mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

Brain Fog ภาวะสมองล้าในวัยทำงาน

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กิจกรรมบำบัด
  • Brain Fog ภาวะสมองล้าในวัยทำงาน

Brain Fog ภาวะสมองล้าในวัยทำงาน

พฤศจิกายน 27, 2024
Categories
  • กิจกรรมบำบัด
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Brain fog
  • Brain relaxation
  • Cognitive strategies
  • Occupational Therapy

Brain Fog หรือภาวะสมองล้า เป็นคำที่ใช้เรียกอาการต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรับรู้ความเข้าใจ และกระบวนการทางความคิดที่ไม่เหมาะสมกับช่วงอายุของบุคคล ส่งผลต่อความสามารถในการจดจ่อ สมาธิ ความจำ และทักษะการคิดเชิงบริหาร เช่น การวางแผน การจัดระเบียบ การตัดสินใจ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้เกิดความยากลำบากในการใช้ความคิด การประมวลผล การเรียนรู้ การจัดเก็บข้อมูล และการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต รวมไปถึงการทำงานอีกด้วย ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีความรู้สึกคล้ายมีหมอกอยู่ในสมอง จึงเรียกภาวะนี้ว่า Brain Fog (1, 2, 3) อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้ (2, 4)

ปัญหาการนอนหลับไม่เพียงพอ: เมื่อสมองเกิดความเหนื่อยล้า และได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดน้อยลง

สุขภาวะทางจิตใจ: ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความเครียด เกิดขึ้นเมื่อระดับของสารสื่อประสาทบางชนิด เช่น เซโรโทนิน ไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อการรับรู้และสุขภาวะทางจิตใจ นำไปสู่ภาวะสมองล้าได้

ปัญหาโภชนาการ: การขาดวิตามิน เช่น วิตามินบี 12 หรือวิตามินดีในระดับต่ำ หากไม่มีสารอาหารในระดับที่เหมาะสม สมองจะมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้น้อยลง

ความผิดปกติของระบบภูมิต้านทาน: โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) โรคแพ้ภูมิตนเอง (Lupus) เป็นรอยโรคที่ขัดขวางการทำงานของสมอง ส่งผลให้สมองทำงานได้ไม่เต็มความสามารถ

โรคเบาหวานและภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ: หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงหรือต่ำจนเกินไป อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำงานของสมอง

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน และความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการรับรู้ด้วย ดังนั้นเมื่อระดับของฮอร์โมนเปลี่ยนไปอาจมีผลต่อการทำงานของสมอง

ความดันโลหิตสูง: ภาวะความดันโลหิตสูงทำให้มีประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือด ออกซิเจน และสารอาหารที่มีอยู่ไปยังเซลล์ในสมองได้น้อยลง เมื่อสมองถูกใช้งานอย่างหนักส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดน้อยลง

การติดเชื้อไวรัส: การติดเชื้อไวรัส เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และเอชไอวี การอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสสามารถขัดขวางการทำงานของสมอง

ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางประเภทสามารถส่งผลให้เกิดภาวะสมองล้าได้ เช่น การให้ยาเคมีบำบัด ยาแก้แพ้ ยาลดความดันโลหิต ยาต้านความวิตกกังวล และยาแก้อาการคลื่นไส้ เป็นต้น เนื่องจากยาดังกล่าวมีผลต่อระดับความตื่นตัว

จากสาเหตุดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถส่งผลให้เกิดอาการ Brain Fog หรือภาวะสมองล้า โดยในแต่ละคนอาจมีอาการที่แตกต่างกันไป โดยสามารถสังเกตอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้ (2, 4)

ปัญหาในการคงความสนใจ ขาดสมาธิจดจ่อ: มีความยากลำบากในการจดจ่อกับการทำกิจกรรม มีช่วงความสนใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ น้อยลง ส่งผลให้ทำงานเสร็จได้ช้าลง

สับสน: มีปัญหาในการรับรู้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ไม่รับรู้วัน เวลา สถานที่ เป็นต้น และมีความคิดไม่เป็นระบบอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้

