mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

เช็คเบื้องต้นเสี่ยงล้มหรือไม่????

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • เช็คเบื้องต้นเสี่ยงล้มหรือไม่????

เช็คเบื้องต้นเสี่ยงล้มหรือไม่????

เมษายน 12, 2024
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • การประเมินความเสี่ยงล้ม
  • การป้องกันการล้ม
  • ผู้สูงอายุ
  • ล้ม

จากบทความ “สูงวัย....ทำไม???เสี่ยงล้ม” เราได้ทราบถึง การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ปัจจัยการเสี่ยงล้มและผลกระทบของการล้มในผู้สูงอายุแล้ว ในบทความนี้จะกล่าวถึงการทดสอบการเสี่ยงล้มในผู้สงอายุเบื้องต้นว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด

การล้มในผู้สูงอายุเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ปัญหาการทรงตัว ปัญหาสายตา การกินยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ง่วงซึม รวมทั้งสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงการล้มในผู้สูงอายุได้ ดังนั้น การตรวจประเมินคัดกรองเพื่อทราบปัจจัยทางร่างกายด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา และการทรงตัวจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายเพื่อป้องกันการล้มแก่ผู้สูงอายุ โดยมีการประเมินดังนี้

1.) แบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (Thai FRAT)1 ประกอบด้วยการประเมิน 6 ด้าน คะแนนเต็ม 11 คะแนน โดยให้น้ำหนักคะแนนในแต่ละข้อแตกต่างกัน ดังนี้

1.1 เพศ ได้แก่ เพศหญิง 1 คะแนน เพศชาย 0 คะแนน

1.2 การทดสอบสมรรถภาพ ด้านสายตา และการมองเห็น ทดสอบโดยติดตั้งหรือให้บุคคลอื่นถือแผ่นวัดสายตาในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และผู้วัดสายตายืนหรือนั่งห่างจากแผ่นวัดสายตา 6 เมตร ปิดตาข้างขวาและซ้ายทีละข้าง อ่านแผ่นวัดสายตา โดยไล่ตั้งแต่แถวบนสุด ลงมาจนถึงบรรทัดระยะ 6/12 ถ้าอ่านบรรทัดระยะ 6/12 ได้ถูกต้องมากกว่าครึ่งหนึ่งทั้งสองข้าง ได้ 0 คะแนน ถ้าอ่านได้ถูกต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเพียงข้างเดียว ได้ 1 คะแนน

1.3 การทดสอบสมรรถภาพด้านการทรงตัว โดยยืนต่อเท้าเป็นเส้นตรง ให้ปลายเท้าหลังชิดส้นเท้าหน้า แล้วยืนนิ่งโดยไม่เซอย่างน้อย 10 วินาที ถ้าสามารถยืนต่อเท้าในแนวเส้้นตรงได้ เป็นเวลา 10 วิินาทีี ได้ 0 คะแนน หากไม่่สามารถยืนได้ หรือ ได้น้อยกว่่า 10 วินาที ได้ 2 คะแนน ดังแสดงในภาพที่ 1

ภาพที่ 1 แสดงการยืนทดสอบสมรรถภาพด้านการทรงตัว

ภาพที่ 1 แสดงการยืนทดสอบสมรรถภาพด้านการทรงตัว

1.4 การใช้ยาที่ส่งผลต่อการทรงตัว จากข้อมูลประวัติการรับประทานยา ได้แก่ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือรับประทานยามากกว่า 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมยาวิตามิน) หากมีประวัติการใช้ยาดังกล่าว ได้ 1 คะแนน ไม่มีประวัติการใช้ยา ได้ 0 คะแนน

1.5 ประวัติการล้ม ได้แก่ การมีประวัติล้มตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป ใน 6 เดือนที่ผ่านมา หากมีประวัติ ได้ 5 คะแนน ไม่มีประวัติ ได้ 0 คะแนน

1.6 สภาพบ้าน ที่อยู่อาศัย ได้แก่ อยู่บ้านยกพื้นสูงตั้งแต่ 1.5 เมตรขึ้นไปหรือบ้าน 2 ชั้น ต้องขึ้นลงโดยใช้บันได หากใช่ ได้ 1 คะแนน ไม่ใช่ ได้ 0 คะแนน

