เช็คเบื้องต้นเสี่ยงล้มหรือไม่????

จากบทความ “สูงวัย....ทำไม???เสี่ยงล้ม” เราได้ทราบถึง การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ปัจจัยการเสี่ยงล้มและผลกระทบของการล้มในผู้สูงอายุแล้ว ในบทความนี้จะกล่าวถึงการทดสอบการเสี่ยงล้มในผู้สงอายุเบื้องต้นว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด
การล้มในผู้สูงอายุเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ปัญหาการทรงตัว ปัญหาสายตา การกินยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ง่วงซึม รวมทั้งสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงการล้มในผู้สูงอายุได้ ดังนั้น การตรวจประเมินคัดกรองเพื่อทราบปัจจัยทางร่างกายด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา และการทรงตัวจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายเพื่อป้องกันการล้มแก่ผู้สูงอายุ โดยมีการประเมินดังนี้
1.) แบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (Thai FRAT)1 ประกอบด้วยการประเมิน 6 ด้าน คะแนนเต็ม 11 คะแนน โดยให้น้ำหนักคะแนนในแต่ละข้อแตกต่างกัน ดังนี้
1.1 เพศ ได้แก่ เพศหญิง 1 คะแนน เพศชาย 0 คะแนน
1.2 การทดสอบสมรรถภาพ ด้านสายตา และการมองเห็น ทดสอบโดยติดตั้งหรือให้บุคคลอื่นถือแผ่นวัดสายตาในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และผู้วัดสายตายืนหรือนั่งห่างจากแผ่นวัดสายตา 6 เมตร ปิดตาข้างขวาและซ้ายทีละข้าง อ่านแผ่นวัดสายตา โดยไล่ตั้งแต่แถวบนสุด ลงมาจนถึงบรรทัดระยะ 6/12 ถ้าอ่านบรรทัดระยะ 6/12 ได้ถูกต้องมากกว่าครึ่งหนึ่งทั้งสองข้าง ได้ 0 คะแนน ถ้าอ่านได้ถูกต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเพียงข้างเดียว ได้ 1 คะแนน
1.3 การทดสอบสมรรถภาพด้านการทรงตัว โดยยืนต่อเท้าเป็นเส้นตรง ให้ปลายเท้าหลังชิดส้นเท้าหน้า แล้วยืนนิ่งโดยไม่เซอย่างน้อย 10 วินาที ถ้าสามารถยืนต่อเท้าในแนวเส้้นตรงได้ เป็นเวลา 10 วิินาทีี ได้ 0 คะแนน หากไม่่สามารถยืนได้ หรือ ได้น้อยกว่่า 10 วินาที ได้ 2 คะแนน ดังแสดงในภาพที่ 1

ภาพที่ 1 แสดงการยืนทดสอบสมรรถภาพด้านการทรงตัว
1.4 การใช้ยาที่ส่งผลต่อการทรงตัว จากข้อมูลประวัติการรับประทานยา ได้แก่ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือรับประทานยามากกว่า 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมยาวิตามิน) หากมีประวัติการใช้ยาดังกล่าว ได้ 1 คะแนน ไม่มีประวัติการใช้ยา ได้ 0 คะแนน
1.5 ประวัติการล้ม ได้แก่ การมีประวัติล้มตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป ใน 6 เดือนที่ผ่านมา หากมีประวัติ ได้ 5 คะแนน ไม่มีประวัติ ได้ 0 คะแนน
1.6 สภาพบ้าน ที่อยู่อาศัย ได้แก่ อยู่บ้านยกพื้นสูงตั้งแต่ 1.5 เมตรขึ้นไปหรือบ้าน 2 ชั้น ต้องขึ้นลงโดยใช้บันได หากใช่ ได้ 1 คะแนน ไม่ใช่ ได้ 0 คะแนน
การแปลผล คะแนน 0-3 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้มต่ำ
คะแนน 4-11 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้ม