ความเหนื่อยล้าทางร่างกาย: รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เซื่องซึมลง การตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นลดลง ส่งผลให้เกิดการลดลงของทักษะการรับรู้ทางการมองเห็น เป็นอุปสรรคในการทำงาน ความระมัดระวังลดลง และเกิดความง่วงนอนตามมา (5)

การหลงลืม: มีปัญหาด้านความจำ หลงลืมสิ่งที่เพิ่งกระทำไป ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการรับคำสั่งในการทำงาน หลงลืมขั้นตอนในการปฏิบัติงานได้

สูญเสียชุดความคิดเชื่อมโยง: ไม่สามารถใช้ความคิดในการทำงานได้ต่อเนื่อง ชุดความคิดขาดหายไป ถูกรบกวนการทำงานได้ง่าย

ความเหนื่อยล้าทางจิตใจ: กังวล ซึมเศร้า เครียด อาจเกิดจากการทำงานของสมองที่มากเกินไปโดยไม่ได้มีการพักผ่อนที่เหมาะสม ส่งผลให้ความสามารถในการคิด แก้ไขปัญหา และการควบคุมอารมณ์ทำได้ไม่ดี (6)

มีปัญหาในการสื่อสาร: มีการใช้คำหรือประโยคไม่ถูกต้องขณะพูดคุยสื่อสาร มีความยากลำบากในการคิดคำ รวมถึงความสามารถในการเข้าใจความหมายจากสิ่งที่รับฟัง

คิดช้า ตอบสนองช้า: มีความยากลำบากในการใช้ความคิด การประมวลผล ส่งผลให้ความสามารถในการการตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ทำได้ช้าลง

อาการแสดงของผู้ที่มีภาวะสมองล้า มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากส่งผลต่อการทำงานควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินอาการและรับการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่ช่วยผ่อนคลายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองเบื้องต้นมาแนะนำ ดังนี้

1. เทคนิคผ่อนคลายสมอง

เทคนิคการสแกนร่างกาย (Body scan) เทคนิคนี้ผสมผสานการเน้นลมหายใจเข้ากับการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง หลังจากหายใจเข้าลึกๆ ประมาณ 2-3 นาที จะใช้การมุ่งความสนใจไปที่อวัยวะของร่างกายแต่ละส่วนตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงศีรษะ ร่วมกับการหายใจเข้าออก เทคนิคนี้สามารถช่วยเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้น (7)

เทคนิคการออกกำลังกายลดความเครียด (Exercise for stress relief ) การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มอัตราการหายใจและการเต้นของหัวใจในการสูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นระยะเวลา 20-30 นาที ช่วยให้ร่างกายจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ส่งผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง เช่น โดปามีน และเซโรโทนิน ส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมที่ดีขึ้น เมื่อความเครียดลดลงประสิทธิภาพการทำงานของสมองก็ดีขึ้นตามไปด้วย (8)

เทคนิคการฟังเพลงผ่อนคลาย (Relaxing Music) จากการศึกษาพบว่าการฟังเพลงบรรเลงจังหวะบีท 60-80 ครั้งต่อนาที ที่ระดับเสียง 40 เดซิเบล ช่วยให้คลายความเหนื่อยล้าทางจิตใจ ลดความฟุ้งซ่าน วิตกกังวล หงุดหงิด ง่วงนอน และความไม่มั่นใจได้ (9)

2. เทคนิคการปรับกระบวนการรู้คิด (10)

เทคนิค 4P สงวนพลังงาน เพื่อการรักษาพลังงาน ให้สามารถทำกิจกรรมได้โดยไม่เกิดความล้าของสมอง

  • Plan: วางแผนการทำกิจกรรมในแต่ละวัน/สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาในการพักผ่อน
  • Pace: การทำกิจกรรมแบบไม่เร่งรีบ มีการหยุดพักในระหว่างการทำกิจกรรมบ้าง
  • Prioritize: จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในแต่ละวัน และเริ่มทำตามลำดับ
  • Position: ปรับตำแหน่งของร่างกายและสิ่งของ เช่น ใช้การนั้งทำงานแทนการยืน วางสิ่งของที่ใช้ประจำไว้ใกล้ตัวแทนการเอื้อมหยิบ เป็นต้น