การแปลผล คะแนน 0-3 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้มต่ำ

                    คะแนน 4-11 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้ม

โดยสามารถบันทึกข้อมูลในแบบประเมินดังตารางที่  1

ตารางที่ 1 แสดงแบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (Thai FRAT)

ลำดับ หัวข้อประเมิน คะแนน
1

เพศ

......หญิง

......ชาย

1

0

2

การมองเห็นบกพร่อง

......ไม่สามารถอ่านตัวเลขที่ระยะ 6/12 ได้เกินครึ่งหนึ่ง

......อ่านตัวเลขระยะ 6/12 ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

1

0

3

การทรงตัวบกพร่อง

......ยืนต่อเท้าเป็นเส้นตรงไม่ได้ หรือยืนได้ไม่ถึง 10 วินาที

......ยืนต่อเท้าเป็นเส้นตรงได้นาน 10 วินาที

2

0

4

มีการใช้ยา

......กินยาต่อไปนี้ ตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือกินยามากกว่า 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมยาวิตามิน)

......ไม่ได้กินยาต่อไปนี้ ได้แก่ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือกินยาชนิดใดก็ได้แต่น้อยกว่า 4 ชนิด

1

0

5

มีประวัติหกล้ม

......มีประวัติหกล้มตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

......ไม่มี

5

0

6

สภาพที่อยู่อาศัย

......อยู่บ้านยกพื้นสูงตั้งแต่ 1.5 เมตรขึ้นไปหรือบ้าน 2 ชั้น ต้องขึ้นลงโดยใช้บันได

......ไม่ได้อยู่บ้านลักษณะดังกล่าว

1

0

คะแนนรวม ...... คะแนน 0-3 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้มต่ำ

                     คะแนน 4-11 คะแนน หมายถึง มีความเสี่ยงในการล้ม

2.) ประเมินปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความสามารถในการทรงตัวขณะเดินด้วยการทดสอบ Time Up and Go test (TUGT)2 โดยวางเก้าอี้ที่มีที่ท้าวแขนที่จุดตั้งต้น วัดระยะทาง 3 เมตร ทำเครื่องหมายบนพื้นหรือวางกรวยไว้ เมื่อเริ่มจับเวลาให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเป็นเส้นตรงด้วยความเร็วปกติ (สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้ประจำได้) เมื่อเดินถึงระยะทางที่กำหนดให้หมุนตัวและเดินกลับมานั่งที่เดิม ดังแสดงในภาพที่ 2

ภาพที่ 2 แสดงการประเมินด้านความสามารถในการทรงตัวขณะเดินด้วยการทดสอบ Time Up and Go test (TUGT)

ภาพที่ 2 แสดงการประเมินด้านความสามารถในการทรงตัวขณะเดินด้วยการทดสอบ Time Up and Go test (TUGT)

การแปลผล ใช้เวลาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 วินาที หมายถึง ปกติ

                    ใช้เวลา 11 - 20 วินาที หมายถึง เสี่ยงต่อการล้มปานกลาง

                    ใช้เวลามากกว่า 20 วินาที หมายถึง เสี่ยงต่อการล้มสูง

3.) ประเมินปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการทดสอบการลุกขึ้นยืน 5 ครั้ง (Five times sit to stand test: FTSST)3 โดยใช้เก้าอี้ที่ไม่มี ที่พักแขน ความสูงของเก้าอี้ประมาณ 43 เซนติเมตร เป็นความสูงมาตรฐานของเก้าอี้ทั่วไป เริ่มจากท่านั่งตัวตรง วางเท้าราบกับพื้น มือทั้งสองข้างวางไขว้กันบริเวณหน้าอก จับเวลาลุกขึ้นยืนแล้วลงนั่งอย่างต่อเนื่อง 5 ครั้ง บันทึกเวลาเป็นวินาที

ภาพที่ 3 แสดงการประเมินด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการทดสอบการลุกขึ้นยืน 5 ครั้ง (Five times sit to stand test: FTSST)