โดยสามารถบันทึกข้อมูลในแบบประเมินดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แสดงแบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (Thai FRAT)
| ลำดับ | หัวข้อประเมิน | คะแนน |
|---|---|---|
| 1 |
เพศ ......หญิง ......ชาย |
1 0 |
| 2 |
การมองเห็นบกพร่อง ......ไม่สามารถอ่านตัวเลขที่ระยะ 6/12 ได้เกินครึ่งหนึ่ง ......อ่านตัวเลขระยะ 6/12 ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง |
1 0 |
| 3 |
การทรงตัวบกพร่อง ......ยืนต่อเท้าเป็นเส้นตรงไม่ได้ หรือยืนได้ไม่ถึง 10 วินาที ......ยืนต่อเท้าเป็นเส้นตรงได้นาน 10 วินาที |
2 0 |
| 4 |
มีการใช้ยา ......กินยาต่อไปนี้ ตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือกินยามากกว่า 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมยาวิตามิน) ......ไม่ได้กินยาต่อไปนี้ ได้แก่ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือกินยาชนิดใดก็ได้แต่น้อยกว่า 4 ชนิด |
1 0 |
| 5 |
มีประวัติหกล้ม ......มีประวัติหกล้มตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ......ไม่มี |
5 0 |
| 6 |
สภาพที่อยู่อาศัย ......อยู่บ้านยกพื้นสูงตั้งแต่ 1.5 เมตรขึ้นไปหรือบ้าน 2 ชั้น ต้องขึ้นลงโดยใช้บันได ......ไม่ได้อยู่บ้านลักษณะดังกล่าว |
1 0 |
|
คะแนนรวม ...... คะแนน 0-3 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้มต่ำ คะแนน 4-11 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้ม |
||
2.) ประเมินปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความสามารถในการทรงตัวขณะเดินด้วยการทดสอบ Time Up and Go test (TUGT)2 โดยวางเก้าอี้ที่มีที่ท้าวแขนที่จุดตั้งต้น วัดระยะทาง 3 เมตร ทำเครื่องหมายบนพื้นหรือวางกรวยไว้ เมื่อเริ่มจับเวลาให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเป็นเส้นตรงด้วยความเร็วปกติ (สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้ประจำได้) เมื่อเดินถึงระยะทางที่กำหนดให้หมุนตัวและเดินกลับมานั่งที่เดิม ดังแสดงในภาพที่ 2

ภาพที่ 2 แสดงการประเมินด้านความสามารถในการทรงตัวขณะเดินด้วยการทดสอบ Time Up and Go test (TUGT)
การแปลผล ใช้เวลาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 วินาที หมายถึง ปกติ
ใช้เวลา 11 - 20 วินาที หมายถึง เสี่ยงต่อการล้มปานกลาง
ใช้เวลามากกว่า 20 วินาที หมายถึง เสี่ยงต่อการล้มสูง
3.) ประเมินปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการทดสอบการลุกขึ้นยืน 5 ครั้ง (Five times sit to stand test: FTSST)3 โดยใช้เก้าอี้ที่ไม่มี ที่พักแขน ความสูงของเก้าอี้ประมาณ 43 เซนติเมตร เป็นความสูงมาตรฐานของเก้าอี้ทั่วไป เริ่มจากท่านั่งตัวตรง วางเท้าราบกับพื้น มือทั้งสองข้างวางไขว้กันบริเวณหน้าอก จับเวลาลุกขึ้นยืนแล้วลงนั่งอย่างต่อเนื่อง 5 ครั้ง บันทึกเวลาเป็นวินาที

ภาพที่ 3 แสดงการประเมินด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการทดสอบการลุกขึ้นยืน 5 ครั้ง (Five times sit to stand test: FTSST)
การแปลผล ถ้าใช้เวลามากกว่าหรือเท่ากับ 10 วินาที แสดงว่ามีความเสี่ยงในการล้ม