เทคนิคลดความหนักด้านสมาธิจดจ่อ (Reduce the Attention Load) เน้นการกำจัดสิ่งเร้า เช่น จัดโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมที่เงียบ ไม่มีเสียงรบกวน การแบ่งงานเป็นขั้นตอนย่อย และทำทีละขั้นตอน การให้ความสนใจกับการทำงานทีละอย่าง และควรพักเมื่อการทำงานถูกรบกวน

กลยุทธ์เพิ่มทักษะการคิดเชิงบริหาร (Executive Function Strategies) หากเกิดความเหนื่อยล้าในการทำงาน อาจใช้ตัวช่วยความจำอื่น ๆ เช่น ใช้การแจ้งเตือนหรือบันทึกความจำจากโทรศัพฺท์ เป็นต้น การแบ่งงานและตั้งเป้าหมายย่อย ๆ ก่อนลงมือทำ การให้รางวัลตนเองเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน การตรวจสอบความก้าวหน้าในการทำงาน รวมถึงการทำแผนในการทำงานเพื่อให้การทำงานมีเป้าหมายมากขึ้น

นอกจากเทคนิคในการผ่อนคลายสมองข้างต้นแล้ว การที่จะช่วยให้สมองมีความพร้อมในการทำงานมากขึ้นอาจต้องมองปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ทำให้สมองได้มีการพักอย่างเต็มที่ช่วยให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีสาอาหารที่ครบถ้วน จะช่วยให้สมองได้รับการบำรุงด้วยสารอาหารที่เหมาะสม รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตให้มีความสมดุล และที่สำคัญหมั่นตรวจเช็คร่างกายและความสามารถในการทำงานของสมองของตนเอง หากพบว่ามีความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

เรียบเรียงโดย กบ. ธราดล รอดแก้ว

เอกสารอ้างอิง

  1. Kverno K. Brain fog: a bit of clarity regarding etiology, prognosis, and treatment. J Psychosoc Nurs Ment Health Serv. 2021; 59(11): 9-13.
  2. Cleveland Clinic. Brain fog; 2024 [cited 2024 July 22]. Available from Cleveland Clinic Web site: https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/brain-fog.
  3. Elaine Alexander. Brain fog; 2024 [cited 2024 July 22]. Available from Sjogrens Foundation Web site: https://sjogrens.org/sites/default/files/inline-files/Brain%20Fog%20Patient%20Education%20Sheet_0.pdf.
  4. Elaine K. Howley. Brain fog: causes and treatments; 2022 [cited 2024 July 22]. Available from USnews Web site: https://health.usnews.com/health-care/patient-advice/articles/brain-fog-symptoms-causes-treatments.
  5. นิภาพร คำหลอม. การป้องกันและควบคุมความล้าจากการทำงานตามหลักการยศาสตร์; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 22 กรกฎาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ohswa.or.th/17707161/ergonomics-make-it-simple-series-ep8.
  6. Karin Gepp. How to treat and prevent mental exhaustion; 2023 [cited 2024 July 22]. Available from Healthline Web site: https://www.healthline.com/health/mental-exhaustion.
  7. Harvard Health Publishing. Six relaxation techniques to reduce stress; 2022 [cited 2024 July 22]. Available from Harvard Health Publishing Web site: https://www.health.harvard.edu/mind-and-mood/six-relaxation-techniques-to-reduce-stress.
  8. Erica M. Jackson. Stress relief: the role of exercise in stress management. ACSMs Health Fit J. 2013; 17(3): 14-9.
  9. Guo W, Ren J, Wang B, Zhu Q. Effects of relaxing music on mental fatigue induced by a continuous performance task: behavioral and ERPs evidence. PloS one. 2015; 1: 1-12.
  10. Unity health. Managing post COVID-19 condition therapeutic education program; 2023 [cited 2024 July 22]. Available from Unity health Web site: https://unityhealth.to/wp-content/uploads/2023/06/brain-fog-getting-through-the-haze.pdf5b
Post Views: 5,817
Share
21

Related posts

มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more
มิถุนายน 1, 2026

การอบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาแบดมินตัน


Read more
พฤษภาคม 29, 2026

การปรับท่านั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกลอาการปวด


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.