ภาพที่ 3 แสดงการประเมินด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการทดสอบการลุกขึ้นยืน 5 ครั้ง (Five times sit to stand test: FTSST)

การแปลผล ถ้าใช้เวลามากกว่าหรือเท่ากับ 10 วินาที แสดงว่ามีความเสี่ยงในการล้ม

จากการประเมินทั้ง 3 การประเมินดังกล่าวข้างต้นหากพบว่ามีการแปลผลว่ามีความเสี่ยงล้มเพียง 1 การประเมิน ให้สรุปว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงล้ม ควรให้การส่งเสริมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและความสามารถในการทรงตัวขณะเดินร่วมกันแม้ในผู้สูงอายุที่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงล้มจากปัจจัยเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

การป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ

การป้องกันการล้มเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุล้มจากปัจจัยเสี่ยงภายในและภายนอก รวมทั้งลดผลกระทบที่จะส่งผลต่อผู้สูงอายุและครอบครัว ได้แก่

  1. การแต่งกายให้เหมาะสม โดยการสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมขนาดพอดีกับเท้าไม่คับหรือหลวมเกินไป ใส่รองเท้าส้นเตี้ยและพื้นรองเท้ามีที่ยึดเกาะพื้นหรือแผ่นกันลื่น4 และการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม เสื้อผ้าต้องมีขนาดพอดี ไม่หลวมหรือไม่ยาวเกินไปและไม่มีสายรุงรัง
  2. การเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในท่าทางต่าง ๆ อย่างช้า ๆ และถูกต้องในการใช้ชีวิตประจำวัน5 ได้แก่
  • ท่าที่เหมาะสมในการลงนั่งและลุกขึ้นจากเก้าอี้ คือการย่อเข่าแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับริมเก้าอี้หรือที่พักแขนไว้ค่อยๆ หย่อนก้นนั่งริมเก้าอี้ แล้วค่อย ๆ เลื่อนก้นให้ติดพนักเก้าอี้ หลังตรงพิงพนักเก้าอี้ วางแขนบนที่พักหรือในท่าที่สบาย และการลุกจากเก้าอี้ โดยการใช้มือทั้งสองข้างพยุงตัวแล้วเลื่อนก้นมาที่บริเวณริมเก้าอี้ จากนั้นยันตัวลุกขึ้นด้วยกำลังของแขนและขาพร้อมกัน
  • ท่าที่เหมาะสมในการลงนอนและลุกขึ้นจากเตียง การลงนอนเตียง โดยการยืน ค่อยๆ ย่อตัวลงใช้มือจับเตียง นั่งให้ก้นอยู่ริมเตียง ห้อยเท้าลงข้างเตียงจากนั้นใช้มือทั้งสองข้างพยุงตัว เลื่อนไปนั่งกลางเตียงแล้วตะแคงตัวลงนอนพร้อมกับยกขาขึ้นเตียง ให้นอนในท่าตะแคงก่อนแล้วเปลี่ยนไปนอนในท่าที่สบาย และการลุกจากเตียงให้นอนในท่าตะแคง ใช้มือค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นลุกนั่งแล้วเลื่อนตัวมาริมเตียง ห้อยเท้าลงข้างเตียงจากนั้นยันตัวลุกขึ้นโดยใช้กำลังแขนและขา
  • การยกของจากพื้น เริ่มจาก ขยับของเล็กน้อยประเมินน้ำหนักว่าสามารถยกได้หรือไม่ ถ้าได้ให้ขยับของใกล้ตัว ตำแหน่งการวางเท้าแบบเหลื่อมเท้าหน้าหลัง จากนั้นค่อย ๆ ย่อเข่า หลังตรง ห้ามก้มตัว ใช้แรงกล้ามเนื้อขายืดลำตัวขึ้นช้า ๆ ยืนขึ้นโดยให้ของอยู่ชิดกับลำตัวมากที่สุด ไม่บิดหรือเอี้ยวตัวขณะยกของหนักและหลีกเลี่ยงการหยิบ-ยกสิ่งของที่อยู่สูงเหนือศีรษะมาก ๆ
  • ท่าทางในการขึ้นและลงบันได ขณะเดินขึ้นบันได มือจับราวบันได เน้นการถ่ายน้ำหนักไปขาด้านหน้าช้า ๆ ให้ขาด้านหน้ารับน้ำหนักขาเดียว การลงบันไดมือจับราวบันได เน้นการยืนขาหลังขาเดียวแล้วย่อขาหลังลงจนขาหน้าแตะพื้นบันไดขั้นล่าง แล้วจึงค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักไปขาหน้า
  • การใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน ถือไม้เท้าในด้านตรงข้ามกับขาด้านที่มีอาการ ข้อศอกงอประมาณ 20 - 30 องศา การลุกขึ้นจากเก้าอี้ให้จับไม้เท้าตั้งให้มั่นคง เหยียดขาข้างที่มีอาการเจ็บหรือไม่แข็งแรงงอขาเหลื่อมไปข้างหน้า มืออีกข้างดันตัวให้ลุกขึ้นและยืนตรง ไม้เท้าอยู่ห่างจากด้านข้างเท้า 4 - 6 นิ้ว ให้ยกไม้เท้าและขาข้างที่มีอาการเจ็บหรือไม่แข็งแรงการเดินก้าวไปพร้อมกันจากนั้นขาอีกข้างก้าวตามไปข้างหน้า
  1. การจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ได้แก่ การจัดแสงสว่างให้เพียงพอในบริเวณพื้นบ้าน ห้องครัว บันได ห้องน้ำ และห้องนอน ส่วนพื้นบ้าน พื้นห้องครัวและพื้นห้องน้ำไม่ลื่น ไม่มีสิ่งกีดขวางบริเวณทางเดินหรือไม่ควรเปลี่ยนที่วางสิ่งของบ่อย และมีราวบันไดและราวจับ ในห้องน้ำใช้โถส้วมชนิดชักโครกหรือนั่งราบ6
  2. การออกกำลังกาย โดยการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาการหกล้มที่ได้ผลดีที่สุด6 การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความสมดุลของร่างกาย เพิ่มความสามารถในการเดินและการทรงตัว และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก กล้ามเนื้อเข่า และกล้ามเนื้อข้อเท้า