จากการประเมินทั้ง 3 การประเมินดังกล่าวข้างต้นหากพบว่ามีการแปลผลว่ามีความเสี่ยงล้มเพียง 1 การประเมิน ให้สรุปว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงล้ม ควรให้การส่งเสริมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและความสามารถในการทรงตัวขณะเดินร่วมกันแม้ในผู้สูงอายุที่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงล้มจากปัจจัยเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
การป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ
การป้องกันการล้มเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุล้มจากปัจจัยเสี่ยงภายในและภายนอก รวมทั้งลดผลกระทบที่จะส่งผลต่อผู้สูงอายุและครอบครัว ได้แก่
- การแต่งกายให้เหมาะสม โดยการสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมขนาดพอดีกับเท้าไม่คับหรือหลวมเกินไป ใส่รองเท้าส้นเตี้ยและพื้นรองเท้ามีที่ยึดเกาะพื้นหรือแผ่นกันลื่น4 และการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม เสื้อผ้าต้องมีขนาดพอดี ไม่หลวมหรือไม่ยาวเกินไปและไม่มีสายรุงรัง
- การเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในท่าทางต่าง ๆ อย่างช้า ๆ และถูกต้องในการใช้ชีวิตประจำวัน5 ได้แก่
- ท่าที่เหมาะสมในการลงนั่งและลุกขึ้นจากเก้าอี้ คือการย่อเข่าแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับริมเก้าอี้หรือที่พักแขนไว้ค่อยๆ หย่อนก้นนั่งริมเก้าอี้ แล้วค่อย ๆ เลื่อนก้นให้ติดพนักเก้าอี้ หลังตรงพิงพนักเก้าอี้ วางแขนบนที่พักหรือในท่าที่สบาย และการลุกจากเก้าอี้ โดยการใช้มือทั้งสองข้างพยุงตัวแล้วเลื่อนก้นมาที่บริเวณริมเก้าอี้ จากนั้นยันตัวลุกขึ้นด้วยกำลังของแขนและขาพร้อมกัน
- ท่าที่เหมาะสมในการลงนอนและลุกขึ้นจากเตียง การลงนอนเตียง โดยการยืน ค่อยๆ ย่อตัวลงใช้มือจับเตียง นั่งให้ก้นอยู่ริมเตียง ห้อยเท้าลงข้างเตียงจากนั้นใช้มือทั้งสองข้างพยุงตัว เลื่อนไปนั่งกลางเตียงแล้วตะแคงตัวลงนอนพร้อมกับยกขาขึ้นเตียง ให้นอนในท่าตะแคงก่อนแล้วเปลี่ยนไปนอนในท่าที่สบาย และการลุกจากเตียงให้นอนในท่าตะแคง ใช้มือค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นลุกนั่งแล้วเลื่อนตัวมาริมเตียง ห้อยเท้าลงข้างเตียงจากนั้นยันตัวลุกขึ้นโดยใช้กำลังแขนและขา
- การยกของจากพื้น เริ่มจาก ขยับของเล็กน้อยประเมินน้ำหนักว่าสามารถยกได้หรือไม่ ถ้าได้ให้ขยับของใกล้ตัว ตำแหน่งการวางเท้าแบบเหลื่อมเท้าหน้าหลัง จากนั้นค่อย ๆ ย่อเข่า หลังตรง ห้ามก้มตัว ใช้แรงกล้ามเนื้อขายืดลำตัวขึ้นช้า ๆ ยืนขึ้นโดยให้ของอยู่ชิดกับลำตัวมากที่สุด ไม่บิดหรือเอี้ยวตัวขณะยกของหนักและหลีกเลี่ยงการหยิบ-ยกสิ่งของที่อยู่สูงเหนือศีรษะมาก ๆ
- ท่าทางในการขึ้นและลงบันได ขณะเดินขึ้นบันได มือจับราวบันได เน้นการถ่ายน้ำหนักไปขาด้านหน้าช้า ๆ ให้ขาด้านหน้ารับน้ำหนักขาเดียว การลงบันไดมือจับราวบันได เน้นการยืนขาหลังขาเดียวแล้วย่อขาหลังลงจนขาหน้าแตะพื้นบันไดขั้นล่าง แล้วจึงค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักไปขาหน้า
- การใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน ถือไม้เท้าในด้านตรงข้ามกับขาด้านที่มีอาการ ข้อศอกงอประมาณ 20 - 30 องศา การลุกขึ้นจากเก้าอี้ให้จับไม้เท้าตั้งให้มั่นคง เหยียดขาข้างที่มีอาการเจ็บหรือไม่แข็งแรงงอขาเหลื่อมไปข้างหน้า มืออีกข้างดันตัวให้ลุกขึ้นและยืนตรง ไม้เท้าอยู่ห่างจากด้านข้างเท้า 4 - 6 นิ้ว ให้ยกไม้เท้าและขาข้างที่มีอาการเจ็บหรือไม่แข็งแรงการเดินก้าวไปพร้อมกันจากนั้นขาอีกข้างก้าวตามไปข้างหน้า
- การจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ได้แก่ การจัดแสงสว่างให้เพียงพอในบริเวณพื้นบ้าน ห้องครัว บันได ห้องน้ำ และห้องนอน ส่วนพื้นบ้าน พื้นห้องครัวและพื้นห้องน้ำไม่ลื่น ไม่มีสิ่งกีดขวางบริเวณทางเดินหรือไม่ควรเปลี่ยนที่วางสิ่งของบ่อย และมีราวบันไดและราวจับ ในห้องน้ำใช้โถส้วมชนิดชักโครกหรือนั่งราบ6
- การออกกำลังกาย โดยการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาการหกล้มที่ได้ผลดีที่สุด6 การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความสมดุลของร่างกาย เพิ่มความสามารถในการเดินและการทรงตัว และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก กล้ามเนื้อเข่า และกล้ามเนื้อข้อเท้า
การประเมินค้นหาปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความแข็งแรงกล้ามเนื้อขาและด้านการทรงตัว ตลอดจนการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันการล้มจากปัจจัยดังกล่าว จึงมีความสำคัญที่ควรดำเนินการตั้งแต่ก่อนย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ ควรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้สูงอายุตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและด้านการทรงตัว ตลอดจนการออกกำลังกายส่งเสริมสมรรถภาพกายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการล้มนั้น ท่านผู้อ่านสามารถติดตามการออกกำลังกายลดเสี่ยงล้มในผู้สูงอายุได้ในบทความถัดไปค่ะ
เรียบเรียงโดย กภ. ลดาวรรณ เติมวรกุล
เอกสารอ้างอิง
- สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: สินทวีการพิมพ์;
- Shumway-Cook A, Brauer S, Woollacott M. Predicting the probability for falls in community-dwelling older adults using the Timed Up & Go Test. PhysTher 2000; 80(9): 896-903.
- Poncumhak P, Insorn T, Prasittimet N, Manota P. The pilot study on the risk of fall prediction in Thai elderly using five times sit-to- stand test. Srinagarind Med J 2014; 29(3): 237-42.
- อนุชา เศรษฐเสถียร, ดาวเรือง ข่มเมืองปักษ์. ปัจจัยเสี่ยงต่อการล้มแล้วกระดูกสะโพกหักของผู้สูงอายุที่รักษาในโรงพยาบาลอุดรธานี. ลำปางเวชสาร 2552;30(3):154-162.
- การหกล้มในผู้สูงอายุการป้องกันและดูแลรักษาทางเวชศาสตร์ครอบครัว. [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 13 มี.ค.2557]. เข้าถึงได้จาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/43683
- มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยประจำปี พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย; 2558




