สำหรับการเคลื่อนไหวในกิจกรรมต่าง ๆ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากให้กับผู้ที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดข้อเข่า และผู้ที่กำลังศึกษาหาข้อมูลในการดูแลตนเอง สำหรับการดูแลและออกกำลังกายกล้ามเนื้อสามารถติดตามต่อได้ในบทความท่าออกกำลังกายเมื่อคุณปวดเข่ากันครับ
เรียบเรียงโดย กภ.(ชำนาญการพิเศษ) เดชวิน หลายศิริเรืองไร
เอกสารอ้างอิง
-
Prathap KJ, Arun KM, Venkatesh D. (2020). Healthy gait: Review of anatomy and physiology of knee joint. Prathap Kumar, J., Arun Kumar, M., & Venkatesh, D. Healthy gait: Review of anatomy and physiology of knee joint. Int J Curr Res. 2020;12(6):1-8.
-
Aiello L, Dean C. An introduction to human evolutionary anatomy. Cambridge: Academic Press; 1990.
-
Moore KL, Dalley AF. (2018). Clinically oriented anatomy. 8th ed. Wolters kluwer india: Pvt Ltd; 2018
-
Lespasio M. Knee Osteoarthritis: A Primer. Perm J. 2017;21(4).
-
Rozenfeld E, Finestone AS, Moran U, Damri, E, Kalichman L. (2020). The prevalence of myofascial trigger points in hip and thigh areas in anterior knee pain patients. J Bodyw Mov Ther. 2020;24(1):31-38.
-
Pappas E, Wong-Tom WM. Prospective predictors of patellofemoral pain syndrome: a systematic review with meta-analysis. Sports health. 2012;4(2):115-120.
-
Birnbaum K, Siebert CH, Pandorf T, Schopphoff E, Prescher A,Niethard FU. Anatomical and biomechanical investigations of the iliotibial tract. Surg Radiol Anat. 2004;26:433–46.
-
Van der Worp M, van der Horst N, de Wijer A, Backx F, Nijhuisvan der Sanden M. Iliotibial band syndrome in runners: a systematic review. Sports Med. 2012;42:969–92.
-
Noble CA. The treatment of iliotibial band friction syndrome. Br J Sports Med. 1979;13:51.
-
Derwin KA, Baker AR, Spragg RK, Leigh DR, Farhat W, Iannotti JP. Regional variability, processing methods, and biophysical properties of human fascia lata extracellular matrix. J Biomed Mater Res A. 2008;84A:500–7.
-
Alvarez-Nemegyei, J. Risk factors for pes anserinus tendinitis/bursitis syndrome: a case control study. J Clin Rheumatol. 2007;13(2):63-65.