การประเมินค้นหาปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความแข็งแรงกล้ามเนื้อขาและด้านการทรงตัว ตลอดจนการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันการล้มจากปัจจัยดังกล่าว จึงมีความสำคัญที่ควรดำเนินการตั้งแต่ก่อนย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ ควรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้สูงอายุตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยเสี่ยงการล้มด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและด้านการทรงตัว ตลอดจนการออกกำลังกายส่งเสริมสมรรถภาพกายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการล้มนั้น ท่านผู้อ่านสามารถติดตามการออกกำลังกายลดเสี่ยงล้มในผู้สูงอายุได้ในบทความถัดไปค่ะ

เรียบเรียงโดย กภ. ลดาวรรณ เติมวรกุล

เอกสารอ้างอิง

  1. สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: สินทวีการพิมพ์;
  2. Shumway-Cook A, Brauer S, Woollacott M. Predicting the probability for falls in community-dwelling older adults using the Timed Up & Go Test. PhysTher 2000; 80(9): 896-903.
  3. Poncumhak P, Insorn T, Prasittimet N, Manota P. The pilot study on the risk of fall prediction in Thai elderly using five times sit-to- stand test. Srinagarind Med J 2014; 29(3): 237-42.
  4. อนุชา เศรษฐเสถียร, ดาวเรือง ข่มเมืองปักษ์. ปัจจัยเสี่ยงต่อการล้มแล้วกระดูกสะโพกหักของผู้สูงอายุที่รักษาในโรงพยาบาลอุดรธานี. ลำปางเวชสาร 2552;30(3):154-162.
  5. การหกล้มในผู้สูงอายุการป้องกันและดูแลรักษาทางเวชศาสตร์ครอบครัว. [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 13 มี.ค.2557]. เข้าถึงได้จาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/43683
  6. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยประจำปี พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย; 2558
Post Views: 20,874
Share
7

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.